เก้าอี้ประธานฟีฟ่าสะเทือน ยูฟ่าเปิดศึกไล่อินฟานติโนพ้นตำแหน่ง
02 ส.ค. 2569 | apirak_pra

ยูฟ่าเสื่อมศรัทธา "จานนี อินฟานติโน" ดันข้อเสนอปลดพ้นเก้าอี้ เผยสองแคนดิเดตทั้งคอนคาเคฟและเอเชียจ่อเสียบ
ข่าว
02 ส.ค. 2569 | apirak_pra

ยูฟ่าเสื่อมศรัทธา "จานนี อินฟานติโน" ดันข้อเสนอปลดพ้นเก้าอี้ เผยสองแคนดิเดตทั้งคอนคาเคฟและเอเชียจ่อเสียบ
KEY
POINTS
สถานการณ์ความระส่ำระสายภายในสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ก้าวสู่ช่วงวิกฤตหนักที่สุดในรอบทศวรรษ หลังจากการพยายามผลักดันแผนการดึงกลุ่มทุนเอกชนเข้ามาถือหุ้นในทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลกของ จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า ล้มเหลวลงอย่างสิ้นเชิง ส่งผลให้สมาพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ออกมาประกาศ "หมดความไว้วางใจ" อย่างเป็นทางการ พร้อมเดินหน้าใช้มาตรการทางกฎหมายและการเมืองลูกหนังเพื่อกดดันให้ประธานฟีฟ่าวัย 56 ปี ก้าวลงจากตำแหน่ง
ความเพลี่ยงพล้ำของอินฟานติโนไม่ได้หยุดอยู่แค่การถูกคัดค้านจากยูฟ่าเท่านั้น แต่สมาพันธ์ฟุตบอลอเมริกาเหนือ อเมริกากลาง และแคริบเบียน (CONCACAF) รวมถึงสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (AFC) ซึ่งเคยเป็นฐานเสียงและพันธมิตรที่เหนียวแน่นที่สุด ต่างพร้อมใจกันปฏิเสธแผนงานดังกล่าวและเรียกร้องให้มีการสอบสวนโครงสร้างการบริหารงานของฟีฟ่า นอกจากนี้ ที่ปรึกษาคนสำคัญอย่าง คาร์ลอส คอร์เดโร และประธานฝ่ายปฏิบัติการ เควิน ลามูร์ ยังได้ประกาศลาออกจากตำแหน่ง ส่งผลให้อินฟานติโนตกอยู่ในสภาวะโดดเดี่ยวทางการเมืองอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
แม้ว่าอินฟานติโนจะออกมาประกาศถอยและยกเลิกแผนการดังกล่าวในเวลาต่อมา แต่ายูฟ่าและพันธมิตรยังคงเดินหน้าหาทางถอดถอนเขาออกจากเก้าอี้ผู้นำ โดยเส้นทางในการกดดันดันมี 3 แนวทางหลัก ได้แก่
.
การบีบให้ลาออกโดยสมัครใจ: รอยื่นเรื่องผ่านคณะกรรมการฟีฟ่า (Fifa Council) เพื่อกดดันให้ลาออกตามรอย เซปป์ แบลตเตอร์ อดีตประธานในปี 2015
การเปิดประชุมสภาวิสามัญ (Extraordinary Congress): หากมีสมาคมสมาชิก 1 ใน 5 (43 ชาติจาก 211 ชาติ) ยื่นคำร้อง ยูฟ่าซึ่งมีสมาชิก 55 ชาติสามารถเปิดประชุมได้ทันที เพื่อลงมติถอดถอนด้วยเสียงกึ่งหนึ่ง (106 เสียง)
การลงแข่งเลือกตั้งในเดือนมีนาคมปีหน้า: เปิดตัวแคนดิเดตคนใหม่เพื่อลงชิงตำแหน่งอย่างเป็นทางการ โดยมีเส้นตายการยื่นสมัครในวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้
หากกระบวนการสู้ศึกเลือกตั้งเกิดขึ้น ยูฟ่าจำเป็นต้องแสวงหาตัวแทนที่ไม่ใช่ชาวยุโรปเพื่อป้องกันข้อกล่าวหาเรื่องการรวบอำนาจ โดยมีสองตัวเต็งสำคัญที่มีโอกาสก้าวขึ้นมาท้าชิงเก้าอี้ ได้แก่ วิกเตอร์ มอนตาลิยานี ประธานคอนคาเคฟ ชาวแคนาดา ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของฟุตบอลโลก 2026 และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกสมาพันธ์ กับ ชีค ซัลมาน บิน อิบราฮิม อัล คาลิฟา ประธาน AFC ชาวบาห์เรน ที่สร้างความฮือฮาด้วยการนำทัพเอเชียเปิดหน้าชนกับฟีฟ่าในครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม อินฟานติโนยังคงเดินหน้าใช้เกมทางการเมืองเพื่อดึงสมาคมฟุตบอลขนาดเล็กและประเทศในแอฟริกา รวมถึงชาติอย่างกาตาร์ โมร็อกโก และอียิปต์ กลับมาเป็นฐานเสียง ซึ่งหากยูฟ่าและพันธมิตรไม่สามารถรวบรวมเสียงได้ครบ 106 ชาติ หรือไม่มีสปอนเซอร์รายใหญ่ตบเท้าถอนสัญญาร่วมกดดันเหมือนในคดีคอร์รัปชันปี 2015 การศึกครั้งนี้ก็อาจจะกลายเป็นเกมยาวที่ต้องตัดสินกันในคูหาเลือกตั้งปีหน้า