"บ้านชาวไทย" ผ่อนเท่าค่าเช่า ไม่ต้องดาวน์ กู้ได้ 100% โอกาสของคนไทยที่อยากมีบ้าน
31 ม.ค. 2569
คุณเคยคิดไหมว่า การเช่าบ้านไปทั้งชีวิตจนเกษียณ จะเสียเงินไปเท่าไหร่? ถ้ามีโอกาสผ่อนบ้านในราคาเท่าค่าเช่า คุณจะเปลี่ยนใจไหม?
Nation Story
31 ม.ค. 2569
คุณเคยคิดไหมว่า การเช่าบ้านไปทั้งชีวิตจนเกษียณ จะเสียเงินไปเท่าไหร่? ถ้ามีโอกาสผ่อนบ้านในราคาเท่าค่าเช่า คุณจะเปลี่ยนใจไหม?
เดือนมกราคมที่ผ่านมา วงการอสังหาริมทรัพย์มีความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ เมื่อ คุณคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทบีทีเอส ประกาศเปิดตัวโครงการ "บ้านชาวไทย" ด้วยคอนเซ็ปต์ที่ดูแปลกใหม่และน่าสนใจ นั่นคือ "ผ่อนบ้านใกล้เคียงค่าเช่า" โดยไม่ต้องมีเงินดาวน์
สำหรับหลายคนที่ทำงานมาหลายปี แต่ยังไม่กล้าก้าวเข้าสู่การเป็นเจ้าของบ้าน เพราะกังวลเรื่องเงินดาวน์ก้อนโต และค่าผ่อนที่สูงเกินกำลังซื้อ โครงการนี้อาจเป็นตัวเลือกใหม่ที่น่าพิจารณา แต่คำถามคือ มันดีจริงแค่ไหน? และมีข้อควรระวังอะไรบ้างไหม?
ตั้งแต่เปิดให้ลงทะเบียนเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2568 เวลา 12.00 น. มีผู้สนใจเข้าลงทะเบียนเป็นจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยยังคงมีความต้องการที่อยู่อาศัยในราคาที่เข้าถึงได้สูง โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้มีรายได้จำกัดที่กำลังมองหาบ้านหลังแรกของชีวิต
จุดเด่นที่โดนใจที่สุดคือ ผ่อนเริ่มต้นเพียงล้านละ 3,000 บาท/เดือน ด้วยดอกเบี้ยพิเศษที่ 1.54% ซึ่งถ้าเทียบกับค่าเช่าห้องในกรุงเทพฯ ที่หลายคนจ่ายไปเดือนละ 8,000-15,000 บาท โดยไม่ได้เป็นเจ้าของอะไรเลย ตัวเลขนี้ฟังดูคุ้มค่ากว่ามาก
ที่สำคัญ ฟรีค่าจอง ฟรีเงินดาวน์ และสามารถกู้ได้เต็ม 100% ผ่านความร่วมมือกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ที่มีภารกิจในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและปานกลางให้เข้าถึงที่อยู่อาศัย
🔵[5 จุดแข็งที่ทำให้ "บ้านชาวไทย" โดดเด่น]
แล้วโครงการนี้ดีกว่าโครงการอื่นอย่างไร? มาดูกันว่ามีจุดแข็งอะไรบ้าง
1. ทำเลดี ใกล้ระบบขนส่งมวลชน
ทุกโครงการวางแผนให้อยู่ในทำเลที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชน โดยเฉพาะรถไฟฟ้า ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนทำงานยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว 2 โครงการแรกที่เปิดตัวคือ D:CODE ศรีนครินทร์ และ D:CRAFT คลองหลวง ซึ่งทั้งคู่อยู่ใกล้เส้นทางรถไฟฟ้า
2. Full Furnished พร้อมอยู่ทันที
ไม่ต้องปวดหัวจัดบ้าน ไม่ต้องลงทุนซื้อเฟอร์นิเจอร์เพิ่ม เพราะโครงการมาพร้อมกับเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าครบครัน ทำให้ผู้ซื้อแค่เข็นกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย ประหยัดทั้งเงินและเวลา สำหรับคนทำงานที่ไม่มีเวลามาจัดการเรื่องบ้านเยอะ หรือคนที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิต ฟีเจอร์นี้ช่วยได้มาก
3. ราคาถูกกว่าโครงการอื่น 10-30%
ด้วยศักยภาพการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถเสนอราคาที่ต่ำกว่าโครงการอื่นในพื้นที่ใกล้เคียงที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกคล้ายกัน ราว 10-30% นั่นหมายถึงกำลังซื้อที่เข้าถึงได้มากขึ้น และช่วยให้คนที่เคยคิดว่าไม่มีทางซื้อบ้านได้ อาจเริ่มมีโอกาส
4. ไม่ต้องวางเงินดาวน์
นี่คือจุดเด่นที่ช่วยลดภาระทางการเงินตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินก้อนแรก ช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน และเปิดโอกาสให้คนที่มีรายได้ประจำแต่ไม่มีเงินออมมากพอ สามารถเข้าถึงการเป็นเจ้าของบ้านได้ง่ายขึ้น
