กลโกงยุค 90 รีเทิร์น! "รองจ๋อ" ซ้อนแผนรวบแก๊งผิวสี ต้มตุ๋น "Black Money" เสกกระดาษเป็นดอลลาร์ (มีคลิป)
02 ส.ค. 2569 | natthanan_chu

กลโกงยุค 90 รีเทิร์น! "รองจ๋อ" ซ้อนแผนรวบแก๊งผิวสี ต้มตุ๋น "Black Money" อ้างน้ำยาวิเศษเสกกระดาษเป็นดอลลาร์ 200 ล้าน
ข่าว
02 ส.ค. 2569 | natthanan_chu

กลโกงยุค 90 รีเทิร์น! "รองจ๋อ" ซ้อนแผนรวบแก๊งผิวสี ต้มตุ๋น "Black Money" อ้างน้ำยาวิเศษเสกกระดาษเป็นดอลลาร์ 200 ล้าน
KEY
POINTS
2 สิงหาคม 2569 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และ พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น., พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. วางแผนจับกุมผู้ต้องหาขบวนการต้มตุ๋นข้ามชาติจำนวน 4 ราย คือ
1.นายเรมี่ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี สัญชาติไลบีเรีย ข้อหา “ร่วมกันเป็นอั้งยี่”
2.นายเดวิด (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี สัญชาติไลบีเรีย ข้อหา “ร่วมกันเป็นอั้งยี่ และเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
3.น.ส.นากัว (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี สัญชาติแคเมอรูน ข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
4.น.ส.ไคเซีย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี สัญชาติแคเมอรูน ข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay)”
พร้อมของกลาง ธนบัตรคล้ายสกุลดอลลาร์ 100 ดอลลาร์ จำนวน 11 ใบ, ธนบัตรเคลือบสาร (เงินดำ) 3 ใบ, กระดาษสีขาวขนาดเท่าธนบัตร 60,000 ฉบับ, น้ำยาเคมีไม่ทราบชนิด 4 ขวด, อุปกรณ์แปลงสภาพธนบัตร และโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง ซึ่งบันทึกคลิปสาธิตขั้นตอนการล้างเงินดำไว้จำนวนมาก
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. เปิดเผยว่าสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. ได้สืบสวนขยายผลเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ ชาวผิวสี มาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเมื่อวันที่ 26 ก.ค. 69 เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนติดตามคนร้ายรายสำคัญในเครือข่ายกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติในพื้นที่ย่านซอยนานา โดยได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมผู้ต้องสงสัยไปที่งานรวมรถหรูแห่งหนึ่งในพื้นที่กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้อำพรางตัวเป็นผู้สนใจรถหรู การปลอมตัวแนบเนียนจนสะดุดความสนใจของแก๊งคนร้าย โดยที่คนร้ายดันเสนอตัวจะหาเงินทุนมาซื้อรถยนต์หรูให้
