เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY : สนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลก...กำลังจะเกิดขึ้นที่ "เวียดนาม"

26 ก.ค. 2569 | NATESAIY

STORY : สนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลก...กำลังจะเกิดขึ้นที่ "เวียดนาม"

รู้หรือไม่ว่า อีกไม่ถึง 1 ปีข้างหน้า โลกอาจได้เห็น "สนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุด" เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ที่ประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างเวียดนาม! แต่คำถามที่หลายคนอยากรู้คือ...ลงทุนขนาดนี้ คุ้มค่าจริงหรือไม่

🔵 [เร่งสร้างวันละ 24 ชั่วโมง เร็วกว่าแผนเดิม 1 ปี]

 

กลุ่มธุรกิจเอกชนรายใหญ่ที่สุดของเวียดนามอย่าง "Vingroup" กำลังเดินหน้าเต็มสูบกับโครงการก่อสร้างสนามกีฬา "ตร่งด่ง" (Trong Dong Stadium) ที่อยู่ห่างจากกรุงฮานอยราว 25 กิโลเมตร โดยระดมแรงงานหลายพันคนทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งเป้าให้เสร็จพร้อมใช้งานภายในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2570 (ค.ศ. 2027) ซึ่งเร็วกว่ากำหนดเดิมถึง 1 ปีเต็ม

 

สนามแห่งนี้ไม่ได้สร้างขึ้นมาโดดๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของ "เมืองโอลิมปิก" (Olympic Sport City) มูลค่ากว่า 35,000 ล้านดอลลาร์ ที่จะกลายเป็นชิ้นส่วนสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์ บนพื้นที่กว่า 9,000 เฮกตาร์ (ราว 56,000 ไร่) รอบกรุงฮานอย โดยตั้งเป้าให้เป็นศูนย์กลางกีฬา วัฒนธรรม และกิจกรรมระดับนานาชาติแห่งใหม่ของประเทศ

 

แล้วสนามกีฬาแห่งนี้หน้าตาเป็นอย่างไร? 

 

🔵 [แรงบันดาลใจจากกลองโบราณ สู่สนามยักษ์รองรับ 135,000 คน]

 

ในแง่ดีไซน์ สนามได้แรงบันดาลใจมาจาก "กลองสำริดด่งเซิน" โบราณวัตถุยุคสำริดจากลุ่มน้ำแดง ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจและอารยธรรมโบราณสำคัญทางภาคเหนือของเวียดนาม สะท้อนภูมิปัญญาและความเชื่อของบรรพบุรุษ

 

ตัวสนามออกแบบให้รองรับผู้ชมได้ถึง 135,000 คน พร้อมหลังคาเปิด-ปิดอัตโนมัติ ซึ่ง Vingroup ระบุว่าเป็นหลังคาขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในประเภทนี้ 

แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนตั้งข้อสังเกตว่า ความจุจริงอาจต่ำกว่านั้น อยู่ที่ราว 120,000 ที่นั่ง ส่วนสนามที่ครองแชมป์ "จุคนมากที่สุดในโลก" ในปัจจุบันตามการรับรองของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) คือ Rungrado 1st of May Stadium หรือที่รู้จักกันในชื่อ "Mayday" ที่กรุงเปียงยาง เกาหลีเหนือ ซึ่งจุได้ระหว่าง 114,000-150,000 ที่นั่ง เปิดใช้งานมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2532 (ค.ศ. 1989)

 

ถ้าสร้างสนามใหญ่ขนาดนี้ได้ แล้วใครจะเข้ามาดูล่ะ? 

 

🔵 [คนดูบอลลีกในประเทศ ยังไม่ถึง 6,000 คนต่อนัด]

 

Vingroup ระบุว่า ขนาดของโครงการสะท้อนวิสัยทัศน์ที่จะรองรับการแข่งขันกีฬาระดับโลก คอนเสิร์ตขนาดใหญ่ และกิจกรรมทางวัฒนธรรมในอนาคต โดยเชื่อว่าจะสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจได้ในระยะยาว แม้จะยังไม่เปิดเผยตัวเลขเป้าหมายรายได้หรือผลตอบแทนทางการเงินก็ตาม

 

แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมกีฬาบางส่วนยังคงตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของขนาดสนาม

 

James Walton หัวหน้าฝ่าย Sports Business Group ของ Deloitte Asia Pacific ให้ความเห็นว่า แม้ฟุตบอลจะเป็นกีฬาที่คนเวียดนามคลั่งไคล้มาก แต่ก็ยากที่จะอธิบายความคุ้มค่าของสนามขนาด 135,000 ที่นั่ง จากความต้องการในประเทศเพียงอย่างเดียว โดยข้อมูลฤดูกาล 2566-2567 (2023-2024) ระบุว่า ฟุตบอลลีกสูงสุดของเวียดนามอย่าง "V.League 1" มีผู้ชมเฉลี่ยไม่ถึง 6,000 คนต่อนัดเท่านั้น

 

ถ้าอย่างนั้น ทำไมเวียดนามถึงยังเดินหน้าลงทุนขนาดนี้?  

