เนชั่นทีวี

ข่าว

'ทวี' จี้สางคดีลอบยิงกมลศักดิ์ กังขาปืนโผล่ท้าทายยุติด่านปี 70

18 ส.ค. 2569 | titayu_pur

'ทวี' จี้สางคดีลอบยิงกมลศักดิ์ กังขาปืนโผล่ท้าทายยุติด่านปี 70

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ลงพื้นที่ชายแดนใต้ จี้สางคดีลอบยิงกมลศักดิ์และอุ้มฆ่านอกระบบ กังขาเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนรู้เห็นปมปืนของกลาง เร่งพิสูจน์ความจริงคืนยุติธรรม

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ลงพื้นที่ชายแดนใต้ จี้สางคดีลอบยิงกมลศักดิ์และอุ้มฆ่านอกระบบ กังขาเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนรู้เห็นปมปืนของกลาง เร่งพิสูจน์ความจริงคืนยุติธรรม

KEY

POINTS

  • ท้าทายเป้ายุติด่านปี 2570: พ.ต.อ.ทวี ชี้ความไม่ปลอดภัยที่พุ่งเป้าใส่เจ้าหน้าที่เป็นสิ่งท้าทายเป้าหมายยกเลิกด่าน ย้ำห้ามโยนภาระให้ประชาชน
     
  • กังขาคดีลอบยิงกมลศักดิ์: จี้พิสูจน์หลักฐานปืนของกลางและหัวกระสุน หลังสงสัยเจ้าหน้าที่รัฐอาจมีส่วนรู้เห็นกับการสังหารสมาชิกพรรคประชาชาติ
     
  • ซัดปล่อยผู้เกี่ยวข้องลอยนวล: ฝากฝ่ายสืบสวนเร่งนำตัวบุคคลที่เคยสารภาพว่าสะกดรอยตามผู้ตายมาสอบเค้น หวั่นกระทบความเชื่อมั่นสิทธิมนุษยชน

18 สิงหาคม 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง นำคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ลงพื้นที่ยะลาและสงขลา ช่วงวันที่ 17–18 ส.ค. 2569 เพื่อติดตามการอำนวยความยุติธรรมในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมเปิดประเด็นท้าทายเป้าหมาย ยุติด่านความมั่นคงปี 2570 และจี้สางปมสังหารนอกระบบ รวมถึงคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ สมาชิกพรรคประชาชาติ หลังกังขาเจ้าหน้าที่รัฐอาจมีส่วนรู้เห็นจากปมปืนของกลาง เพื่อเร่งคืนความยุติธรรมและสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการดับไฟใต้ โดยย้ำต้องทำความจริงให้ปรากฏ


ในช่วงระหว่างวันที่ 17–18 สิงหาคม 2569 คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง กรรมาธิการและที่ปรึกษา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ กรรมาธิการและที่ปรึกษา นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล โฆษกคณะกรรมาธิการ และนายรอมฎอน ปันจอร์ เลขานุการคณะกรรมาธิการ ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดยะลาและจังหวัดสงขลา เพื่อศึกษาดูงานในหัวข้อ “การบังคับใช้กฎหมาย การอำนวยความยุติธรรม และการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเพื่อสนับสนุนกระบวนการสร้างสันติภาพในพื้นที่ภาคใต้”


ในการประชุมหารือ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ได้กล่าวถึงภาพรวมของการแก้ไขปัญหาทางการเมืองและความมั่นคง โดยระบุถึงเป้าหมายที่มีการกำหนดไว้ว่าจะเห็นด่านในพื้นที่ภาคใต้ยุติลงภายในปี 2570 ว่า ถือเป็นทั้งโอกาสและสิ่งท้าทายที่ตนเคยคิดว่าสามารถทำได้ แม้ปัจจุบันอาจไม่มีโอกาสได้ลงมือทำโดยตรง

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง กรรมาธิการและที่ปรึกษา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ

 

พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า สภาพความเป็นจริงในวันนี้ต้องยอมรับว่า ความไม่ปลอดภัยส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร เนื่องจากกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ยกระดับการต่อสู้พุ่งเป้ามาที่เจ้าหน้าที่รัฐโดยตรง ขณะที่กลุ่มเป้าหมายรองลงมาคือกลุ่มเปราะบาง เช่น พี่น้องคนไทยพุทธ หรือบุคคลที่ไม่สามารถตอบโต้แก้แค้นได้ ดังนั้น การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหารเผชิญกับความไม่ปลอดภัย จะไปผลักภาระหรือโยนความผิดให้ประชาชนไม่ได้ ถือเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรม จึงขอฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความไม่ประมาทเท่าชีวิต


พ.ต.อ.ทวี ได้เน้นย้ำถึงประเด็นสำคัญเรื่องการสังหารนอกระบบ การสังหารตามอำเภอใจ และการวิสามัญฆาตกรรม โดยระบุว่า แม้จะมีการอ้างว่าการปฏิบัติงานเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน แต่ประชาชนในพื้นที่ยังคงตั้งข้อสงสัย โดยเฉพาะกรณีของ “กมลศักดิ์” ซึ่งเป็นบุคคลที่ไม่มีความขัดแย้งกับใคร และเชื่อว่าไม่ใช่การกระทำของตำรวจทั่วไป


ด้วยเหตุนี้ ตนจึงเรียกร้องให้ทางพิสูจน์หลักฐาน (สพฐ.) นำอาวุธปืนของกลางทั้ง 2 กระบอกมาตรวจสอบอย่างละเอียด เนื่องจากตนได้สอบถามไปยังบริษัทผู้ผลิตอาวุธปืนดังกล่าว ได้รับคำตอบว่ามีการผลิตเพียงกระบอกเดียวตามคำสั่งซื้อ และเชื่อว่าเป็นกระบอกเดียวกับที่ใช้ก่อเหตุยิง

"ส่วนกระบอกที่อยู่กองทัพเรือที่มีการระบุว่านำไปทำลายแล้วนั้น ตนเห็นว่าต้องทำความจริงให้ปรากฏ ทราบว่าจะสามารถเก็บหัวกระสุนได้ 8 เม็ด ก็ต้องขุดขึ้นมาตรวจสอบ เพราะตำรวจมีศักยภาพในการสอบถามไปยังบริษัทผู้ผลิต ซึ่งบริษัทจะสามารถยืนยันได้ว่าปืนหมายเลขประจำปืนนี้จำหน่ายให้กองทัพเรือ จำหน่ายให้กองทัพบก หรือหน่วยงานใด และเมื่อนำหัวกระสุนไปเปรียบเทียบ จะพิสูจน์ได้ว่าไม่มีการขูดลบแก้ไข เป็นปืนที่ผลิตขึ้นมาเพียงอันเดียว ขณะที่กรมสรรพาวุธก็ระบุว่าเป็นผู้สั่งซื้อ หากพนักงานสอบสวนมีความพยายามและสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด" พ.ต.อ.ทวี กล่าว 



พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง กรรมาธิการและที่ปรึกษา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ


พ.ต.อ.ทวี ยังได้หยิบยกกรณีการลอบสังหาร นายกมลศักดิ์ สมาชิกพรรคประชาชาติ ขึ้นมาตั้งข้อสังเกต โดยระบุว่ารู้สึกน้อยใจที่พนักงานสอบสวนไม่ใช้ความพยายามในการคลี่คลายคดี ทั้งที่ปืนของกลางกระบอกดังกล่าวมีหมายเลขประจำปืนชัดเจน และพบว่าไปปรากฏอยู่ที่บริเวณด้านหลังมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ก่อนจะถูกนำมาใช้ยิงนายกมลศักดิ์ ทำให้ประชาชนเกิดความรู้สึกเคลือบแคลงสงสัยว่าการสังหารดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่รัฐร่วมรู้เห็นด้วยหรือไม่ ซึ่งในส่วนของผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เมื่อมีการทำหนังสือสอบถามไปก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ


พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อไปว่า การแก้ปัญหาที่จะให้ความรุนแรงหยุดลงภายในระยะเวลา 3 เดือน เป็นเรื่องท้าทายที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่สิ่งสำคัญคือประชาชนทุกคนไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดต้องได้รับความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียม ในฐานะหัวหน้าพรรคการเมือง เมื่อลูกพรรคถูกฆ่า ย่อมต้องการเห็นกระบวนการยุติธรรมทำงานอย่างเต็มศักยภาพ


นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลว่าในช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. มีบุคคลแอบโทรศัพท์เข้ามาหาผู้ตาย ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับการสั่งการบางอย่าง โดยขอร้องว่าหากพยานหลักฐานและข้อมูลถูกเก็บไว้ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ขออย่าได้มีการทำลาย ขอให้ส่งต่อและดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา เพราะผู้ที่ถูกยิงก็เป็นเจ้าหน้าที่ เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของคนในพื้นที่ หากคดีจบลงโดยไร้ความกระจ่าง จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในเรื่องสิทธิมนุษยชนทันที


ในช่วงท้าย พ.ต.อ.ทวี ได้ฝากข้อเสนอแนะไปยังฝ่ายสืบสวนและผู้รับผิดชอบ โดยขอให้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บาเจาะ ให้นำตัวบุคคลที่มีพฤติการณ์ซัดทอดว่ามีผู้ร่วมกระทำความผิดเข้ามาซักถามและสอบสวนอย่างจริงจัง เนื่องจากปรากฏข้อมูลว่าในการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ บุคคลดังกล่าวได้รับสารภาพว่าได้เดินทางมาติดตามความเคลื่อนไหวของนายกมลศักดิ์หลายครั้ง จึงเกิดคำถามว่าบุคคลหรือตัวละครที่มีส่วนเกี่ยวข้องเหล่านี้หลุดรอดออกไปอยู่ข้างนอกได้อย่างไร ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่ฝ่ายสืบสวนต้องเร่งทำความจริงให้ปรากฏต่อสังคม

ข่าวล่าสุด