เนชั่นทีวี

การเมือง

นายกฯ "อนุทิน" ปาฐกถาพิเศษเวที FIC 2025 ชูวิสัยทัศน์ "นำไทยฝ่าความท้าทายโลก"

21 พ.ย. 2568

นายกฯ "อนุทิน" ปาฐกถาพิเศษเวที FIC 2025 ชูวิสัยทัศน์ "นำไทยฝ่าความท้าทายโลก"

ส.อ.ท.จัดงานกาลาดินเนอร์ FIC 2025 ผนึกกำลังภาคอุตสาหกรรม-รัฐบาล รับมือความผันผวนของโลก พร้อมเชิญ "นายกฯอนุทิน" ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ "Leading Thailand Through Global Challenges" วันที่ 24 พ.ย.นี้

21 พฤศจิกายน 2568 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท. หรือ FTI) เตรียมจัดการประชุมและงานกาลาดินเนอร์ครั้งสำคัญแห่งปีของชมรม Foreign Industrial Club (FIC) ภายใต้ชื่อ FIC 2025 ในวันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ณ ห้องนภาลัย แกรนด์บอลรูม โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ

โดยงานนี้ได้รับเกียรติจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่จะเดินทางมาร่วมงานในฐานะแขกผู้มีเกียรติ (Guest of Honour) และขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษ (Keynote Address) ในหัวข้อ "Leading Thailand Through Global Challenges" (นำไทยฝ่าความท้าทายโลก) เพื่อแสดงวิสัยทัศน์และแนวทางของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมของประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เต็มไปด้วยความท้าทาย

นายกฯ "อนุทิน" ปาฐกถาพิเศษเวที FIC 2025 ชูวิสัยทัศน์ "นำไทยฝ่าความท้าทายโลก"

สำหรับกำหนดการสำคัญของงาน

  • งานจะเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 17:30 น. ด้วยพิธีลงทะเบียนและงานเลี้ยงรับรองเพื่อสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ (Cocktail Networking Reception) ตามด้วยพิธีการบนเวทีตั้งแต่เวลา 19:00 น. เป็นต้นไป
  • 19:05 น. : กล่าวเปิดงาน (Opening Remarks) โดย นายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการจัดงาน FIC 2025
  • 19:10 น. : กล่าวต้อนรับ (Welcoming Remarks) โดย นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
  • 19:15 น. : ปาฐกถาพิเศษ "Leading Thailand Through Global Challenges" โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • 20:00 น. : ช่วงสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ (Business Networking)
  • 21:00 น. : สิ้นสุดโปรแกรม

นายกฯ "อนุทิน" ปาฐกถาพิเศษเวที FIC 2025 ชูวิสัยทัศน์ "นำไทยฝ่าความท้าทายโลก"  

FIC Gala Dinner เวทีผนึกกำลังอุตสาหกรรม นับเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้นำในภาคอุตสาหกรรมไทยและผู้ประกอบการจากต่างประเทศที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ได้แลกเปลี่ยนมุมมองและสร้างความร่วมมือทางธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานโลก นวัตกรรม และความยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับหัวข้อหลักของงาน

การเข้าร่วมงานครั้งนี้ของนายกรัฐมนตรี สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการรับฟังและทำงานร่วมกับภาคเอกชน รวมถึงการให้ความสำคัญกับบทบาทของอุตสาหกรรมต่างประเทศในการเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย