"รมว.สธ." โต้ "หมอสุภัทร" ปมกล่าวหาโยกงบ "บัตรทอง" มาจัดอีเวนต์ ชี้เป็นเงินบำรุง รพ.
02 ส.ค. 2569 | natthanan_chu

"รมว.สธ." โต้ "หมอสุภัทร" ปมกล่าวหาโยกงบ "บัตรทอง" มาจัดอีเวนต์ ชี้เป็นเงินบำรุงโรงพยาบาล ย้อนถามงบ 60,000 ล้าน บัตรทอง ปี68 ไปไหน
ข่าว
02 ส.ค. 2569 | natthanan_chu

"รมว.สธ." โต้ "หมอสุภัทร" ปมกล่าวหาโยกงบ "บัตรทอง" มาจัดอีเวนต์ ชี้เป็นเงินบำรุงโรงพยาบาล ย้อนถามงบ 60,000 ล้าน บัตรทอง ปี68 ไปไหน
KEY
POINTS
จากกรณี นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน เขต 2 สงขลา อดีตประธานชมรมแพทย์ชนบท และ ที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้มีการยื่นจดหมายถึง กรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีรักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนเป็นประธาน
ขอให้ตรวจสอบการใช้งบประมาณ และเงินนอกงบประมาณในการจัด event ของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อการให้เกิดความชัดเจน เกิดข้อเสนอแนะต่อการใช้งบประมาณที่เหมาะสมที่สุด ในสถานการณ์ที่โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขต่างก็มีภาวะยากลำบากทางการเงิน โดยแนบเอกสารแสดงข้อมูลการจัดจ้าง organizer เพื่อจัด event จำนวน 13 รายการ
ทำนองเดียวกับที่เฟซบุ๊กเพจ “ชมรมแพทย์ชนบท” โพสต์ข้อความว่า แฉอีก!!สำนักตรวจราชการ 12 เขต สสจ. 76 แห่ง สสอ.878 แห่ง ค่าน้ำค่าไฟ งบจัดอีเว้นท์ที่ สธ.สั่ง งบใดๆไม่พอ ก็ใช้ งบบัตรทอง โปะ โดยใช้เทคนิคโอนงบบัตรทองให้ รพ.ก่อนตามระเบียบ แล้วให้ รพ.โอนคืน ปีหนึ่งงบบัตรทองถูกดึงให้หน่วยบริหาร สธ.ปีละ 1,000 ล้าน ไม่เจ๊งได้อย่างไร?
2 สิงหาคม 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) และประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ดสปสช.) ให้สัมภาษณ์ว่า อย่ามั่ว และในวันที่ 3 ส.ค.2569 จะมีการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ดสปสช.) ตนในฐานะประธานบอร์ด จะสอบถามเรื่องที่บังเอิญตนพบตัวเลขตัวหนึ่งว่า
งบประมาณของ สปสช.ที่ให้กับระบบบริการสุขภาพ สำหรับปี 2568 ไม่รวมเงินเดือน อยู่ที่ประมาณ 168,296 ล้านบาท เพื่อนำมารักษาพยาบาลประชาชน ทั้งซื้อยา รับบริการทั้งผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน และงบส่งเสริมป้องกัน ทุกอย่าง ดูแลคนประมาณ 47 ล้านคน เฉลี่ยหัวละ 3,600 บาทไม่รวมเงินเดือน
