เนชั่นทีวี

Nation Story

OPINION: จำถาวร แบบไม่ลืม!? ต้องฝึกให้สมอง “นึกถึง” บ่อยๆ

05 พ.ย. 2569 | nation_ent

OPINION: จำถาวร แบบไม่ลืม!? ต้องฝึกให้สมอง “นึกถึง” บ่อยๆ

เวลาเลิกกับแฟนเก่า อะไรที่ทำให้เรายังไม่ลืม คงเป็นเพราะเรายัง “นึกถึง” เขาอยู่บ่อยๆ ใช่ไหมคะ?! นี่แหละวิธีที่จะทำให้คุณไม่ลืมอะไรง่ายๆ!...”ฝึกนึกถึง” สิ่งนั้นบ่อยๆ ไงล่ะ!

กลับกันค่ะ...พออ่านเรื่องที่อยากจำตั้งหลายรอบ เรากลับจำไม่ได้ และลืมตลอด หรือเรียนข้อมูลคล้ายๆ กันแล้วเริ่มจำสลับกัน? งานวิจัยจากสเปนกำลังช่วยอธิบายว่า สมองมีระบบคอยบาลานซ์ระหว่าง “รับข้อมูลใหม่” กับ “รักษาความทรงจำเดิม” และสิ่งนี้บอกอะไรเราเรื่องการจำในชีวิตจริงได้มากกว่าที่คิดค่ะ

 

ลองนึกถึงร้านใกล้บ้านที่เพิ่งรีโนเวต เราจำได้ว่าก่อนหน้านี้หน้าตาเป็นยังไง ช่วงก่อสร้างเป็นแบบไหน และหลังเสร็จแล้วเปลี่ยนไปอย่างไร ทั้งที่ทั้งสามภาพคือ “สถานที่เดียวกัน” เคยสงสัยไหมคะว่า สมองเก็บความทรงจำหลายเวอร์ชันไว้พร้อมกันได้อย่างไร โดยไม่เอาทุกอย่างมาปนกันหมด?

 

งานวิจัยใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร PLOS Biology เมื่อเดือนสิงหาคม 2026 เสนอคำอธิบายที่น่าสนใจว่า กลไกหนึ่งอาจอยู่ในบริเวณ dentate gyrus ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ฮิปโปแคมปัส สมองส่วนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการสร้างและแยกแยะความทรงจำใหม่ๆ 

 

นักวิจัยจาก Instituto de Neurociencias ในสเปนศึกษาการทำงานของเซลล์ประสาทที่มีหน้าที่ “ยับยั้ง” เซลล์อื่นในบริเวณนี้ โดยทดลองทั้งในหนูและใช้แบบจำลองคอมพิวเตอร์ ผลที่พบคือ ถ้าระดับการยับยั้งต่ำลง ในบางสถานการณ์สัตว์ทดลองสามารถเรียกคืนรายละเอียดของความทรงจำได้ดีขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่า “ยิ่งยับยั้งน้อยยิ่งจำดี” เสมอไปค่ะ

เมื่อปริมาณข้อมูลเพิ่มขึ้นมาก ระบบยับยั้งกลับมีความสำคัญ เพราะช่วยทำให้ความทรงจำเดิมมีความมั่นคง และลดโอกาสที่ข้อมูลใหม่จะเข้ามารบกวนมากเกินไป นักวิจัยจึงเสนอว่า สมองอาจปรับตัวอยู่บนสมดุลระหว่าง ความยืดหยุ่นของความจำ กับ ความมั่นคงของความจำ ตามสิ่งที่เรากำลังต้องการในขณะนั้น 

 

พูดง่ายๆ คือ สมองไม่ได้ตั้งเป้าว่า “ต้องจำทุกอย่างให้มากที่สุด” แต่กำลังตัดสินใจตลอดเวลาว่า อะไรควรเปิดรับเพิ่ม และอะไรควรรักษาไว้ไม่ให้ถูกรบกวน

 

งานวิจัยใหม่ไม่ได้ทดลองวิธีอ่านหนังสือหรือเทคนิคจำในคนโดยตรง เพราะเป็นงานในสัตว์และแบบจำลองคอมพิวเตอร์ แต่เมื่อนำมาเทียบกับงานวิจัยด้านการเรียนรู้ในมนุษย์ เราพอเห็นวิธีที่มีหลักฐานรองรับอยู่หลายอย่างค่ะ

