โผทหารร้อน! "5 เสือ ทบ. - ทัพเรือ - ทัพ 4" จัดทัพนายพลปี 2569
20 ส.ค. 2569 | thunchanok_kul

เปิดโผทหารวาระปี 2569 จับตาเปลี่ยนผ่านตำแหน่งสำคัญ ปลัดกลาโหม-ผบ.ทร. ท่ามกลางกระแสเรือฟริเกต 1.7 หมื่นล้าน พร้อมจัดแถว 5 เสือ ทบ. และแม่ทัพภาค 4 คนใหม่
ข่าว
20 ส.ค. 2569 | thunchanok_kul

เปิดโผทหารวาระปี 2569 จับตาเปลี่ยนผ่านตำแหน่งสำคัญ ปลัดกลาโหม-ผบ.ทร. ท่ามกลางกระแสเรือฟริเกต 1.7 หมื่นล้าน พร้อมจัดแถว 5 เสือ ทบ. และแม่ทัพภาค 4 คนใหม่
KEY
POINTS
20 สิงหาคม 2569 การจัดทำบัญชีแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล วาระประจำปี 2569 กำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายในการพิจารณาของบอร์ดแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล แม้ในภาพรวมจะดูเรียบง่ายเนื่องจากมีระดับผู้นำเหล่าทัพเกษียณอายุราชการเพียง 2 ตำแหน่ง (รวมปลัดกระทรวงกลาโหม) แต่ในเชิงลึกกลับพบคลื่นใต้น้ำและการจัดแถวกำลังพลที่น่าสนใจใน 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 5 เสือ ทบ., กองทัพเรือ และ กองทัพภาคที่ 4
เคาะโผทหารรอบสุดท้าย?
หากไล่ไทม์ไลน์การพิจารณาบัญชีแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล หรือ “โผทหาร” ปีนี้ พอสรุปได้คร่าวๆ แบบนี้
บอร์ดแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล ยุคนี้มี 6 คน จากที่มีได้สูงสุด 7 คน คือ รมว.กลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และปลัดกระทรวงกลาโหม
ฝ่ายการเมืองยุคนี้ ไม่มีปัญหาอะไรกับกองทัพ และน่าจะไม่มีรายการ “คุณขอมา” ทุกอย่างจึงจบที่กองทัพ อยู่ที่ว่าในกองทัพจะคุยกันลงตัว แค่ไหน อย่างไร
ปลัดกลาโหมลงตัว - ทัพเรือลุ้นเหนื่อย
.
ตำแหน่งจับตา
ปลัดกลาโหม : คาดว่า พล.อ.ศรัณย์ เพชรานนท์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม (ตท.26) จะขยับขึ้นมาแทน “บิ๊กหนุ่ย” พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ที่เกษียณอายุราชการ
เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็จะปิดทาง “เสธ.ปูด้วง” พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ที่จะข้ามห้วยไปนั่งปลัดกลาโหมปีสุดท้าย เพราะขึ้นเบอร์ 1 ทบ.ไม่ได้ เนื่องจากติด พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. เพื่อนร่วมรุ่น ตท.26 ที่เกษียณพร้อมกันในปีหน้า และจะไปเบียด พล.อ.ศรัณย์ ก็ไม่ดี เนื่องจากเป็นเพื่อน ตท.26 ด้วยกันอีก
.
ผบ.ทร. : ลุ้น 3 แคนดิเดต คือ
“เรือฟริเกต” 1.7 หมื่นล้าน กดดันโผ ผบ.ทร.
กองทัพเรือปีนี้ถูกจับตาอย่างมาก เพราะมีข่าวไม่ค่อยดีเกี่ยวกับโครงการจัดซื้อ “เรือฟริเกตลำใหม่” มูลค่า 17,000 ล้าน ซึ่งมีการจัดงบประมาณเอาไว้ในปี 2570 และก่อหนี้ผูกพันไปอีกหลายปี
โครงการจัดซื้อเรือฟริเกตลำใหม่ ถูกตรวจสอบจากฝ่ายค้าน และ กมธ.ทหาร โดยเฉพาะจากซีกพรรคประชาชน ตั้งข้อสงสัยเรื่อง “ล็อกสเปก” เอื้อประโยชน์ให้บริษัทจากเกาหลีหรือไม่ เพราะมีข่าวว่า กองทัพเรือเคาะผ่าน “คุณสมบัติ” ให้กับบริษัทนี้เพียงบริษัทเดียว จากที่เสนอโครงการเข้ามาถึง 6 บริษัท จาก 4 ประเทศ คือ เกาหลีใต้ 2 ราย ตุรกี 2 ราย สิงคโปร์ และสเปน ประเทศละ 1 ราย
สาเหตุที่โครงการนี้ถูกตั้งคำถาม เพราะบริษัทจากเกาหลีที่มีแนวโน้มชนะประกวดราคา ไม่มีแผนต่อเรือในประเทศไทย ทำให้ถูกตั้งคำถามเรื่องการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งไทยจะไม่ได้อะไร นอกจากเป็นผู้ซื้อ และสั่งอะไหล่ อุปกรณ์
ผิดกับอีกหลายบริษัท โดยเฉพาะสเปน ที่เสนอเข้ามาต่อเรือในไทย 100% โดยใช้ความร่วมมือกับอู่เรือไทย แรงงานไทย และถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ทั้งหมด ตรงตามนโยบาย Offset Policy ที่หลายฝ่ายพยายามผลักดัน
(Offset Policy หรือ “นโยบายชดเชย” หมายถึง มาตรการที่รัฐบาลกำหนดให้ผู้ขายสินค้าหรือคู่สัญญาจากต่างประเทศ เช่น การจัดซื้อยุทโธปกรณ์ราคาสูง ต้องชดเชยผลประโยชน์กลับมายังประเทศผู้ซื้อ คือไทย ผ่านการลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือการจ้างงานในประเทศ เพื่อเปลี่ยนจากการใช้งบประมาณแบบ "ซื้อแล้วจบ" ให้เป็นการลงทุนระยะยาว)
อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้โครงการนี้ถูกตรวจสอบก็คือ บริษัทเกาหลีแห่งเดียวกันนี้ คือ บริษัทคู่สัญญาที่ต่อเรือฟริเกตให้ไทย คือ “เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช” ซึ่งเข้าประจำการได้ไม่กี่ปี ก็มีปัญหา ต้องซ่อมแซม และยังหาสาเหตุได้ไม่ชัด ว่าเป็นเพราะปัญหาการต่อเรือ หรือปัญหาการนำมาใช้งาน หรือปัญหาเรื่องการบำรุงรักษาที่ไม่ดีพอ
แต่เมื่อเป็นบริษัทเดียวกัน ก็ทำให้หลายฝ่ายแสดงความกังวล ขณะที่กองทัพเรือมองว่า การจัดซื้อจากบริษัทเดียวกัน หรือใช้เรือสัญชาติเดียวกัน จะทำให้ง่ายต่อการเรียนรู้ ใช้งาน บำรุงรักษา และซ่อมแซม เพราะกำลังพลของกองทัพเรือมีความคุ้นเคยอยู่แล้ว และใช้ระบบอาวุธกับระบบอะไหล่ชุดเดียวกัน
การเลือกตัว ผบ.ทร. จึงมีความอ่อนไหวอย่างยิ่งต่อโครงการจัดหาเรือฟริเกตลำใหม่ ซึ่งอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการประกาศผู้ชนะประกวดราคา และเซ็นสัญญาพอดี
กองทัพเรือ มีปัญหาเรื่องการจัดหายุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่มาแล้ว คือ เรือดำน้ำจากจีน มูลค่ากว่าหมื่นล้านเช่นกัน ปัจจุบันยังรอเปลี่ยนเครื่องยนต์ และทดลองใช้เครื่องยนต์ของจีน เนื่องจากเยอรมันไม่ยอมขายเครื่องยนต์ให้จีน นำมาติดตั้งบนเรือดำน้ำไทย
ปัญหาการจัดหายุทโธปกรณ์มูลค่ามหาศาล ซึ่งมีความอ่อนไหว ส่งผลต่อการแต่งตั้ง ผบ.ทร.ในห้วงหลายปีที่ผ่านมา มีความพยายาม “ส่งไม้ต่อ” ให้กับคนที่ไว้วางใจได้ และเป็น “ฝ่ายเดียวกัน” เท่านั้น ทำให้ ผบ.ทร.ต่อจาก พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ เมื่อปี 2561-2563 ช่วงจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีน ผบ.ทร.มีอายุราชการเหลือปีเดียวมาตลอด ถึง 6 คนแล้ว ซึ่งไม่ตอบโจทย์กับการพัฒนากองทัพ แต่อาจจะตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของกองทัพเรือเอง คล้ายๆ ช่วยกันระวังหลัง ไม่ให้รุ่นพี่ รุ่นเพื่อนต้องเดือดร้อนหรือไม่
5 เสือ ทบ. ยังฝุ่นตลบ - “บิ๊กไก่” เข้าไลน์ หรือ นิ่งที่ทัพ 1
จัดแถว 5 เสือ ทบ. : แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ
ลงตัวแล้ว
ลุ้นโค้งสุดท้าย
.
ขยับแม่ทัพ 4 - “รองคิ้ว” รบพิเศษคุมดับไฟใต้
จัดกำลัง 4 แม่ทัพภาค :
เดิมมีข่าว ตท.26 จะส่งไม้ต่อให้ พล.ท.นิติ ติณสูลานนท์ แม่ทัพน้อยที่ 4 ซึ่งมีศักดิ์เป็น ”เหลน” ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ แต่ล่าสุดข่าวซาลงไป เพราะเกรงกระแสกดดัน หลังจากส่ง “แม่ทัพยูร” ตท.26 ลงใต้แล้วดับไฟไม่สำเร็จ จึงน่าตัดสินใจส่งไม้ต่อให้ “รองคิ้ว” พล.ต.ชาคริต ตท.28 ขึ้นแทน