“ธรรมนัส” หนึ่งเดียวแคนดิเดตนายก “กล้าธรรม” ชูเปลี่ยน สปก.เป็นครุฑแดง
25 ธ.ค. 2568

''ธรรมนัส'' นั่งแคนดิเดตนายกฯ หนึ่งเดียว "พรรคกล้าธรรม" พร้อมประกาศวิถีคนบ้า ย้ำนโยบายทำได้จริงไม่ขายฝัน ชูเปลี่ยน สปก.เป็นครุฑแดง
การเมือง
25 ธ.ค. 2568

''ธรรมนัส'' นั่งแคนดิเดตนายกฯ หนึ่งเดียว "พรรคกล้าธรรม" พร้อมประกาศวิถีคนบ้า ย้ำนโยบายทำได้จริงไม่ขายฝัน ชูเปลี่ยน สปก.เป็นครุฑแดง
25 ธันวาคม 2568 พรรคกล้าธรรม จัดงาน "กล้าธรรม ทำมากกว่าพูด'' เปิดตัวผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พร้อมเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคกล้าธรรม โดยนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ระบุว่า พรรคกล้าธรรม ดำเนินงานมากว่า 5 ปี ไม่ใช่พรรคใหม่ และเดิมเป็นพรรคเศรษฐกิจไทย ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นพรรคกล้าธรรม เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2567 ซึ่งไม่ได้มีการวางแผนใด ๆ แต่ถูกมองว่า เตรียมบ้านสำรอง ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว ไม่ได้คาดคิดว่า พวกตนเป็นลูกน้องที่จงรักภักดี เขาให้ไปตาย เราก็ไปตาย แล้ววันหนึ่ง เขาจะฆ่าเรา จึงต้องย้ายฐานทัพอีกครั้ง
นางนฤมล ยังยืนยันว่า พรรคกล้าธรรม มีความพร้อมที่สุด สามารถส่ง สส.ได้ครบทั่วประเทศไทย และมีนโยบายที่พร้อมทำงานต่อเนื่อง และพิสูจน์ได้ ซึ่ง ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคฯ ยืนยันว่า จะไม่ทำนโยบายขายฝัน หลอกชาวบ้าน ทั้งการแจกเงิน หรือทำเรื่องต่าง ๆ ที่ทำไม่ได้จริง พรรคกล้าธรรมจะไม่ทำ
นางนฤมล ยังเปิดเผยถึงการเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีว่า ก่อนหน้านี้ร้อยเอกธรรมนัส คุยกับตนเองตลอด ซึ่งร้อยเอกธรรมนัส จะสนับสนุนให้ตนเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ก่อนจะมีการคุยกันอย่างจริงจัง และได้มีความชัดเจนว่า จะเสนอชื่อ ''ร้อยเอกธรรมนัส'' เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว เพราะกล้า กล้าที่จะพูด ที่จะเถียง พูดแทนเกษตรกรและพูดแทนประชาชน ทั้งสภาผู้แทนราษฎร และการประชุมคณะรัฐมนตรี และมวลชนที่มาประท้วง
ดังนั้น เชื่อว่า ร้อยเอกธรรมนัส จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงประเทศได้ เป็นคนกล้าไม่ใช่มีแต่คนพูดเก่ง ไม่ดีแต่พูดขายฝัน และพรรคกล้าธรรม ถ้าร่วมกันรบเมื่อใด ไม่เคยแพ้ เช่น การเลือกตั้งซ่อมนครศรีธรรมราช ในการเลือกตั้งที่ 8 และการครั้ง 8 กุมภาพันธ์นี้ ขอให้พรรคกล้าธรรมได้เจอกันที่รัฐสภา
ขณะที่ ร้อยเอกธรรมนัส ได้แถลงอุดมการณ์ และนโยบายของพรรคกล้าธรรม สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ โดยยืนยันว่า พรรคกล้าธรรม กล้านำเสนอ และกล้าที่จะทำ แตกต่างจากบางพรรคการเมืองที่พูดดี พูดเพราะ มีคนเก่ง แต่เมื่อเป็นรัฐบาลแล้ว ไม่สามารถทำได้จริง การแถลงนโยบายหลาย ๆ รัฐบาล กลายเป็นพรรคการเมืองขายฝัน คราวหาเสียงสัญญาจะทำนู่น ทำนี่ รักประชาชน ไหว้ตั้งแต่ออกจากบ้านยันเสาไฟฟ้า นโยบายขายฝัน ไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างที่พูด
