"สติธร" ถอดรหัส หาก "ยุบสภา 12 ธันวาคม” ค่ายน้ำเงินกุมความได้เปรียบ
22 พ.ย. 2568

"สติธร ธนานิธิโชติ" นักวิชาการรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ถอดรหัส หาก"ยุบสภา 12 ธันวาคม” ค่ายน้ำเงินกุมความได้เปรียบ พบช่องโหว่ "ยุบสภา" ได้หลังยื่นญัตติซักฟอก
การเมือง
22 พ.ย. 2568

"สติธร ธนานิธิโชติ" นักวิชาการรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ถอดรหัส หาก"ยุบสภา 12 ธันวาคม” ค่ายน้ำเงินกุมความได้เปรียบ พบช่องโหว่ "ยุบสภา" ได้หลังยื่นญัตติซักฟอก
22 พฤศจิกายน 2568 ดร.สติธร ธนานิธิโชติ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า และนักวิชาการคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถอดรหัสคำพูดของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี "หากฝ่ายค้านรอไม่ไหว จะประกาศยุบสภา 12 ธันวาคม 2568 " ว่า เท่าที่ประเมิน 1. ความจริงในใจลึกๆนายกฯอยากอยู่ให้ครบตามที่ประกาศไว้ คือ 31 มกราคม 2569 เพราะสง่างาม อีกทั้งเคยย้ำหลายรอบแล้ว
2. ในเรื่อง MOA การรักษาคำมั่นสัญญากับพรรคประชาชนว่าเห็นไหมเขาโหวตให้เราทำตามสัญญา ซึ่งภูมิใจไทยต้องการแบบนี้
แต่ในขณะเดียวกัน ความพร้อมในการจะไปเลือกตั้ง ถามว่าใครมีความพร้อมต้องยอมรับว่า พรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชนพร้อมที่สุดสองพรรค
ในมุมพรรคภูมิใจไทย ยุบสภาเมื่อไหร่ก็ได้ตอนนี้ ไม่กลัว เพราะฉะนั้น พรรคฝ่ายค้าน จะมาขู่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งจริงๆก็ไม่ได้กลัว แต่โดยเสถียรภาพรัฐบาลเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย แปลว่าเกิดพรรคประชาชน ไปยกมือตามพรรคเพื่อไทย นายกฯต้องออกจากตำแหน่ง เกิดความไม่สง่างาม และถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์การเมือง
"เกมการเมืองภูมิใจไทย ก็ต้องเลือกเกม ไม่ให้มีการอภิปราย เพราะว่าตัวเองไม่ได้กลัวอยู่แล้วว่าจะต้องเลือกตั้ง แล้วเราจะเห็นว่า ช่วงนี้พรรคภูมิใจไทยโชว์ความพร้อมมาก ประกาศแคนดิเดตนายกก่อนเพื่อนเลย ฟูลสเกลสามคน"
ดร.สติธร จับสัญญาณเคลื่อนไหวของนายกฯอนุทินที่ออกมาประกาศหากฝ่ายค้านรอไม่ไหวจะยุบสภา 12 ธันวาคม ว่านี่คือการชิงความได้เปรียบ กล่าวคือ 1.แสดงออก ให้เห็นว่า เมื่อเพื่อไทยเล่นเกมกับภูมิใจไทยแล้ว แต่ภูมิใจไทยไม่กลัว
2. แสดงให้เห็นว่าพรรคมีความพร้อมมากในการเลือกตั้ง ซึ่งพรรคอื่นแน่ใจหรือไม่ ถ้ายุบสภาเร็วแล้วพร้อม
3. ขณะเดียวกันเปิดหน้าไพ่ให้ดู อย่างเช่น แคนดิเดตนายกฯ สะท้อนกลับไปที่ พรรคเพื่อไทยว่าเมื่อภูมิใจไทยเปิดแล้ว เป็นการไปกดดันเพื่อไทยต่อว่าแคนดิเดต นายกฯของพรรคคือใคร รวมถึง พรรคประชาชนตกลงจะมีแค่หัวหน้าณัฐพงษ์คนเดียวหรือไม่
คำถามมันกระทบไปหาพรรคอื่นไปโดยปริยายว่าภูมิใจไทยเขาเปิดแล้ว พรรคอื่นที่เป็นคู่แข่ง พูดง่ายๆถ้าเป็นภาษาแบบเล่นไพ่หน่อยก็คือขอดูหน้าไพ่เพื่อนคู่แข่งหน่อย วันนี้ เราเปิดหน้าไพ่แล้วเพราะไม่มีอะไรจะเสีย
ยุบสภาก่อนกำหนด ส่งผล “แก้รธน.” แท้ง
ดร.สติธร ยังกล่าวถึงสถานการณ์ ถ้ายุบสภา 12 ธันวาจริง ไม่ได้ทำประชามติแก้รธน.แน่นอน
วันนี้ รัฐบาลนำ พ.ร.บ.ประชามติมากางแล้ว ต้องมีการกำหนดวันล่วงหน้า เพียงแต่ว่าเขาอยากประหยัดงบประมาณ โดยการมีคำถามข้อที่สองเรื่องรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งวันนี้ อยู่ในชั้นกรรมาธิการที่เตรียมเอาเข้าวาระสอง จากวาระสองจะมีเวลาอีก 15 วันที่จะต้องไปโหวตวาระสาม ซึ่งเป็นที่มาว่า ถ้าจะไปตาม MOAให้สมบูรณ์ ต้องเปิดวิสามัญก่อนวันที่ 12 ธันวาคม เพื่อเอาวาระที่สองของรัฐธรรมนูญเข้า แล้วก็จะได้รอไปอีก 15 วันค่อยโหวตวาระสาม