“แต่ฐานข้อมูลของ FDH หรือ Financial Data Hub ของกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า รายได้ของโรงพยาบาลทั่วประเทศที่มาจากหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ UC อยู่ที่ประมาณ 107,731 ล้านบาท คิดเป็นแค่ 64% จากงบประมาณที่ สปสช.ได้มา อีก 60,000 ล้านไปอยู่ไหน ไม่เข้าโรงพยาบาลมากขนาดนั้น หากไปจัดสรรส่วนอื่น คือ จัดสรรอย่างไร จำเป็นมากน้อยแค่ไหนในสัดส่วนอย่างไร”นายพัฒนา ระบุ
นายพัฒนา เผยอีกว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่จะถามในการประชุมบอร์ด สปสช.โดยจะขอให้ สปสช.ช่วยแยกรายละเอียด break down ว่าเงิน 60,000 ล้านบาทที่รัฐบาลจัดสรรมาให้ไปอยู่ไหน ถูกใช้ไปกับอะไร หรือไปอยู่กับ เครือข่ายโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UHosnet) ซึ่งก็เป็นระบบการให้บริการบ้างไหม คาดว่าคงมีบ้าง แต่จะมากถึง 60,000 ล้านบาทหรือไม่ การจัดสรรเหมาะสมตามความจำเป็นจริงๆหรือไม่ อย่างไร ก็ต้องไปดูในการประชุมบอร์ดสปสช. 3 ส.ค.นี้
“ผมจะขอที่ประชุมบอร์ดสปสช.วันที่ 3 ส.ค.ด้วยว่า จะขอกันงบฯ 1,400 ล้านบาทจากที่ขอมา 5,000 ล้านบาทไว้ก่อนยังไม่ใช้ทำอะไร เพราะปี 2569 ใช้เพียง 3,600 ล้านบาทก็เพียงพอ ก็จะได้ประหยัดเงินไว้ ส่วนจะนำไปใช้อะไรต่อไปก็ค่อยว่ากันต้องหารือในที่ประชุมบอร์ดสปสช.” นายพัฒนา ตอบ
นายพัฒนา กล่าวว่า คาดหวังว่าในฐานะประธานบอร์ด คงจะสามารถลงไปช่วยอธิบายให้สังคมเกิดความกระจ่างได้ว่า การให้บริการต่างๆ มันอยู่ถูกที่ถูกทางแล้ว หรือถ้ามันไม่ถูกต้อง ประธานบอร์ด และคณะกรรมการฯ ก็ต้องช่วยกันปรับจูนให้ระบบนี้ยั่งยืนและอยู่ได้ เป็นภาระประเทศน้อยที่สุด
นายพัฒนา กล่าวด้วยว่า ตนคิดว่าถ้าจัดสรรดีๆ สถานการณ์น่าจะดีขึ้น เพราะโรงพยาบาลปี 2568 ทั้งระบบ น่าจะติดลบประมาณ 12,000-13,000 ล้านบาท โดยเป็นตัวเลขที่ของบฯกลาง ดังนั้น เงินที่หายไป เกือบ 60,000 ล้านบาท ถ้าจัดสรรให้ดี ประมาณ 20% ก็จะได้เงินกลับมา 12,000 ล้านบาทเป็นอย่างน้อยแล้ว ก็จะช่วยภาระประเทศได้ ดังนั้น คิดว่า หากไม่มีอะไรผิดปกติ การนำมากางแล้วดูว่า ใส่เงินที่มีจำกัด ไปอยู่ในจุดที่ถูกต้อง น่าจะเป็นตัวที่มีประโยชน์มากกว่า
