🔵 [ภาพใหญ่กว่าสนามกีฬา: เวียดนามกำลังเดิมพันอนาคตประเทศ]
โครงการยักษ์นี้สะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของเวียดนาม ที่กำลังเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต
รัฐบาลเวียดนามประกาศโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานหลายร้อยโครงการ มูลค่ารวมประมาณ 200,000 ล้านดอลลาร์ ภายในปี พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) ครอบคลุมทั้งสนามบิน ท่าเรือน้ำลึก ทางด่วน สะพาน รถไฟ และระบบพลังงาน โดยเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตเฉลี่ยมากกว่า 10% ต่อปี ในช่วงที่เหลือของทศวรรษนี้ แต่การเดิมพันครั้งใหญ่ ย่อมมาพร้อมความเสี่ยงที่ต้องจับตา...
🔵 [หนี้เอกชนก้อนโต ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง]
สำนักข่าวรอยเตอร์ที่เจาะลึกโครงการนี้ ตั้งข้อสังเกตว่า Vingroup กำลังเดินหน้าโครงการขนาดใหญ่หลายด้านพร้อมกัน ทั้งรถไฟความเร็วสูง เมืองใหม่ และพลังงานลม ท่ามกลางภาระหนี้สินรวมราว 36,700 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี พ.ศ. 2568 (2025) ที่ผ่านมา ซึ่งคิดเป็นมากกว่า 4% ของหนี้ภาคเอกชนทั้งหมดของเวียดนาม
นักวิชาการบางส่วนมองว่า การลงทุนลักษณะนี้เป็นสิ่งที่ประเทศกำลังเติบโตจำเป็นต้องทำ เพราะโครงสร้างพื้นฐานมักต้องถูกสร้างขึ้นก่อนที่ความต้องการใช้งานจริงจะเกิดขึ้น แต่ก็มีความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่การใช้งานต่ำกว่าศักยภาพ การคืนทุนที่ใช้เวลานาน และภาระด้านแหล่งเงินทุนในอนาคต
กวิญ เหวียน อาจารย์ด้านการเงินจากมหาวิทยาลัย Hoa Sen ในนครโฮจิมินห์ มองว่า การปรับปรุงให้ทันสมัยเป็นสิ่งจำเป็น แต่ต้องระมัดระวังความเสี่ยงที่ธนาคารต้องเผชิญและความเสี่ยงด้านเงินทุน ขณะที่ เจิ่น ถิ โม่ย เถวียน นักวิจัยจาก Pacific Forum ในฮาวาย ให้ความเห็นว่า ในประเทศที่กำลังเติบโตอย่างเวียดนาม โครงสร้างพื้นฐานมักต้องมาก่อนความต้องการเสมอ พร้อมชี้ให้เห็นความเสี่ยงของโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ได้ใช้งานเต็มที่ และผลตอบแทนจากการลงทุนที่ล่าช้า
🔵 [คำถามที่แท้จริง ไม่ใช่ "ใหญ่เกินไปหรือไม่" แต่คือ…]
รอยเตอร์สรุปไว้อย่างน่าคิดว่า คำถามสำคัญของสนามกีฬาแห่งนี้ อาจไม่ใช่แค่ "สนามกีฬาแห่งนี้ใหญ่เกินไปหรือไม่" แต่เป็น "เวียดนามกำลังลงทุนเกินความต้องการในปัจจุบัน หรือกำลังวางรากฐานสำหรับประเทศในอีก 20-30 ปีข้างหน้า"
แล้วคุณล่ะคิดเห็นอย่างไรกันบ้าง? มองว่าเวียดนามกำลัง "เสี่ยงเกินไป" หรือ "มองการณ์ไกล" กันแน่!