"ฉะนั้น การประชามติจะเกิดขึ้นอย่างน้อย มีการเลือกตั้งบวกกับประชามติรัฐธรรมนูญ 2 ข้อแน่ๆ แต่ถ้าเกิดไปยุบสภาวันที่ 12 ต่อให้เปิดวิสามัญวันที่ 10 วันที่ 11 ก่อนหน้านั้นสองวัน ขั้นตอนยังไม่จบ กฎหมายที่ค้างอยู่ในวาระที่สอง เมื่อสภายุบแล้วก็ตกไป คือ จะรื้อขึ้นมาได้อีก ต่อเมื่อหลังเลือกตั้งเปิดสภากันมาใหม่ แล้วสภามาพิจารณากันว่าอะไรที่คั่งค้างหรือตกไปในสมัยที่แล้วจะหยิบขึ้นมาพิจารณาต่อ ในทางกฎหมายมันสะดุดแน่ๆ ถ้ายุบสภาวันที่ 12 ธันวาคม" ดร.สติธร ชี้ให้เห็นผลกระทบ จากการยุบสภาวันที่ 12 ธันวาคม
พบช่องโหว่ยื่นญัตติซักฟอกแต่ “ยุบสภา” ได้
อย่างไรก็ดี ดร.สติธร ให้มุมมองในทางเทคนิคจากกระแสเพื่อไทยเตรียม ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยที่นายกฯอนุทิน ยังมีช่องทางยุบสภาหลังยื่นญัตติได้ ว่า ในเชิงเทคนิคมีช่องว่าง
“กรณีที่อจ.บวรศักดิ์ รองนายกฯด้านกฎหมาย เห็นต่างกับ อจ.วันนอร์ ประธานสภาฯ แปลว่า ต่อให้ทั้งสองคนพูดถูกทั้งคู่ ในทางเทคนิคมีวิธีแก้"
"ผมยกตัวอย่าง คนที่เข้าชื่อเสนอญัตติ สมมุติท่านอาจารย์วันนอร์ นับว่าพอยื่นเอกสารปุ๊บแล้วห้ามยุบสภา แต่สมมุติว่าเราส่งงูเห่าเข้าไปสักคนหนึ่งในรายชื่อ แล้วให้เขาออกมาทักท้วงว่าไม่ได้เซ็น เอาชื่อเขาไปเป็นการผิดกฎหมาย ท่านประธานก็ต้องตรวจสอบญัตติ ไม่สมบูรณ์ก็ต้องส่งคืนมาแก้ก่อน แล้วช่วงที่คืนมาแล้ว แปลว่ายังไม่ได้ยื่น ก็สามารถชิงยุบสภาตอนนั้นก็ยังได้"
“อีกกรณี เราเห็นสภาพของพรรคที่รู้สึกว่าถ้าจะยื่นมีโอกาสมากที่สุดคือพรรคเพื่อไทย ปัญหาคือว่า เรื่องการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีกฎเกณฑ์ ต้องใช้เสียงหนึ่งในห้าของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันนี้เขานับกันกลมๆ 90 คน ซึ่งพรรคเพื่อไทยบอกมี 130 กว่าคน คำถามไปเข้าชื่อกันจริงๆ ได้ถึง 90 ขึ้นมา เพราะว่ามีคนที่เขาเตรียมจะย้ายพรรคหลังเลือกตั้งแต่ยังไม่เปิดตัว กลายเป็นว่าตอนนั้น พรรคเพื่อไทยจะได้เฉลยข้อสอบว่าคนที่ไปมีใครบ้าง เพราะเขาก็จะเกี่ยงงอนไม่ยอมลงชื่อไปกับพรรค
ฉะนั้น ไม่ได้แปลว่า วันที่ 12 ธันวา คุณอยากยื่นญัตติอภิปราย แล้วอีกฝั่งจะยุบสภาไม่ได้ เพราะถ้าในเพื่อไทยไม่ให้ความร่วมมือ หรือมีสมาชิกปันใจ ดังนั้นในทางเทคนิค ยังมีทางออก ในขณะเดียวกันสมมุติว่าพรรคเพื่อไทยยื่นได้จริง ยื่นทั้งคณะด้วย ก็จะไปกดดันที่พรรคประชาชนแทน ว่าพรรคประชาชนก็ต้องอภิปรายรัฐมนตรีเทาของคุณด้วยนะ แล้วคุณจะไปโหวตรับรองรัฐมนตรีเทาของคุณทั้งคณะหรือ แปลว่า พรรคประชาชนถ้าจะแลกกับเรื่องนี้ ก็จะย้อนกลับไปคล้ายกับตอนที่เขาต้องทะเลาะกันเองภายในว่าจะโหวตให้คุณอนุทินไหม สถานการณ์มันจะคล้ายๆกัน"
จับตาไทมไลน์เปิดวิสามัญแก้รธน.
ดร.สติธร ชี้ว่า ตรงจุดนี้ ขึ้นอยู่กับว่าช่วงก่อนวันที่ 12 ธันวาคม จะเปิดสมัยวิสามัญหรือไม่ แล้วรัฐธรรมนูญจะผ่านไปตามร่างที่พรรคประชาชนต้องการหรือไม่ ถ้าผ่านไปได้ อย่างน้อยน้อยพรรคประชาชนจะมีเวลาซื้อเวลาให้กับพรรคภูมิใจไทยอีก 15 วัน
"หมายความว่า ถ้าเกิดอภิปรายไม่ไว้วางใจก่อนหน้านั้น พรรคประชาชนก็จะบอกว่าไม่จำเป็นต้องไว้วางใจรัฐบาลเพื่อรอร่างรัฐธรรมนูญ มีจุดให้ชี้กันอยู่อีก" ดร.สติธร กล่าวทิ้งท้าย
ข่าวล่าสุด