นายพัฒนา กล่าว อย่ามาบอกเลยว่า เอางบฯบัตรทอง ไปโปะอีเวนต์ มันไม่ใช่ มันเป็นงบฯจากเงินบำรุงคือ เงินที่ รพ.สะสมมา ถ้าถามผม ตอนเข้ามาปลายปีที่แล้ว มานโยบายควิกวินหลายตัว ทั้งหมอพร้อม การใช้ไอที ซึ่งเราเห็นว่าในอนาคตจะช่วยลดภาระ ค่ารักษาพยาบาล ค่ายา ได้มาก ก็พยายามชูประเด็นนี้ ก็ต้องขอบคุณโรงพยาบาลที่สนับสนุนนโยบาย ส่วนงบประมาณก็ต้องบอกจริงๆว่า ผมไม่ทราบว่าเขาเอามาจากตรงไหน และก็เป็นเรื่องที่โรงพยาบาลจะจัดซื้อจัดจ้าง
นายพัฒนา เผยอีกว่า หมอพร้อม แสดงการให้บริการคืนข้อมูลให้ประชาชน รวมทั้งแอปอื่นๆ ทั้งแอปทางรัฐ เป๋าตัง ตามที่เป็นข่าว ก็มีการแสดงข้อมูลที่ตรงกับการรับบริการที่ประชาชนได้รับเหมือนกัน หมายความว่า หมอพร้อม ,ทางรัฐ, เป๋าตัง เป็นกระดานในการโชว์ว่าไปเรื่องอะไพบแพทย์เรื่องอะไรบ้าง
ถ้ากระดานนี้โชว์อย่างโปร่งใส ก็จะย้อนกลับไปที่หน่วยให้บริการต้นทาง ทั้ง รพ. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) หน่วยให้บริการเอกชน หน่วยให้บริการที่ขึ้นทะเบียนกับ สปสช. ว่า ให้บริการอะไรไป คีย์ข้อมูลทิพย์หรือไม่ การทุจริตหรือเกิดการคีย์ผิดจริงๆ เหมือน กรณี รพ.ในจ.ร้อยเอ็ด ซึ่งมันง่ายต่อการตรวจสอบ เป็นการเปิดเผยโปร่งใส
นายพัฒนา กล่าวว่า ใครบอก ถ้าพูดผิดก็ต้องรับผิดชอบด้วย เพราะเป็นการนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์หรือไม่ ซึ่งต้องไปดูว่าเขากล่าวหาว่าทุจริตใช่หรือไม่ ตนยืนยันว่า ไม่มี และ ใครพูดก็ต้องรับผิดชอบ
นายพัฒนา กล่าวว่า ทำไม่ได้ แค่นี้ยังไม่พอเลย ทุกวันนี้ต้องบริหารงบอื่นมาอุ้มบัตรทองมากกว่า ไม่ใช่แค่รพ.ในสังกัดสธ.ลองไปถามรพ.สังกัดอื่นๆ อย่างโรงเรียนแพทย์ เอกชนก็ได้รับผลกระทบ
“ไม่มีใครได้ประโยชน์อะไรเลยจากตรงนี้ โรงเรียนแพทย์ก็เสีย รพ.สธ.ก็เสีย ทุกคนที่เสียออกมาพูดหมดว่าควรมีการปรับ แต่กลับมีกลุ่มหนึ่งออกมาพูดว่าดีแล้ว ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร อย่างการจ่ายเงินของสปสช. มีช่องว่างต้นทุนจริงมาก คำถามคือ สปสช.จ่ายเงินมาให้แต่ละบริการและ รพ.บอกว่า จ่ายต่ำกว่าต้นทุน แต่สปสช.ก็บอกว่าไม่ต่ำ ซึ่งคนที่รู้ต้นทุน ก็รู้ว่ามันต่ำ ส่วนเรื่องแก้ไขปรับปรุงพ.ร.บ.บัตรทอง อะไรที่ควรพัฒนาก็พัฒนา อะไรที่ดีเราก็เก็บไว้” นายพัฒนา ระบุ
นายพัฒนา กล่าวว่า ก็เป็นการจับทุจริต กรณีสอบท้องถิ่นก็จับทุจริต นายกฯ ก็ใส่เต็มเหนี่ยว ตนในฐานะที่อดีตเคยไปตั้งคนหนึ่ง ไม่เคยเข้าไปยุ่ง ก็นำเรียนนายกฯ ว่าทำเต็มที่เลยครับ บอกตำรวจว่า เต็มที่เลยครับ ตนก็ไม่มีอะไร หมอพร้อม ไม่ใช่ทุจริต แต่เป็นกระดานที่เปิดออกมาว่ามีอะไรอยู่ใต้พรมไหม มันอาจจะมีหรือไม่มีก็ได้