เมื่อกระบวนการออกเอกกสารสิทธิ์ไม่ชอบทับที่ดินหลวง อธิบดีกรมที่ดินย่อมใช้อำนาจตาม ป.ที่ดิน เพิกถอนได้ เมื่อกระบวนการได้ทำตามขั้นตอนคำพิพากษาศาลปกครองครบถ้วนแล้ว อธิบดีกรมที่ดินหยิบคำพิพากษาศาลฎีกากับแนวเขตที่ดินระหว่างการรถไฟฯและกรมที่ดิน ปักปันแนวเขตเรียบร้อย ย่อมใช้อำนาจทางปกครอง ขีดฆ่าต้นฉบับเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ออกโดยไม่ชอบได้ทันที
นายชนินท์ฯ คุณเข้าใจข้อกฎหมายหรือไม่ที่ว่า “คำพิพากษาเกี่ยวกับ”กรรมสิทธิ์”ที่เป็นคุณแก่การรถไฟฯ การรถไฟย่อมยกขึ้นต่อสู้กับบุคคลภายนอกได้” ตาม ป.วิแพ่งมาตรา 145 (2) พูดเหมือนจะรู้ แต่อวดรู้ ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานทางกฎหมาย ใครจ้างว่าความคดีที่ดิน แพ้คดีตั้งแต่ในมุ้งแล้ว เป็นทนายที่ไม่ได้ความหรือไม่ อย่างไร
ตนขออธิบายข้อกฎหมายเพื่อให้ประชาชนหูตาสว่างเพื่อประโยชน์สาธารณะ ดังนี้
(1) รัฐบาลสมบูรณาญาสิทธิราชย์ อำนาจเด็ดขาดอยู่ที่พระมหากษัตริย์ซึ่งมีอำนาจสูงสุดในรัฐนั้น หากเป็น “พระบรมราชโองการ” ถือว่ามีสถานะเป็นกฎหมาย หากเป็นเพียง “พระราชดำริ” ไม่ถือว่าเป็น “พระบรมราชโองการ” จึงไม่มีสถานะเป็นกฎหมาย พระราชดำริ ถือเป็นการพูดเปรียบเปรยทั่วไป เสมือนประหนึ่งเป็นเพียง “คำปรารภ” ทั่วไปเท่านั้น
ข้อเท็จจริงประวัติศาสตร์และเอกสารราชการ ที่นายชนินท์ฯยกขึ้นอ้าง ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เป็นการแตกเนื้อหาประเด็น ขยายเนื้อหา เหมือนประหนึ่งว่า เป็นเรื่องเดียวกัน ข้อเท็จจริงเดียวกัน แต่ความจริง ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน เป็นการยกข้อกล่าวอ้างเพื่อให้สังคมสับสน ไร้น้ำหนัก เพื่อโชว์เหนือว่า ที่ดินเขากระโดงตนมีสิทธิ์ดีกว่า
พูดภาษาชาวบ้านง่าย ๆ ว่า พยายามตะแบงข้อเท็จจริง โดยเน้นพยายามจะเอาที่ดินหลวงมาเป็นของเอกชน เท่าที่ฟังคำแถลงที่ผ่านมา พยายามใช้ ประชาชนในจังหวัดบุรีรัมย์ “เป็นตัวประกัน”
(2) ที่ดินเขากระโดง มีกฎหมายระบุชัด เป็นไปตาม “พ.ร.ฎ.ว่าด้วยการจัดซื้อที่ดินแลอสังหาริมทรัพย์อย่างอื่น เพื่อสร้างทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมรถไฟแผ่นดินจัดสร้าง ลงวันที่ 27 พ.ย.2465” กรณีแนวเขตที่ดินของการรถไฟแผ่นดินสายนครราชสีมา ถึงอุบลราชธานี ตอนแยกที่ย่อยศิลา ต.เขากระโดง จ.บุรีรัมย์ กิโลเมตรที่ 375+650 “ไม่ปรากฏแผนที่ท้าย พรฎ” ทำให้เอกชนใช้ช่องนี้ ฮุบที่ดินหลวงและออกเอกสารสิทธิ์ทับที่ดินหลวง
