'วสวรรธน์' จี้ ทบ. สอบ 'ทหารผี' ชายแดนระส่ำ งบถูกตัดพันล้าน
18 ส.ค. 2569 | titayu_pur

'วสวรรธน์' จี้ ทบ. ตรวจสอบปม 'ทหารผี' ชายแดน หลัง งบถูกตัดพันล้าน ด้านกองทัพบกเปิด 3 ทางรอด จ่อแปรญัตติ-ของบกลาง พยุง ก่อนประเมินกำลังพลใน 3-6 เดือน
ข่าว
18 ส.ค. 2569 | titayu_pur

'วสวรรธน์' จี้ ทบ. ตรวจสอบปม 'ทหารผี' ชายแดน หลัง งบถูกตัดพันล้าน ด้านกองทัพบกเปิด 3 ทางรอด จ่อแปรญัตติ-ของบกลาง พยุง ก่อนประเมินกำลังพลใน 3-6 เดือน
KEY
POINTS
18 สิงหาคม 2569 ในการประชุม กมธ.งบประมาณปี 70 นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง ได้จี้กองทัพบกเร่งตรวจสอบปม "ทหารผี" ชายแดน หลังพบการเบิกจ่ายงบประมาณ แต่ไร้ตัวตนปฏิบัติงานจริง ท่ามกลางวิกฤตงบประมาณกองกำลังสุรนารีและกองกำลังบูรพา ที่ถูกหั่นลดลงกว่า 1,000 ล้านบาท จนส่งผลกระทบต่อความพร้อมและจำนวนกำลังพลประจำการตรึงแนวชายแดน ขณะที่ตัวแทนกองทัพบกเร่งชี้แจง 3 ทางรอด ทั้งการขอแปรญัตติเพิ่ม ขอใช้งบกลาง และเตรียมปรับลดกำลังพล หากไร้งบพยุง พร้อมประเมินสถานการณ์ความมั่นคงใหม่ใน 3–6 เดือน
ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ได้มีการซักถามประเด็นการจัดสรรงบประมาณของกองทัพบก (ทบ.) โดยเฉพาะประเด็นความพร้อมด้านกำลังพลตามแนวชายแดนและความโปร่งใสในการเบิกจ่ายงบประมาณ โดย นายวสวรรธน์ พวงพรศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคไทรวมพลัง ได้ตั้งข้อสังเกตและซักถามตัวแทนกองทัพบก ว่า ตนในฐานะผู้ที่เคยได้รับผลกระทบ และเป็นหนึ่งในผู้อพยพ เห็นว่า ทบ. ควรได้รับการจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสมและถูกทิศทาง
พร้อมตั้งคำถามถึงกรณีการปรับลดงบประมาณ จนส่งผลกระทบต่ออัตรากำลังพลในพื้นที่กองกำลังสุรนารี และตลอดแนวชายแดน ตั้งแต่กองทัพภาคที่ 1 ถึงภาคที่ 2 ที่พบว่า มีกำลังพลประจำการเบาบางลง ทั้งที่สถานการณ์ยังไม่กลับสู่ภาวะปกติอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ นายวสวรรธน์ ยังได้เน้นย้ำถึงประเด็นสิทธิประโยชน์ ค่าตอบแทน เบี้ยเลี้ยง และเงินเดือนของกำลังพล โดยจี้ให้ ทบ. ตรวจสอบข้อสังเกตเรื่อง "ทหารผี" หรือกรณีที่มีรายชื่อปฏิบัติหน้าที่อยู่หน้าแนวชายแดน เพื่อเบิกจ่ายงบประมาณ แต่ไร้ตัวตน ปฏิบัติงานจริงในพื้นที่
ด้านตัวแทนกองทัพบกได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า งบประมาณของหน่วยในพื้นที่กองกำลังบูรพา (กองทัพภาคที่ 1) และกองกำลังสุรนารี (กองทัพภาคที่ 2) ถูกปรับลดลงไปกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีการระดมกำลังพลจากกองทัพภาคที่ 3 (ภาคเหนือ) เข้ามาสนับสนุนการปฏิบัติการ ทำให้ยอดกำลังพลจริงเกินกว่าอัตราปกติของทั้งสองกองกำลัง แม้ปัจจุบันจะมีการปรับลดกำลังพลลงบ้างตามระดับการประเมินภัยคุกคาม แต่ยังคงจำเป็นต้องได้รับงบประมาณสนับสนุนเพิ่มเติม
สำหรับแนวทางการบริหารจัดการงบประมาณด้านกำลังพล ทางกองทัพบกได้วางกรอบไว้ 3 แนวทาง ได้แก่ แนวทางที่ 1 ขอแปรญัตติเพิ่มงบประมาณในชั้นการพิจารณาของรัฐสภา แนวทางที่ 2 หากการแปรญัตติไม่สำเร็จ มีความจำเป็นต้องเสนอขอรับการจัดสรรจากงบกลาง และแนวทางที่ 3 หากไม่สามารถจัดหางบประมาณเพิ่มเติมได้ จำเป็นต้องปรับลดจำนวนกำลังพลลงให้สอดคล้องกับยอดงบประมาณที่ได้รับจริง
ทั้งนี้ กองทัพบกจะดำเนินการประเมินสถานการณ์ความมั่นคงและระดับภัยคุกคามตามแนวชายแดนอีกครั้งในช่วง 3–6 เดือนข้างหน้า เพื่อพิจารณาความจำเป็นในการคงกำลังพลในแต่ละจุดต่อไป