5. "คีรี" ลงทุนสร้างเอง ไม่ใช่เอาเงินผู้ซื้อไปสร้าง
นี่คือการันตีความมั่นใจสูงสุด เพราะคุณคีรี ลงทุนสร้างบ้านและอาคารชุดเอง ไม่ได้นำเงินดาวน์หรือเงินผ่อนของผู้ซื้อไปใช้ในการก่อสร้าง จึงมีความเป็นธรรมและการันตีได้ว่า "ได้อยู่แน่นอน" ไม่ต้องกังวลเรื่องโครงการล่าช้าหรือไม่แล้วเสร็จ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับหลายโครงการในอดีต
🔵[แต่จะลงทะเบียนได้อย่างไร? ง่ายแค่ 5 ขั้นตอน]
หลายคนอาจสงสัยว่า "ลงทะเบียนยากไหม?" หรือ "มีค่าใช้จ่ายไหม?" ลองมาดูขั้นตอนกัน
Step 1: เข้าเว็บไซต์ www.baan-chaothai.com
Step 2: กดแบนเนอร์หรือปุ่ม "ลงทะเบียน" บนหน้าเว็บไซต์
Step 3: เลือกสัญชาติของคุณ กรอกข้อมูลส่วนตัว ชื่อ นามสกุล เลขบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ และอีเมล (1 เลขบัตรประชาชน ต่อ 1 สิทธิ์เท่านั้น) จากนั้นเลือกทำเลและขนาดห้องที่สนใจ
Step 4: สำหรับผู้ที่ต้องการยื่นกู้ ระบบจะพาเข้าไป Pre-Approve วงเงินเบื้องต้นกับ ธอส. เพียงกรอกรายได้และรายจ่ายต่อเดือน
Step 5: ลงทะเบียนเสร็จสิ้น รอการตรวจสอบคุณสมบัติ และประกาศผลผ่าน SMS หรือเว็บไซต์
ที่สำคัญ ลงทะเบียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย!
เปิดให้ลงทะเบียนจองสิทธิถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เท่านั้น
ที่เว็บไซต์ www.baan-chaothai.com
สอบถามเพิ่มเติม
LINE Official: @baanchaothai หรือ คลิก https://lin.ee/rj2EMqt
สำหรับใครที่อยากเห็นห้องตัวอย่างจริงๆ สามารถเข้าเยี่ยมชม Sale Gallery ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ตั้งแต่เวลา 10.30-20.00 น. ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์และวันหยุดราชการ
🔵[Freehold คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ?]
อีกหนึ่งจุดที่ควรให้ความสนใจคือ โครงการนี้ขายแบบ Freehold (กรรมสิทธิ์ถาวร) ไม่ใช่ Leasehold หรือเช่าซื้อ หมายความว่า คุณเป็นเจ้าของบ้านจริงๆ สามารถถือครองได้ตลอดไป ไม่มีเงื่อนไขเวลาหมดอายุ
นี่คือความแตกต่างสำคัญที่หลายคนอาจมองข้าม เพราะบางโครงการที่มีราคาถูก อาจมาพร้อมกับข้อจำกัดในเรื่องกรรมสิทธิ์ ซึ่งส่งผลต่อมูลค่าในระยะยาว
🔵[มองอีกมุม: ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ]
แม้โครงการจะดูน่าสนใจ แต่ก่อนตัดสินใจลงทุนครั้งใหญ่แบบนี้ ควรพิจารณาหลายปัจจัยประกอบ เช่น
- ความสามารถในการผ่อนชำระ แม้จะผ่อนน้อย แต่ต้องผ่อนต่อเนื่องนานหลายสิบปี
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากค่าผ่อน เช่น ค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ ค่าไฟ ภาษีบ้าน
- ทำเลจริง ว่าใกล้ที่ทำงาน หรือต้องเดินทางไกลไหม
- แผนชีวิตระยะยาว ว่าจะอยู่นานพอที่จะคุ้มค่ากับการผูกมัดหรือไม่
การศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบ และวางแผนอย่างรอบคอบ คือกุญแจสำคัญก่อนการตัดสินใจทางการเงินทุกครั้ง
บ้าน ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่คือจุดเริ่มต้นของความมั่นคง
โครงการ "บ้านชาวไทย" อาจเป็นโอกาสที่ดีสำหรับคนที่เบื่อการเช่าบ้านและอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงานที่กำลังมองหาความมั่นคงทางการเงินและที่อยู่อาศัย บางครั้ง สิ่งที่เราขาดไปไม่ใช่ความฝัน แต่เป็นโอกาสที่เหมาะสม
แต่คำถามที่น่าสนใจคือ ถ้าโอกาสในการมีบ้านเป็นของตัวเองเปิดกว้างมากขึ้นแบบนี้ คุณคิดว่าจะช่วยเปลี่ยนแปลงวิธีการมีบ้านของคนไทยได้จริงหรือไม่? หรือยังมีอุปสรรคอะไรที่ทำให้คนไทยเข้าถึงบ้านได้ยาก?
คุณจะก้าวเข้าไปคว้ามันไหม?