(3) กลุ่มที่ถูกเพิกถอนที่ดินก่อนหน้านี้ ได้แก่ (1) ที่ดิน 35 ราย 40 แปลง (ส.ค.1) ตามคำพิพากษาศาลฎีกา ปี 2560 ตั้งอยู่บริเวณต้นกิโลเมตรที่ 5-6 ใกล้สนามช้างอารีนา ประมาณ 56 ไร่ (2)ที่ดินแปลงใหญ่ 2 ราย ตามคำพิพากษาศาลฎีกา ปี 2561 บริเวณกิโลเมตรที่ 8 ทางรถไฟแยกบุรีรัมย์เข้าเขากระโดง เนื้อที่ 9 ไร่ 3 งาน 40 ตารางวา (3)ที่ดิน น.ส.3. จำนวน 4 แปลง ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ปี 2563 (ยุติคดีชาวบ้านไม่อุทธรณ์ต่อ) ตั้งอยู่กลางแผนที่ บริเวณกิโลเมตรที่ 6-7 เนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ ส่วนที่ดินจำนวน 5,083 ไร่ อยู่ในบริเวณอาณาเขตเดียวกับที่ศาลเพิกถอนก่อนหน้านี้
(4)ที่ดินเขากระโดง สำหรับใช้ในกิจการของกรมรถไฟ ขณะนั้น เป็นพระราชประสงค์ของพระบาทพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ใช้สำหรับประชาชนชาวสยาม เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินใช้ประโยชน์ร่วมกัน ปัจจุบันเอกชนแย่งการครอบครองและออกเอกสารสิทธิ์ไม่ชอบทับที่ดินหลวง
ส่วนที่ถามว่า นายเนวิน ชิดชอบ ปธ.สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กล่าวถึงฟุตบอลไทยลีก 2025/2026 เปิดฉากในสัปดาห์หน้า โดยยืนยันว่า จะใช้สนามช้างอารีน่า เป็นสนามฟุตบอลในทุกรายการในระดับประเทศและนานาชาติตลอดซีซั่นนั้น
ดร.ณัฏฐ์ อธิบายว่า ตราบใดที่อธิบดีกรมที่ดินยังไม่เพิกถอน การครอบครองและใช้ประโยชน์ เอกชนที่เป็นนิติบุคคลอาจใช้ประโยชน์จากสนามกีฬาได้ หากอธิบดีกรมทีดินขีดฆ่าและเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ 5,083 ไร่ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของสนามช้างอารีน่า หรือสนามรถแข่งของตระกูลการเมืองบุรีรัมย์ ไม่อาจใช้ประโยชน์สนามแข่งได้อีกต่อไป เพราะเป็นการครอบครองที่ดินของรัฐ ละเมิดผิดกฎหมาย ต้องคืนให้แก่รัฐทันที ไม่อาจใช้ประโยชน์และเก็บเงินเข้ากระเป๋าตนเองได้อีกต่อไป เว้นแต่ศาลปกครองจะมีคำสั่งทุเลาการบังคับชั่วคราว หากใช้สนามแข่งขันที่ละเมิดกฎหมาย ทำให้ขาดมาตรฐานกีฬาฟุตบอล ย่อมขัดต่อระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ หากพิจารณาในแง่นักเตะของสโมสรนี้ เป็นการซื้อตัวมาร่วมทีม
แทบไม่มีประชาชนในจังหวัดบุรีรัมย์ ตามหลักการมีส่วนร่วมของประชาชน การเก็บผลประโยชน์ โดยการเก็บค่าเข้าชม ตลอดซีซั่น ไม่ได้เข้าชมฟรี ผลประโยชน์ตกเข้ากระเป๋าของบุคคลใด ให้ประชาชนพิจารณากันเอง ตรงนี้ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่เป็นความเห็นแก่ตัวของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งและเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวล้วนๆ