โดย ผศ.ดร.มาโนชญ์ อารีย์ อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ผู้เชี่ยวชาญโลกมุสลิมและตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวแทนภาควิชาการที่ได้รับเชิญเข้าร่วมประชุมกับ สมช. ได้เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวข้นคนข่าว” ว่า ในมิติของสงครามตะวันออกกลางและสงครามในพื้นที่อื่น ๆ โดยเฉพาะรัสเซีย-ยูเครน ได้มีการประเมินไว้ทั้งหมด 4 ฉากทัศน์ ดังนี้
- 1.ฉากทัศน์แรก: เจรจาแล้วจบได้
- 2.ฉากทัศน์ที่สอง: สงครามวงจำกัด และไม่ยืดเยื้อ
- 3.ฉากทัศน์ที่สาม: สงครามวงจำกัด แต่ยืดเยื้อ
- 4.ฉากทัศน์ที่สี่: สงครามขยายวง
ทั้งนี้ สมช. ให้น้ำหนักกับ ฉากทัศน์ที่สาม (สงครามวงจำกัด แต่ยืดเยื้อ) ว่ามีโอกาสเกิดขึ้นมากที่สุด
ชี้ "ยุโรป" เสี่ยงสูงวิกฤตซ้อนวิกฤต ผวา "สงครามลับใต้ดิน"
ผศ.ดร.มาโนชญ์ ขยายความว่า ในทัศนะของตน ภูมิภาคที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดไม่ใช่เฉพาะตะวันออกกลาง แต่เป็น ยุโรป เนื่องจากกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤต ดังนี้
1.ยุโรปได้รับผลกระทบทางตรงจากสงครามรัสเซีย - ยูเครน
2.ยุโรปได้รับผลกระทบทางอ้อมจากสงครามตะวันออกกลาง
3.ยุโรปกำลังเผชิญวิกฤตราคาพลังงาน เศรษฐกิจ และปัญหาผู้อพยพ
4.ผู้นำยุโรปหลายประเทศแสดงท่าทีต่อต้านผู้นำอิสราเอล
5.ยุโรปบางประเทศเคยให้การสนับสนุนสหรัฐฯ ในสงครามตะวันออกกลาง
จากปัจจัยข้างต้น จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ยุโรปจะตกเป็นเป้าหมายการโจมตี โดยเฉพาะ สงครามไซเบอร์และกลุ่มแฮคเกอร์ ที่ไม่สามารถระบุตัวตนของผู้ลงมือได้
นอกจากนี้ ผศ.ดร.มาโนชญ์ ยังแสดงความกังวลว่า ฉากทัศน์สงครามจำกัดวงนั้น แท้จริงแล้วน่ากลัวกว่าสงครามขยายวง เพราะอาจบานปลายกลายเป็น “สงครามลับ - สงครามใต้ดิน” ทั้งการก่อการร้าย การโจมตีทางไซเบอร์ และแฮคเกอร์ ซึ่งสร้างความเสียหายในวงกว้าง และส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์จำนวนมหาศาล
เสนอวางแผนรับมือ worst-case สื่อสาร "ไม่ประมาท" แทน "ตระหนก"
ผศ.ดร.มาโนชญ์ เผยว่า ตนได้เสนอต่อที่ประชุม สมช. ให้ประเมินจากฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุด (Worst-case Scenario) และเตรียมแผนรองรับไว้โดยเฉพาะ โดยตั้งโจทย์ว่า หากระบบการสื่อสารล่มทั้งระบบ จะทำอย่างไร เพราะหากเกิดขึ้นจริง แผนการที่เตรียมไว้ทั้งหมดจะไม่สามารถนำมาใช้งานได้เลย
ส่วนกรณีที่ฝ่ายความมั่นคงและรัฐบาลพยายามเน้นย้ำเรื่อง “ตระหนัก แต่ไม่ตระหนก” นั้น ผศ.ดร.มาโนชญ์ เห็นด้วย เพราะความตระหนกจะยิ่งเร่งให้เกิดวิกฤตเร็วขึ้น ทั้งที่วิกฤตจริงยังมาไม่ถึง เช่น หากประชาชนตื่นตระหนกจนแห่ไปถอนเงินสด ก็อาจส่งผลให้ระบบธนาคารล้มได้
ดังนั้น การสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ควรเลือกใช้คำที่เข้าใจง่าย ไม่ต้องตีความซ้ำ โดยเสนอให้ใช้คำว่า “ไม่ประมาท” ซึ่งตรงกับสถานการณ์มากกว่า เนื่องจากประเทศไทยไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง และไม่ได้อยู่ใกล้เคียงกับพื้นที่สงคราม แต่ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงรอบด้านที่จำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือไว้เช่นกัน