"คณะก้าวหน้าต้องการให้องค์กรต่าง ๆ เหล่านี้ถูกสรรหาโดย สว.ชุดปี 2567 ที่ดำรงตำแหน่งโดยหยึดหลักความถูกต้อง ความเที่ยงธรรม และการเมืองไทย ก็จะกลับมาสู่ความปกติ จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นแรก และขอย้ำว่าคณะก้าวหน้า ไม่ต้องการ กกต.สีส้ม ศาลรัฐธรรมนูญสีส้ม แต่คณะก้าวหน้า ต้องการให้ทุกฝักทุกฝ่ายเป็นกลาง และยึดความถูกต้อง" นายธนาธร กล่าว
ขณะเดียวกัน ยังเห็นว่า กกต.ควรสนับสนุนตนในการเชิญชวนประชาชน มาสมัครเลือก สว. เพราะตามหลัก ควรเป็นหน้าที่ของ กกต.ในการรณรงค์ให้ประชาชนตื่นตัวเข้ามามีส่วนร่วม และมั่นใจว่าการดำเนินการของตนนั้น เป็นสิ่งที่นำไปสู่การพัฒนาระบบการเมืองไทย ทำให้ประชาชนตื่นตัว เห็นถึงความสำคัญของการเลือก สว. จึงขอให้ กกต.มองบทบาทของตน คือ การทำให้ประชาชนตื่นตัวทางการเมือง ซึ่งจะเป็นผลดี
สำหรับกรณีที่มีคนไปยื่นร้ององค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญให้ตรวจสอบกติกาการเลือก สว.จะทำให้การเลือก สว.ในครั้งนี้สะดุดหรือไม่นั้น มองว่า ไม่ใช่เรื่องของตน แต่หน้าที่ของตน ในฐานะคนไทย คือ การรณรงค์ให้คนตระหนักถึงการเลือก สว.และตระหนักว่า สว.ปี 67 จะมีส่วนในการพัฒนาการเมืองไทย และมีส่วนในการฟื้นฟูประชาธิปไตยอย่างมาก ทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การแต่งตั้งกรรมการที่ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระต่าง ๆ ที่จะต้องทำหน้าที่อย่างเที่ยงตรง ไม่รับใบสั่งทางการเมือง ไม่มีสองมาตรฐานในอนาคต
ส่วนเรื่องประกาศของ กกต.ที่จำกัดการแนะนำตัว จุดยืน และวิสัยทัศน์ และข้อมูลอื่น ๆ บนเว็บไซต์อื่น ๆ ว่า แม้จะไม่ได้กล่าวตรง ๆ แต่ก็อนุมานได้ว่า หมายกลุ่มไอลอว์ และ Senate.com เพราะเป็นเว็บไซต์ ที่ให้ผู้ประสงค์ที่จะลงสมัคร สว. มีพื้นที่ในการประกาศเจตนารมณ์ของตัวเอง และประกาศจุดยื่นของตัวเอง
อย่างไรก็ตาม มองว่าในอีกแง่หนึ่งนั้น เป็นการส่งเสริมการเลือก สว.โดยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้มากขึ้น ตนเองจึงยังนึกไม่ออกว่าเหตุใด กกต. ต้องการปิดเว็บไซต์นี้ หรือต้องการห้ามผู้สมัครมารณรงค์ให้ผู้สมัคร และประชาชนเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้
"จึงคิดได้อย่างเดียวว่า ผู้มีอำนาจต้องการให้การเลือก สว. ครั้งนี้เป็นไปแบบเงียบ ๆ แคบ ๆ ทำกันไม่กี่คน เหมือนการเลือก สว.ครั้งที่แล้ว ดังนั้น หากการเลือก สว. ครั้งนี้เป็นไปแบบเงียบ ๆ แคบ ๆ ก็จะทำให้ได้แต่ สว.ที่เป็นกลุ่มพวกพ้องที่มีการจัดตั้งมา และไม่ได้ สว.ที่มีคุณภาพตามที่ต้องการจริง ๆ" ประธานคณะก้าวหน้า ระบุ