คนร้ายพยายามหว่านล้อมสรรพคุณความร่ำรวยของตนเองว่าเป็นเงินทุนจากธุรกิจมืด มีเงินสดอยู่จำนวนประมาณ 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 200 ล้านบาท (สองร้อยล้านบาท) แต่ทว่าเงินสดเหล่านั้นติดอยู่ที่ด่านสรรพกร คนร้ายจึงชักชวนให้ชุดสืบสวนในคราบไฮโซเก๊ ร่วมลงทุนเป็นเงินสดไทยจำนวน 150,000 บาท อ้างเพื่อใช้สำหรับจ่ายใต้โต๊ะ
พร้อมข้อเสนอว่าหากได้กระดาษจำนวนดังกล่าวออกมาแล้ว จะสามารถใช้กรรมวิธีเปลี่ยนสภาพจากกระดาษเปล่าให้กลายเป็นธนบัตรดอลลาร์สหรัฐฉบับจริงได้ครบตามจำนวนที่ได้แจ้งไว้ โดยเสนอส่วนแบ่งให้จำนวน 40 เปอร์เซ็นต์ โดยคนร้ายยัง “นัดหมาย” จะสาธิตกรรมวิธีการเปลี่ยนสภาพจากกระดาษเปล่าให้กลายเป็นธนบัตรดอลลาร์สหรัฐฉบับจริงโชว์ให้ดูอีกด้วย โดยคนร้ายไม่ทราบเลยว่าแท้จริงแล้วคนที่สนทนาอยู่ด้วยคือ “ตำรวจอำพราง”
กระทั่งวันที่ 1 ส.ค. 69 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. วางแผนปฏิบัติการ “หลอกซ้อนลวง” ปฏิบัติการทลายขบวนการกลโกงสุดคลาสสิคที่ทำมาอย่างยาวนาน เพื่อจับกุมคนร้ายให้ได้แบบคาหนังคาเขา โดยเมื่อถึงเวลานัดหมายคนร้าย 2 รายได้เดินทางมาพบตามนัดหมาย โดยไม่รู้ตัวว่าได้ย่างกายเข้าถ้ำเสือ คนร้ายทำทีนำกระดาษสีขาวขนาดเท่าธนบัตรฉบับ 100 ดอลลาร์ถูกนำไปเคลือบสารเคมี (หรือทาแป้ง/ไอโอดีน) จนกลายเป็นสีขาว/สีดำบังตาไว้ล่วงหน้า โดยคนร้ายได้นำของเหลวมาทากับกระดาษสีขาวจนแปลงสภาพกลายเป็นธนบัตร 100 ดอลลาร์
อ้างว่าเป็นสารเคมีพิเศษ แต่แท้จริงเป็นเพียงวิตามินซีละลายน้ำ ล้างคราบชั้นนอกออก ทำให้เห็นหน้าเงินจริงที่ซ่อนอยู่ข้างใน ทว่าขณะที่คนร้ายทั้งสองรายร่ายมนต์ต้มตุ๋นอยู่นั้นถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับจ้องทุกทิศทาง และตัวเหยื่อที่คนร้ายกำลังต้มตุ๋นนั้นก็คือตำรวจอำพราง หลังจบปาหี่เจ้าหน้าที่อำพลางจึงแปลงกายจากเหยื่อกลายเป็นผู้ล่า แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกับเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. ที่ซุ่มรอเข้าจับกุมอยู่รอบทิศทาง ทำให้คนร้ายทั้งสองรายตกอยู่ในอาการงุนงงเป็นอย่างมาก
โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาคนร้ายทั้งสองว่า “ร่วมกันเป็นอั้งยี่และเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนทำการตรวจยึดธนบัตรและอุปกรณ์การต้มตุ๋นอีกหลายรายการก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน ดำเนินคดีตามกฏหมาย
ต่อมาขยายผลหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้พบพยานหลักฐาน เกี่ยวกับการผลิตธนบัตรดอลลาร์ปลอมเป็นจำนวนมาก จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสถานที่ต้องสงสัย ผลการตรวจค้นพบ กระดาษสีขาวขนาดเท่าธนบัตร จำนวน 60,000 ฉบับ ซึ่งถูกตระเตรียมใช้พิมพ์เงินดอลล่าร์ปลอมราว 6 ล้าน ดอลล่าร์สหรัฐ ภายในห้องพักของผู้ต้องหารายที่ 1 ย่าน ถ.ลาซาล และ จากการตรวจสอบห้องพักของคนร้ายรายที่ 2 ย่านหัวหมาก พบธนบัตรปลอม (เงินดำ) และหลักฐานอีกหลายรายการ อีกทั้งภายในยังพบบุคคลต่างด้าวสัญชาติแคมมารูน อีก 2 ราย จึงได้ทำการจับกุมตัวในข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ดำเนินคดีตามกฏหมาย
