ในเมื่อ พรรคประชาชน เป็นตัวตั้งตัวตีทำ MOA กับภูมิใจไทย สนับสนุนให้ อนุทินเป็นนายกฯแต่มาร่วมลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลอนุทิน อย่างนี้เท่ากับ ใครกันแน่ ผิดข้อตกลงเอ็มโอเอ พรรคประชาชนจึงอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกในเกมนี้
ไหนจะเป็นประเด็น ทำให้รัฐบาลอนุทินล้มกลางคัน ต้องเปลี่ยนนายกฯใหม่ ซึ่งจะกลับเข้าสู่เกมเพื่อไทยในการดันแคนดิเดตนายกฯที่เหลืออยู่หนึ่งคนสุดท้าย คือ ชัยเกษม นิติสิริ เป็นนายกฯ จะทำอย่างไร หรือแม้แต่เสียงสนับสนุนในสภาฯ จะผ่านไหม ถ้าไม่ผ่าน จะทำอย่างไร จะต้องพึ่งรธน.มาตรา 5 หรือไม่
ฉะนั้น การประกาศยุบสภาโดยเร็ว ก่อนถึงวันที่ 31 มีนาคมของนายกฯอนุทิน จึงเป็นเกมที่ ภูมิใจไทยกุมความได้เปรียบและยังเป็นผู้กลับมากำหนดเกมความเป็นไปของการเลือกตั้งครั้งหน้าไว้ในมือ
-ทำไม ภูมิใจไทยได้เปรียบทุกประตู
เหตุเพราะ ภูมิใจไทย กำลังเป็นพรรคติดลมบน จากการบริหารประเทศ เพียงแค่สองเดือน ผ่านนโยบายสร้างผลงานเอาใจประชาชนได้อย่างอยู่หมัด
-อย่างเช่น โครงการคนละครึ่งพลัส ที่แฝงไปด้วยการสร้างกระแสเสพติดให้ประชาชน ด้วยการเฝ้ารอคอยเฟสสอง อย่างใจจดใจจ่อ เรียกว่าผูกมัดใจไว้ก่อน ลงเลือกตั้งรอบใหม่ ชนิดมีคาบเกี่ยวซึ่งกันและกัน
-อย่างเช่น นโยบายความมั่นคง ชายแดนไทย - กัมพูชา ที่ภูมิใจไทยพยายามแสดงให้เห็นภาพการทำงานอันตรงกันข้าม กับรัฐบาลเพื่อไทยยุคที่แล้ว แบบหนังคนละม้วน
ยิ่งภาพจำ อันล้ำค่า กรณี คลิปหลานอิ๊งกับลุงฮุน จนเป็นเหตุให้ ศาล รธน. วินิจฉัยให้ แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกฯ สะเทือนไปถึงพรรคเพื่อไทย ตกต่ำราวกับหุ้นร่วงถึงขีดสุด กลายเป็นตัวพลิกกระดานความนิยม มาสู่ภูมิใจไทยในฐานะผู้กลับมากอบกู้ชาติ
- หรืออย่างเช่น ภาพลักษณ์รัฐบาล ผ่านโฉมหน้ารัฐมนตรีคนนอก ที่ถูกจัดวางไว้อย่างชาญฉลาด ทั้ง เอกนิติ นิติทัณประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง และ “คุณแต๋ม” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ที่กำลังสร้างผลงานกอบกู้เศรษฐกิจเดินหน้าเจรจาการค้า สินค้าเกษตร และอีกจิปาถะสามารถโกยรายได้เข้าประเทศ โดยการสรุปออกมาเป็นมูลค่าตัวเลขอย่างเป็นรูปธรรม
ที่สำคัญอนุทิน ฉวยจังหวะ “เปิดก่อนได้เปรียบ” ด้วยการเปิดข่าว วางตัวแคนดิเดตนายกฯเบอร์สองเบอร์สาม ยึดพื้นที่สื่อให้กลับมาพูดถึงความเป็นภูมิใจไทย แม้นาทีสุดท้ายอาจจะเปลี่ยนชื่อก็ได้
แต่การเปิดก่อน ที่ดูจะขัดใจหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ย่อมทำให้ภูมิใจไทย เรียกกระแสความนิยมในยามนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อออกมาประกาศยุบสภาเร็วก่อนกำหนด คะแนนผ่านกระแสข่าวนี้ ย่อมส่งผลดีสู่ภูมิใจไทย
-หรือจะเหตุเพราะ ภูมิใจไทย มีความพร้อมในหลายกระบวนท่า เห็นได้จาก บ้านเล็ก - บ้านใหญ่ จากต่างพรรคแห่ไหลมารวมกันที่ค่ายบ้านใหญ่สีน้ำเงินหรือการโหมโรงปล่อยหัวเชื้อข่าวมาก่อนแล้ว ให้ติดตามการประชุมวิสามัญพรรคภูมิใจไทย ในวันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายนนี้ ที่จะมีการเปิดตัว บ้านใหญ่เมืองสุพรรณ รวมถึงบ้านใหญ่ชลบุรี ผนึกหลอมรวมเป็น ค่ายใหญ่สีน้ำเงิน สู้ศึกเลือกตั้งสะสมแต้มที่นั่งในสภาให้มากจนขยับเป็นพรรคอันดับหนึ่งในไม่ช้า ก็ย่อมมีความเป็นไปได้
เห็นได้ชัดว่า "อนุทิน" และค่ายใหญ่สีน้ำเงินกำลังกำหนดเกมบนหน้ากระดานการเมือง ให้ทุกฝ่ายต้องเดินตามในทุกจังหวะของการตัดสินใจ