เนชั่นทีวี

การเมือง

4 องค์กรผนึกกำลัง เร่งดัน กม.ต้าน SLAPP ปกป้องผลประโยชน์ชาติ-ปชช.

05 ธ.ค. 2568 | titayu_pur

4 องค์กรผนึกกำลัง เร่งดัน กม.ต้าน SLAPP ปกป้องผลประโยชน์ชาติ-ปชช.

4 องค์กรผนึกกำลัง เร่งดันกฎหมายต้าน SLAPP จี้รัฐ–เอกชนยุติ “ฟ้องปิดปาก” เพื่อปกป้องผลประโยชน์ชาติและประชาชน

เครือข่ายประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ, สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.), สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส) และคณะกรรมการรณรงค์ เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ออกแถลงการณ์ เรียกร้องรัฐบาลเร่งผลักร่างพระราชบัญญัติป้องกันการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมี ส่วนร่วมของสาธารณชน พ.ศ..... (ร่างกฎหมายป้องกันฟ้องปิดปากฯ) หรือการ SLAPP เพื่อปกป้องผลประโยชน์ชาติและประชาชน
 

ในแถลงการณ์ ระบุว่า “การฟ้องปิดปาก” หรือ SLAPP (ย่อมาจาก Strategic Lawsuit Against Public Participation แปลว่า การดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณะ) ไม่เกี่ยวอะไรกับ “ข้อเท็จจริง” แต่หมายถึง คดีความที่มีเป้าหมายเพื่อข่มขู่กดดัน ให้คนที่ใช้สิทธิเสรีภาพการแสดงออก  ตัดสินใจเลิกแสดงความคิดเห็นเชิงลบต่อผู้ฟ้องคดี ซึ่งกำลังกลายเป็นปรากฏการณ์ใหญ่ทางสังคม มีการฟ้องร้องมาแล้วหลายคดี ไม่ว่าจะโดยบริษัทเอกชน ผู้ประกอบการรายย่อย ผู้มีอำนาจ รัฐมนตรี นักการเมือง รวมถึงองค์กร หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ในการใช้อำนาจบริหารเพื่อกลั่นแกล้งเพื่อนำไปสู่การลงโทษทางวินัยเป้าหมาย
 

4 องค์กรผนึกกำลัง เร่งดัน กม.ต้าน SLAPP ปกป้องผลประโยชน์ชาติ-ปชช.


 

เครือข่ายประชาธิปไตยและองค์กรภาคประชาชน จึงขอเรียกร้องต่อรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้อง อันจะนำไปสู่ การจัดปัญหานี้ร่วมกัน ดังนี้ คือ
 

1. รัฐบาลจะต้องทำหน้าที่ของรัฐในการปกป้องสิทธิมนุษยชน จากการบิดเบือนระบบกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายหมิ่นประมาท และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในการข่มขู่และปิดปากผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ และการปกป้องนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน (human rights defenders) รวมทั้งหน้าที่ในการกำกับดูแลการใช้วิธีนี้ของบริษัทเอกชน เพื่อคุกคามประชาชนที่ทำหน้าที่บนผลประโยชน์สาธารณะ
 

ปัจจุบันมีเพียงสำนักงาน ป.ป.ช.ที่มีบทบาทหลัก ในการป้องกันและช่วยเหลือผู้ถูกฟ้องคดี SLAPP โดยเป็นการคุ้มครองบุคคล ที่เปิดเผยข้อมูลการทุจริตและถูกฟ้องกลับ ให้ถือเป็นผู้แจ้งเบาะแส หรือผู้ร้องเรียน ที่จะได้รับความคุ้มครอง ทั้งทางแพ่ง อาญา วินัย และปกครอง แต่ ป.ป.ช. แต่ไม่ได้รวมถึงกรณีผู้บริโภคถูกฟ้องปิดปาก ดังนั้น รัฐบาลจะต้องมีนโยบายและการปฏิบัติ เพื่อแก้ไขปัญหาการใช้เครื่องมือ ฟ้องคดีปิดปากประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
 

