ส่วนปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดและกรอบการใช้งบประมาณตามข้อกำหนดของรัฐบาลรักษาการ ร้อยเอกธรรมนัส ระบุว่า รัฐบาลแม้เข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่ ภารกิจแก้ปัญหาปากท้องประชาชนต้องเดินต่อ โดยจะนำเรื่องเข้าหารือในการประชุม ครม. ครั้งถัดไป เพื่อให้แนวทางแก้ไขมีความต่อเนื่องและไม่สะดุด
ด้าน จ่าเอกยศสิงห์ ย้ำว่า กระทรวงอุตสาหกรรมลงพื้นที่ร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ เพราะมองว่า ภาคเกษตรคือฐานการผลิตสำคัญของประเทศ และสามารถ “ต่อยอด” ผ่านการแปรรูปเพิ่มมูลค่า สร้างรายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจให้เกษตรกรและชุมชนได้จริง โดยจากนี้ทั้งสองกระทรวงจะบูรณาการความร่วมมือ เชื่อมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การพัฒนาองค์ความรู้และมาตรฐาน ไปจนถึงการเพิ่มขีดความสามารถด้านการแปรรูปและตลาด
ทั้งนี้ มีรายงานว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อน “สไตล์การทำงานในแนวทางเดียวกัน” ของทั้ง ร.อ.ธรรมนัส และ จ่าเอกยศสิงห์ คือ ทำมากกว่าพูด เน้นงานที่จับต้องได้และออกผลกับประชาชน พร้อมกำชับข้าราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ห้ามปล่อยเกียร์ว่างในช่วงเลือกตั้ง เพราะ “เรื่องของประชาชนไม่ใช่เรื่องที่รอได้” และงานรัฐต้องเดินหน้าต่อเนื่องเพื่อให้บริการประชาชนอย่างเต็มกำลังในทุกสถานการณ์