ขณะที่ทาง Barron London ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า ต่างหูได้รับการดูแลอย่างมีความรับผิดชอบ ยึดตามประวัติที่มีการบันทึกไว้และปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายทั้งหมด โดยการให้ยืมไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า แต่มีเป้าหมายเพื่อ "เชิดชูฝีมืออันยอดเยี่ยมของช่างทองชาวอิหร่านโบราณ"
แต่เรื่องนี้ไม่ได้จบลงแค่ต่างหูคู่เดียว...
🔵 [ภาพใหญ่ที่ซ่อนอยู่: มรดกวัฒนธรรมอิหร่านที่ไม่เคยได้กลับบ้าน]
เรื่องราวนี้สะท้อนภาพจริงที่ว่า "มรดกทางวัฒนธรรมของอิหร่านมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ยกเว้นในประเทศตัวเอง" โดยโบราณวัตถุเปอร์เซียถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ตะวันตกและคอลเลกชันส่วนตัวมากกว่ามรดกพลัดถิ่นของชาติอื่น
▪️ พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (The Louvre): เก็บรักษาวัตถุโบราณจากการขุดค้นภายใต้สัมปทานที่ราชสำนักเปอร์เซียสมัยราชวงศ์กาจาร์ (Qajar court) มอบให้แก่นักโบราณคดีฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 19 ซึ่งรวมถึงชิ้นส่วนสำคัญจากยุค Persepolis และ Achaemenid
▪️ พิพิธภัณฑ์อื่นๆ: พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิแทน (The Met), บริติชมิวเซียม (British Museum) รวมถึงคอลเลกชันในเยอรมนี ออสเตรีย และออสเตรเลีย ต่างเก็บรักษาวัตถุโบราณอิหร่านที่มีที่มาคลุมเครือ
▪️ สถาบันตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยชิคาโก: เคยเก็บรักษาแผ่นจารึกอักษรลิ่ม (cuneiform tablets) หลายพันแผ่นจากยุค Persepolis ไว้นานกว่า 8 ทศวรรษ
แม้ความพยายามทวงคืนของอิหร่านจะเจอข้อจำกัด แต่ก็มีผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม เช่น ในปี พ.ศ. 2562 (ค.ศ. 2019) สามารถทวงคืนแผ่นจารึกเปอร์เซโพลิสเกือบ 1,800 แผ่นกลับเตหะรานได้สำเร็จ หลังต่อสู้ทางกฎหมายนานหลายปี ต่อมาอีก 3 ปี ในปี 2022 ชุดอิฐเคลือบโบราณอายุ 3,000 ปี ที่ถูกปล้นไปช่วงสงครามอิหร่าน-อิรัก และถูกขายผ่านช่องทางส่วนตัวไปซ่อนในตู้นิรภัยธนาคารสวิตเซอร์แลนด์ ก็ได้รับการส่งคืนแก่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเตหะราน หลังตำรวจสวิตเซอร์แลนด์เข้ายึดและผ่านข้อพิพาทอันยาวนานกับเจ้าของส่วนตัว รวมถึงยังมีการส่งคืนโบราณวัตถุจากเวียนนาอีกด้วย
ปัจจุบัน อิหร่านยังคงมีคณะทำงานด้านการส่งคืนวัตถุโบราณอย่างแข็งขัน มีการหารือร่วมกับสหรัฐฯ และออสเตรเลียอย่างต่อเนื่อง แม้ความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในปัจจุบัน จะทำให้ช่องทางทูตทำงานได้ไม่เต็มที่ก็ตาม ส่วนต่างหูโบราณที่ Zendaya สวมใส่ล่าสุดนั้น ทางการอิหร่านยังไม่ได้ออกมาอ้างสิทธิ์อย่างเป็นทางการ
🔵 [บทสรุปชวนคิด: เส้นแบ่งระหว่าง "ศิลปะ" กับ "จริยธรรม"]
เคสนี้จึงเป็นยิ่งกว่าดราม่าคนดัง แต่มันคือการตั้งคำถามสำคัญต่อวงการแฟชั่นระดับโลก ว่าโบราณวัตถุที่มีประวัติศาสตร์และความบอบช้ำจากสงคราม ควรถูกมองเป็นเพียง "เครื่องประดับหรู" สำหรับเดินพรมแดง หรือควรถูกเคารพในฐานะ "มรดกทางศักดิ์ศรี" ของชนชาติที่รอคอยการกลับบ้าน?