 

2.บริษัทเอกชนจะต้องเคารพสิทธิมนุษยชน และยกเลิกการฟ้องปิดปากประชาชนโดยทันที UNGPS กำหนดให้บริษัทต้องแสดงความรับผิดชอบว่า เคารพสิทธิมนุษยชน ไม่ว่ากฎหมายในประเทศนั้น ๆ จะกำหนดไว้อย่างไรบ้าง การฟ้องคดี SLAPP เป็นการละเมิดความรับผิดชอบข้อ 85 นี้อย่างตรงไปตรงมา บริษัทต้องดำเนินกระบวนการตรวจสอบ ด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (HRDD) เพื่อระบุ ป้องกัน และ บรรเทาความเสี่ยง และผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน
 

การฟ้องคดี SLAPP สะท้อนว่า บริษัทล้มเหลวในหน้าที่นี้อย่างสิ้นเชิง การฟ้องคดี SLAPP เป็นรูปแบบหนึ่งของการใช้กระบวนการยุติธรรมอย่างเลือกปฏิบัติ เพื่อกลั่นแกล้ง (judicial harassment) ขัดต่อละเมิดหลักการพื้นฐาน ที่ว่ากระบวนการยุติธรรมควรเป็นกลไกกลาง ที่เป็นธรรมและเข้าถึงได้ เพื่อแสวงหาการเยียวยา ที่มีประสิทธิผลจากกรณีละเมิดสิทธิมนุษยชน
 

ขอให้รัฐบาลผลักดันร่างพระราชบัญญัติป้องกันการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมี ส่วนร่วมของสาธารณชน พ.ศ..... (ร่างกฎหมายป้องกันฟ้องปิดปากฯ) เพื่อปกป้องนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน (Human Rights Defender) และป้องกันปัญหาการดำเนินคดีจำนวนมาก ที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิเสรีภาพใน การแสดงออก ต่อเรื่องที่เป็นประโยชน์สาธารณะ ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในหลักการสำคัญทางกระบวนการ ประชาธิปไตย
 

3.หากสิ่งที่พูดหรือเผยแพร่ยังไม่เป็นความจริง แต่เป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ รัฐจะต้องมีนโยบาย ไม่ให้ผู้ถูกฟ้องปิดปาก ต้องจ่ายค่าชดเชยความเสียหาย หลักการที่เป็นอยู่เดิมในการพิจารณาคดีแพ่ง ในข้อหา หมิ่นประมาท แตกต่างกับการพิจารณาคดีอาญาตรงที่ว่า ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิพิสูจน์ว่า สิ่งที่ตัวเองพูดนั้นเป็น ความจริง หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นความจริงแล้ว จะไม่ถือว่าเข้าข่ายความผิดเลย ซึ่งหากเป็นคดีอาญา แม้จะเป็นความจริง ก็ยังอาจเป็นความผิดได้อยู่

สำหรับคดีแพ่ง หากมีการเผยแพร่ข้อมูลออกไปในเรื่องที่ยังไม่เป็นความจริง แต่เป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์กับสาธารณะ ถ้าผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้รู้ว่าไม่เป็นความจริง ก็ไม่ควรต้องจ่าย ค่าชดเชยความเสียหายใดๆ หากศาลพิจารณาเห็นว่า เป็นคดีที่เข้าข่ายการฟ้องปิดปากประชาชน ศาลควรมีอำนาจสั่งให้ยุติคดีได้ อีกทั้งยังอาจสั่งให้ฝั่งโจทก์ จ่ายค่าเสียหายแก่จำเลยเชิงลงโทษได้ แต่หากในกรณีที่พิจารณาแล้วว่า ไม่เข้าข่ายการฟ้องปิดปาก ศาลก็มีอำนาจให้คดีนั้นเดินหน้าต่อไปได้

 

ข่าวล่าสุด