🔵 [ภาพใหญ่กว่าสนามกีฬา: เวียดนามกำลังเดิมพันอนาคตประเทศ]

 

โครงการยักษ์นี้สะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของเวียดนาม ที่กำลังเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต

 

รัฐบาลเวียดนามประกาศโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานหลายร้อยโครงการ มูลค่ารวมประมาณ 200,000 ล้านดอลลาร์ ภายในปี พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) ครอบคลุมทั้งสนามบิน ท่าเรือน้ำลึก ทางด่วน สะพาน รถไฟ และระบบพลังงาน โดยเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตเฉลี่ยมากกว่า 10% ต่อปี ในช่วงที่เหลือของทศวรรษนี้ แต่การเดิมพันครั้งใหญ่ ย่อมมาพร้อมความเสี่ยงที่ต้องจับตา...

 

🔵 [หนี้เอกชนก้อนโต ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง]

 

สำนักข่าวรอยเตอร์ที่เจาะลึกโครงการนี้ ตั้งข้อสังเกตว่า Vingroup กำลังเดินหน้าโครงการขนาดใหญ่หลายด้านพร้อมกัน ทั้งรถไฟความเร็วสูง เมืองใหม่ และพลังงานลม ท่ามกลางภาระหนี้สินรวมราว 36,700 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี พ.ศ. 2568 (2025) ที่ผ่านมา ซึ่งคิดเป็นมากกว่า 4% ของหนี้ภาคเอกชนทั้งหมดของเวียดนาม

 

นักวิชาการบางส่วนมองว่า การลงทุนลักษณะนี้เป็นสิ่งที่ประเทศกำลังเติบโตจำเป็นต้องทำ เพราะโครงสร้างพื้นฐานมักต้องถูกสร้างขึ้นก่อนที่ความต้องการใช้งานจริงจะเกิดขึ้น แต่ก็มีความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่การใช้งานต่ำกว่าศักยภาพ การคืนทุนที่ใช้เวลานาน และภาระด้านแหล่งเงินทุนในอนาคต

 

กวิญ เหวียน อาจารย์ด้านการเงินจากมหาวิทยาลัย Hoa Sen ในนครโฮจิมินห์ มองว่า การปรับปรุงให้ทันสมัยเป็นสิ่งจำเป็น แต่ต้องระมัดระวังความเสี่ยงที่ธนาคารต้องเผชิญและความเสี่ยงด้านเงินทุน ขณะที่ เจิ่น ถิ โม่ย เถวียน นักวิจัยจาก Pacific Forum ในฮาวาย ให้ความเห็นว่า ในประเทศที่กำลังเติบโตอย่างเวียดนาม โครงสร้างพื้นฐานมักต้องมาก่อนความต้องการเสมอ พร้อมชี้ให้เห็นความเสี่ยงของโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ได้ใช้งานเต็มที่ และผลตอบแทนจากการลงทุนที่ล่าช้า

 

🔵 [คำถามที่แท้จริง ไม่ใช่ "ใหญ่เกินไปหรือไม่" แต่คือ…]

 

รอยเตอร์สรุปไว้อย่างน่าคิดว่า คำถามสำคัญของสนามกีฬาแห่งนี้ อาจไม่ใช่แค่ "สนามกีฬาแห่งนี้ใหญ่เกินไปหรือไม่" แต่เป็น "เวียดนามกำลังลงทุนเกินความต้องการในปัจจุบัน หรือกำลังวางรากฐานสำหรับประเทศในอีก 20-30 ปีข้างหน้า"

 

แล้วคุณล่ะคิดเห็นอย่างไรกันบ้าง? มองว่าเวียดนามกำลัง "เสี่ยงเกินไป" หรือ "มองการณ์ไกล" กันแน่!

ข่าวล่าสุด