แต่พรรคกล้าธรรม จะไม่ทำ พรรคกล้าธรรม จะทำในสิ่งที่พูด พร้อมย้ำว่า ตนเองเป็นคนบ้า บ้าทำมากกว่าพูด บ้าทำประโยชน์ให้กับประชาชน แม้ไม่ใช่คนพูดเก่ง แต่เป็นคนที่ไปถึงก่อนทุกครั้งที่มีปัญหา และเป็นคนใจกล้า และพร้อมเป็นที่พึ่งให้คนไทย เพราะพรรคกล้าธรรม เชื่อว่า ชาวบ้านต้องการนักการเมืองที่พูดดี แต่ต้องการนักการเมืองที่ช่วยเหลือได้ในวันที่ลำบากที่สุด
และหากประชาชน เลือกพรรคกล้าธรรม ภารกิจแรก พรรคจะเปลี่ยนฐานรากการเกษตรให้มั่นคง มีที่ทำกิน มีระบบน้ำที่ดี ''มีที่ดิน มีน้ำ มีกำไร'' เพราะประเทศ จะยืนไม่ได้ถ้าฐานรากยังล้ม
ภารกิจแรกพรรคกล้าธรรม จะทำให้คนมีที่ทำกิน มีรายได้มั่นคงและมีอนาคต กล้าเปลี่ยน ส.ป.ก.สู่โฉนดเพื่อการเกษตร-ครุฑแดง เหมือนที่ตนดำเนินการอยู่ เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งทุนพัฒนาที่ดินต่อยอดชีวิต แตกต่างจากบางพรรคการเมืองในอดีตที่ไม่กล้าทำ และเกิดปัญหาจนต้องยุบสภาหนี ดังนั้น หากตนเองได้กลับมา ตนก็จะดำเนินการต่อเนื่อง และกล้าจัดการน้ำทั้งระบบ รวมถึงยังมีนโยบายอุดหนุนค่าปุ๋ย ต่อยอดจากโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง ซึ่งต่อจากนี้จะมีการเข้าถึงทุน มีธนาคารประชาชนใช้ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้
ร้อยเอกธรรมนัส ยังกล่าวถึงนโยบายกล้าสร้างอนาคต ผ่านนโยบายเรียนดี มีงานทำ Learn to Earn และใช้ชีวิตได้จริง ''กล้าสร้างอนาคต'' ยกระดับการศึกษา พัฒนาชีวิตครู ดูแลนักเรียนแบบไม่ถอย ยกระดับอาชีวะให้ตรงความต้องการตลาด เรียนจบแล้วทำงานได้จริง ใช้ AI เพื่อเด็กทุกคน ยกระดับคุณภาพชีวิตครู เพิ่มทางเลือกในการขอวิทยฐานะ ลดรายจ่ายครูที่จมลงไปกับหนี้ รวมถึงการตั้งสหกรณ์กลาง ลดดอกเบี้ยครูอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการดูแลนักเรียนทั้งอาหารกลางวันที่มีคุณภาพ มีนมที่มีคุณภาพดื่มทุกวัน รวมถึงการตั้งศูนย์ปฐมวัยคุณภาพถ้วนหน้า เพื่อเป็นฐานหลักในการดูแลเด็กอย่างมีคุณภาพ
ร้อยเอกธรรมนัส ยังกล่าวถึงนโยบายสวัสดิการถึงบ้านตั้งแต่เกิดถึงแก่ กลุ่มเปราะบางทุกคนต้องได้รับการดูแลอย่างดี เข้าถึงได้จริง และถึงมือทันเวลา ด้วยการตั้งศูนย์ปฐมวัยคุณภาพถ้วนหน้า เพื่อเป็นฐานหลักในการเลี้ยงดูเด็กอย่างมีคุณภาพ มีศูนย์ร่วมสุขประจำชุมชน เพื่อลดการทอดทิ้ง และสร้างอาชีพ และสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัย เพื่อดูแลชีวิตที่เหมาะสม ผ่านโครงการปรับปรุงบ้านกลุ่มเปราะบาง พร้อมทั้งการสานต่อโครงการบ้านมั่นคงและที่พักอาศัย ปรับบ้านเด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ และเพิ่มทางเลือกห้องเช่าราคาถูก รวมถึงยังสร้างงานให้คนพิการ สามารถเลี้ยงตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรี สนับสนุนการจ้างงานผ่านมูลนิธิคนพิการ และปรับหลักเกณฑ์ประเมินความพิการ สร้างระบบดูแลผู้สูงวัยอย่างระบบดิจิทัล และแก้หนี้ ปรับโครงสร้าง ลดดอกเบี้ยผ่านธนาคารของภาคประชาชน ให้คนรากหญ้าเข้าถึงสินเชื่อ
ร้อยเอกธรรมนัส ยังระบุว่า พรรคกล้าธรรมยังมีภารกิจกล้าพุ่งสู่ระดับโลก กระจายความพร้อมในด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ไม่กระจุกในเมืองใหญ่โดยใช้การท่องเที่ยว กีฬา และวัฒนธรรม ไม่ทำให้เมืองรองเป็นเพียงทางผ่าน แต่จะต้องเปลี่ยนเมืองรองเป็นจุดหมายระดับโลก ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคม และการบิน เพิ่มสนามบิน และเส้นทางการบิน รวมถึงการสร้างเส้นทางท่องเที่ยวแบบกลุ่มจังหวัด ส่งเสริมโรงแรม โฮมสเตย์ ตลอดจนที่พักชุมชนให้ตรงตามความต้องการนักท่องเที่ยว พร้อมยก ''พะเยาโมเดล'' ที่การท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด หลังพัฒนาเมือง และโครงสร้างพื้นฐาน โดยจะใช้พะเยาโมเดลสานต่อไปยังเมืองรองให้พร้อมรับการท่องเที่ยว
