ส่วนประเด็นที่มีกระแสข่าวว่า จะลงสมัครสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า เรื่อง สว. มีประชาชนหลายส่วน อยากให้ตนลงไปเป็นผู้แทนประชาชน แต่ตนก็ยังดูอยู่ รวมถึงก็ไม่ทิ้งตำรวจ ส่วนจะสมัคร สว.อย่างไร ขอดูรายละเอียดก่อน ก็เป็นเรื่องดี
“วันนี้ผมอยู่ว่าง ๆ อยู่ อะไรที่ทำให้ประชาชนได้ เหมือนที่บอกว่า เราไม่ได้ต้องการอำนาจ แต่เราต้องการทำให้ประชาชน ในวันที่ผมยังแข็งแรง มีพลัง มีความคิดสร้างสรรค์ ยังไม่ได้อายุ 65 ยังไม่ได้เดินไม่ไหว ดังนั้นจึงอยากทำงานให้ประชาชน ส่วนตัวลูกก็ไม่มี ก็อยากใช้พลังที่มี ทำงานเพื่อประชาชน เพราะมีทั้งเรื่องหนี้นอกระบบ เรื่องยาเสพติด"
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ย้ำว่า วันนี้เรื่องตำรวจก็ยังไม่ได้ทิ้ง การต่อสู้ก็ยังทำอยู่เหมือนเดิม และวันนี้พี่น้องชาวปักษ์ใต้ 14 จังหวัด เขาให้กำลังใจตนเองอยู่ ถ้าตนเองไม่สู้ คน14 จังหวัดก็เสียกำลังใจไปด้วย ตนเองเป็นคนที่เขาคาดหวัง เป็นตัวแทนของคนรุ่นกลางค่อนใหม่ คนใหม่ ๆ เขาก็ดูว่า การต่อสู้จะเป็นยังไง ดังนั้นการต่อสู้เพื่อไม่ให้คนใต้ผิดหวัง
ส่วนกรณี ที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงชุดของ พล.ต.อ.สราวุฒิ การพานิช รอง ผบ.ตร.ในฐานะประธานกรรมการที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ตั้งขึ้นมา ในวันพรุ่งนี้ (29 เม.ย.) ซึ่งมีการเรียกประชุมเพื่อกำหนดแนวทางในการสอบสวนพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ พร้อมพวก 5 คน เป็นครั้งแรก นั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุว่า ไม่หนักใจท่านก็ทำหน้าที่ไป เพราะหลายส่วนก็เดินหน้า และวันนี้ตนก็ทำหนังสือคัดค้านไปที่ พล.ต.อ.สราวุฒิ แล้ว ท่านก็คงไปพิจารณาในกรรมการบางคนที่เป็นคู่ขัดแย้ง และส่วนตัวเชื่อมั่นใจในตัวของ พล.ต.อ.สราวุฒิ เพราะเป็นคนทำงานตรงไปตรงมา ยืนอยู่บนหลักความเป็นธรรม ก็ไม่กังวลเลย
ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยอมรับว่า การที่ให้ตนออกจากราชการไว้ก่อนนั้น มีสิ่งเสียดายอยู่ เพราะยังมีภารกิจอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ ทั้งหนี้นอกระบบ การปราบปรามยาเสพติด หรือค้ามนุษย์ ที่จะต้องชะงักไป และตนอยากฝากถึงพี่น้องชาวอีสาน ที่มาร้องเรียนว่า ให้รอหน่อย ถ้าได้กลับไปปฎิบัติหน้าที่ ก็จะกลับไปทำให้แน่นอน ยืนยันว่า ตนไม่อยากได้อำนาจ แต่อยากกลับไปเพื่อทำงานให้พี่น้องประชาชน การที่อยากได้อำนาจ ไปสร้างโน้นสร้างนี้ ต้องเลิกคิด อำนาจที่ได้มา ก็จะทำเพื่อประชาชนและแผ่นดิน
เมื่อถามว่า การที่มีมวลชนมาให้กำลังใจมากมายขนาดนี้ ถือเป็นการใช้ประชาชน เป็นเกราะป้องกันหรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้ใช้ประชาชนเป็นเกราะป้องกัน และประชาชนก็ไม่ได้โง่ วันนี้ประชาชนที่มา ขนาดตนเป็นแบบนี้ ประชาชนยังมาร้องเรียนที่ตน หลักการง่าย ๆ หากที่ไหนได้ความเป็นธรรม ได้ความยุติธรรมกลับไป ประชาชนก็ไปที่นั่น
และวันนี้เราจะไม่ใช้รูปแบบม็อบหรือมวลชนต่าง ๆ แต่เรื่องการให้กำลังใจกันเราห้ามไม่ได้ วันนี้ตนบอกชาวใต้ไปว่า ไม่ต้องขึ้นมา ตนไม่ได้เสียกำลังใจ วันนี้ต้องเดินหน้าให้เต็มที่ยิ่งขึ้น เมื่อใดที่เราถูกรังแก เราต้องยิ่งเดินหน้าต่อสู้ เพื่อความยุติธรรมให้มากขึ้น เพื่อให้เป็นแบบอย่างกับพี่น้องชาวใต้ เพราะพี่น้องชาวใต้เราไม่ชอบความอยุติธรรม เพราะเรารู้จักกฎหมายและอยู่ภายใต้กฎหมาย