 

อย่าอ่านซ้ำอย่างเดียว ลอง “ปิดแล้วนึก”

นี่เป็นเทคนิคที่เรียกว่า retrieval practice คือแทนที่จะอ่านประโยคเดิมซ้ำ ๆ ให้ปิดข้อมูลแล้วพยายามดึงสิ่งที่เรียนออกมาจากความจำด้วยตัวเอง เช่น อ่านบทหนึ่งเสร็จ ลองถามตัวเองว่า “3 เรื่องสำคัญคืออะไร?” หรือเล่าให้คนอื่นฟังด้วยภาษาของเราเอง

 

งานทบทวนในสถานศึกษา 50 การทดลอง พบว่าการฝึกเรียกข้อมูลจากความจำช่วยการเรียนรู้ในหลากหลายระดับและวิชา ดังนั้น ถ้าอ่านแล้วรู้สึกว่า “คุ้นมาก” อย่าเพิ่งตีความว่าเราจำได้ค่ะ ลองปิดแล้วเล่าก่อนจะรู้จริงว่าเก็บเข้าไปแล้วหรือยัง

 

แบ่งทบทวนหลายวัน ดีกว่าอัดทีเดียว

อีกวิธีที่มีหลักฐานค่อนข้างแข็งแรงคือ spaced practice หรือการเว้นระยะการเรียน แทนที่จะอ่านเรื่องเดียว 3 ชั่วโมงรวด ลองอ่านวันนี้ กลับมาทบทวนวันพรุ่งนี้ แล้วทดสอบตัวเองอีกครั้งในอีกไม่กี่วัน ฟังดูเหมือนใช้เวลานานขึ้น แต่จริงๆ เรากำลังบังคับให้สมอง “สร้างทางกลับไปหาความทรงจำนั้นใหม่” หลายครั้ง ซึ่งต่างจากการมองข้อมูลเดิมต่อเนื่องจนรู้สึกคุ้นค่ะ

เรื่องที่คล้ายกัน ต้องตั้งใจหา “จุดต่าง”

ถ้ากำลังเรียนคำศัพท์ ชื่อบุคคล หรือข้อมูลที่หน้าตาคล้ายกัน ยิ่งควรหยุดถามว่า สองสิ่งนี้ต่างกันตรงไหน? แทนที่จะอ่านแต่ละเรื่องแยกกัน ลองวางเทียบกัน ทำตารางเปรียบเทียบ หรือแต่งตัวอย่างคนละสถานการณ์ วิธีนี้สอดคล้องกับแนวคิดที่ว่า dentate gyrus มีส่วนช่วยแยกประสบการณ์ที่คล้ายกันไม่ให้กลายเป็นความทรงจำก้อนเดียวค่ะ  

 

สำหรับคนเรียนภาษา นี่ใช้ได้ดีมาก เช่น ถ้ามีคำสองคำที่แปลใกล้กัน อย่าท่องแค่คำแปล แต่จำว่า คำไหนใช้กับใคร ใช้เมื่อไร และอะไรคือกรณีที่อีกคำใช้ไม่ได้

 

งานวิจัยใหม่จากสเปนจึงไม่ได้ให้สูตรลัดว่าต้องทำอย่างไรถึงจะความจำดีขึ้นทันที แต่ช่วยให้เราเห็นภาพสำคัญว่า ความจำไม่ใช่กล่องเก็บข้อมูลนิ่งๆ แต่สมองกำลังจัดระเบียบ อัปเดต แยกข้อมูลใหม่ออกจากของเก่า และรักษาบางความทรงจำไม่ให้ถูกข้อมูลใหม่กลบอยู่ตลอดเวลา

 

บางที วิธีจำที่ดีจึงไม่ใช่การพยายามยัดข้อมูลเข้าไปให้มากที่สุด แต่คือ ให้สมองมีโอกาสดึงข้อมูลออกมา แยกมันให้ชัด กลับไปทบทวนเป็นระยะ และมีเวลานอนเพื่อจัดเก็บมันให้ดีขึ้นนั่นเองค่ะ!

 

อ้างอิง https://www.euronews.com/2026/10/04/researchers-discover-how-the-brain-updates-memories-with-new-information

ข่าวล่าสุด