ร้อยเอกธรรมนัส ยังระบุว่า พรรคกล้าธรรม จะสนับสนุนนักกีฬาตั้งแต่ระดับเยาวชน สู่อาชีพให้มีเส้นทางชัดเจนเหมือนบันไดกีฬา ใช้วิทยาศาสตร์การกีฬา ควบคู่กับการสนับสนุนอุปกรณ์ และสนามซ้อม และสร้างรายได้เลี้ยงชีพด้วยกีฬา
ร้อยเอกธรรมนัส ยังยืนยันว่า ผู้สมัครทุกคนเป็นที่พึ่งของคนไทย และกล้าธรรม ทำมากกว่าพูด และพร้อมที่จะนำ สส.เข้าสภาให้มากที่สุด ซึ่งตนเองอาจจะโผงผาง พูดจาไม่เพราะ แต่เมื่อลงพื้นที่แล้ว ทั้งสาวแก่ แม่หม้าย ลูกหลานเยาวชนต่างมาห้อมล้อมถ่ายรูป ประชาชนต้องการคนที่พึ่งได้ และพรรคกล้าธรรม ทำมากกว่าพูด เพื่อคนไทย
ร้อยเอกธรรมนัส ยังได้ขอบคุณ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่มาร่วมงานพรรคกล้าธรรม และมีอีกหลายคน เช่น จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นต้น
ร้อยเอกธรรมนัส ยังเปิดเผยด้วยว่า พรรคกล้าธรรม จะเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ 17 เวที โดยแบ่งเป็นกลุ่มจังหวัด เช่น กลุ่มจังหวัดพะเยา เชียงราย แพร่ น่าน, กลุ่มจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน และกลุ่มจังหวัด 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นต้น โดยผู้ที่เข้าร่วมรับฟังการปราศรัย จะไม่ต่ำกว่า 10,000 คน และจะมีเวทีปราศรัยย่อย ที่ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ จะไปร่วมปราศรัยด้วย และตนเองจะไปร่วมปราศรัยใหญ่ทุกเวที
ขณะที่ บรรยากาศงาน "กล้าธรรม ทำมากกว่าพูด“ ในเปิดตัวผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ ในวันนี้ (25 ธ.ค.) เป็นอย่างคึกคัก มีอดีต และว่าที่ผู้สมัคร สส.ที่ย้ายมาจากพรรคการเมืองอื่น รวมถึงแกนนำพรรคมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง เช่น กลุ่ม สส.เพื่อนเฉลิมชัย ศรีอ่อน จากพรรคประชาธิปัตย์, กลุ่ม สส.พรรคเพื่อไทย ทั้งนายไชยา พรหมา อดีต สส.หนองบัวลำภู, นางนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร อดีต สส.ศรีสะเกษ, นายแพทย์ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ อดีต สส.ศรีสะเกษ และนางอนุรักษ์ บุญศล อดีต สส.สกลนคร
นอกจากนี้ ยังมีนายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่นำลูกชาย 2 คนมาลงสมัคร สส.สงขลา และยังมีนายธนกฤต จิตอารีรัตน์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่มาลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม รวมถึงยังมี นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ อดีต สว.พาบุตรชายบุญธรรมมาลงสมัคร สส.พิษณุโลก เขต 4
ทั้งนี้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังได้มาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย เพื่อมอบแจกันดอกไม้ให้กำลังใจร้อยเอกธรรมนัส ก่อนที่จะสวมกอดกัน ซึ่งนายเฉลิมชัย ได้บอกกับร้อยเอกธรรมนัสว่า “เรามาสู้ด้วยกัน”
ข่าวล่าสุด