พล.ต.ต.ธีรเดช เปิดเผยว่า แผนประทุษกรรมที่คนร้ายจะใช้หลอกลวงเหยื่อนั้นคือรูปแบบ “Black Money Scam” หรือ”สแกมธนบัตรดำ (หรือธนบัตรขาว)” โดยใช้หลักการทางเคมีพื้นฐานบวกกับ “มายากลต้มตุ๋น” (ใช้ปฏิกิริยาของไอโอดีนและแป้ง หรือใช้สารละลายสีที่เคลือบไว้ออก) มาสร้างภาพลวงตาให้เหยื่อเชื่อว่ากระดาษเปล่ากลายเป็นเงินจริงได้ กลโกงนี้มีมาตั้งแต่ยุค 1990 และกระจายไปทั่วโลกทั้งในยุโรป สหรัฐอเมริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย
เมื่อเหยื่อหลงเชื่อว่าทำได้จริง มันจะมอบกระดาษขาวปึกใหญ่ (ซึ่งคราวนี้เป็น กระดาษเปล่าธรรมดา ไม่ใช่แบงก์จริงเคลือบ) พร้อมหลอดน้ำยาปลอม แล้วจะเชิดเงินหนีไป โดยการหลอกลวงลักษณะนี้ประชาชนโดยส่วนใหญ่เคยได้ยินหรือได้อ่านมาบ้างแล้ว ทว่ากลับไม่เคยมีใคร “ได้เห็นกับตา” ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการ “เปิดโปง” กลลวงนี้ได้ให้ประชาชนได้เห็น
ในชั้นจับกุม นาย เรมี่ ผู้ต้องหาที่ 1 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “ตนเองมีเครือญาติอยู่ในประเทศไนจีเรีย โดยในคดีนี้ตนเองไม่รู้เรื่องใดๆทั้งสิ้น ที่ตนเองได้แสดงการลอกคราบธนบัตรไปนั้นตนเองจำไม่ได้ว่าทำสิ่งใดลงไป” ในชั้นจับกุม นายเดวิด ผู้ต้องหาที่ 2 ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “สิ่งที่ตนเองได้ทำในวันนี้นั้น มีประสงค์เพื่อหลอกลวงให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่า พวกตนมีธนบัตรดอลลาร์สหรัฐของจริงที่ผ่านการใช้กรรมวิธีเปลี่ยนสภาพให้เป็นคล้ายกระดาษเปล่า
อยู่จำนวนประมาณ 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ200 ล้านบาท อยู่จริง โดยใช้กลอุบายเป็นวิธีการสาธิตกรรมวิธีการเปลี่ยนกระดาษเปล่าให้เป็นธนบัตรดอลลาร์สหรัฐฉบับจริง เพื่อให้เหยื่อตายใจ และยอมส่งมอบทรัพย์สินให้ โดยถ้าหากว่าได้เงินแล้ว พวกของตนก็จะตัดขาดการติดต่อจากเหยื่อไป และแบ่งเงินที่หลอกลวงมาได้เท่ากันคนละครึ่ง โดยยังรับต่อไปว่า กระดาษเปล่าตัดขอบขนาดใกล้เคียงธนบัตร จำนวน 1 ถุงใหญ่ ของกลางรายการที่ 14 นั้น วันนี้ (1 ส.ค.2569) เวลาประมาณ 12.00 น. ตนได้ไปว่าจ้างร้านพิมพ์เอกสารเพื่อให้ช่วยตัดกระดาษเปล่าให้มีขนาดเท่าธนบัตรฉบับจริง”
พล.ต.ต.ธีรเดช ฝากเตือนประชาชนว่า กลโกงลักษณะ “Black Money Scam” เป็นกลโกงคลาสสิกที่มีมาตั้งแต่ยุค 1990 โดยอาศัยหลักเคมีพื้นฐานบวกกับมายากลต้มตุ๋นมาสร้างภาพลวงตายืนยันว่าในโลกความจริงไม่มีสารเคมีชนิดใดสามารถเปลี่ยนกระดาษเปล่าให้กลายเป็นเงินจริงได้ หากพบเห็นพฤติกรรมลักษณะนี้ขออย่าได้หลงเชื่อเด็ดขาด