ส่วนเรื่องระเบียบการแนะนำตัวของผู้สมัคร สามารถทำผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ แต่ให้แนะนำตัวกับผู้สมัครด้วยกัน เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ส่วนประวัติและข้อมูลต่างๆ กกต. เผยแพร่ในเว็บไซต์อยู่แล้ว
สำหรับผู้สมัครในระดับอำเภอ จะไม่ทราบจำนวน แต่ระดับจังหวัดจะเหลือ 55,000 คน ประชาชนสามารถติดตามได้ตลอด ส่วนวันเลือกตั้งจะมีการถ่ายทอดผ่านระบบวงจรปิด ทั้งในระดับอำเภอ จังหวัด และระดับประเทศ ที่เมืองทองธานี เพื่อให้ผู้สื่อข่าวและประชาชน สังเกตการณ์บรรยากาศภายใน ที่ผู้สมัครไปออกเสียงลงคะแนน
ส่วนเรื่องการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนนั้น ที่ผ่านมายังไม่เห็นอะไรที่ผิดกฎหมาย ซึ่ง กกต. ได้ติดตามจากสื่อและผู้สมัคร ก็ยังไม่มีอะไรหมิ่นเหม่ล่อแหลมที่จะผิดกฎหมาย โดยระเบียบที่ออกมาใช้กับผู้สมัคร ไม่ได้บังคับใช้กับสื่อ และสื่อสามารถรายงาน วิเคราะห์ข่าวได้หมด แต่ให้พึงระวังในเรื่องกฎหมายอื่น ที่อาจมีการหมิ่นประมาทได้
ส่วน กกต. มีกลไกป้องกันการทุจริตการฮั้วกันในการคัดเลือกอย่างไรนั้น นายแสวง กล่าวว่า กฎหมายมีการออกแบบมา เพื่อป้องกันการฮั้วอยู่แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีการฮั้ว ซึ่งจากนี้ไปจะมีมาตรการ โดยเมื่อดูจากผู้สมัครที่มีเป็น 100,000 คน ดูเหมือนจะเยอะ แต่เมื่อพิจารณาจาก 20 กลุ่มสาขาอาชีพ 928 อำเภอ ถ้าคนสมัคร 400,000 คน ในระดับอำเภอ จะเลือกแค่ 20 คนเท่านั้น
อย่างไรก็ดี ผู้สมัครสามารถศึกษาประวัติของคนที่จะเลือกในกลุ่มนั้นแค่ 20 คน ในระดับอำเภอของตัวเอง ไม่ต้องไปดูอำเภออื่น ซึ่งมาตรการการฮั้วจะมี 2 รูปแบบ คือ
- ทุกคนแลกคะแนนกัน ซึ่งทำไม่ได้อยู่แล้ว มีการติดตามข้อมูลทุกกลุ่มไว้แล้ว ไม่ว่าจะทำบนดินหรือใต้ดิน
- การจัดตั้ง คือ การเอาผู้สมัครมาเลือกคนที่จะเป็น ไม่ได้สมัครเพื่อเป็น แต่สมัครเพื่อจะเลือก นี่คือสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น
"ผมได้ชี้แจงเรื่องการเลือก สว. ผ่าน Facebook หลายครั้ง และถูกทัวร์ลง แต่ไม่เป็นไร ลานจอดยังเยอะอยู่" นายแสวง กล่าวติดตลก