จ่อปรับโครงสร้างพรรค ก.พ.นี้ ลุยเลือกตั้งท้องถิ่น
ส่วนหมุดหมายสำคัญของการทำงานในปี 2567 นั้น นายพิธา ระบุว่า จะมีการกำหนด KPI และตัวชี้วัด เพื่อประเมินประธานกรรมาธิการ ในสัดส่วนของพรรค และ สส.ของพรรค ในช่วงเดือน ก.พ. จากนั้นในเดือน เม.ย. พรรคจะพิจารณาในการเปิดอภิปรายรัฐบาลว่าจะเป็นในรูปแบบการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรืออภิปรายทั่วไป ก่อนจะมีการประชุมใหญ่ของพรรคในเดือนเดียวกัน เพื่อพิจารณาปรับโครงสร้างองค์กร จากนั้น ในช่วงกลางปีจะมีการเตรียมการเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2568 และปลายปี 2567 นี้ พรรคจะพิจารณาการส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งท้องถิ่น
นโยบาย 112 รอคำวินิจฉัยศาล 31 ม.ค.นี้
ส่วนแนวทางการดำเนินนโยบายการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่ไม่ได้ปรากฏในแผนการทำงานของพรรคนั้น นายพิธา ระบุว่า ยังจะต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 31 ม.ค.นี้ก่อน ในพรรคจึงยังไม่มีการพูดคุยกัน และพรรคได้ประเมินฉากทัศน์สัปดาห์หน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ จะมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายการแก้ไขประมวกฎหมายอาญามาตรา 112 แล้ว ซึ่งรวมถึงรวมถึงฉากทัศน์ที่แย่ที่สุดด้วย ซึ่งพรรคสามารถบริหารจัดการได้ และจะไม่กระทบต่อแผนการทำงานของพรรค
ยันยังจับมือ "ประชาธิปัตย์"ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน
นายพิธา ยังกล่าวถึงการทำงานของพรรคก้าวไกล ในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า ยังคงจะทำงานร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยสร้างไทย พรรคเป็นธรรม และพรรคเล็กอื่น ๆ โดยจะหาจุดร่วมการทำงาน และแจกจ่ายงานกัน ซึ่งจะต้องรอแผนประจำปีของแต่ละพรรคฝ่ายค้านก่อน
เตรียม 3 ประเด็นซักฟอกรัฐบาล
ส่วนหัวข้อการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น นายพิธา ระบุว่า เบื้องต้นพรรคได้กำหนดไว้ 3 หัวข้อใหญ่ ได้แก่
- ความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน
- การประพฤติมิชอบ คอร์รัปชัน
- การทำงานล่าช้าที่ไม่ตรงกับความท้าทาย และศักยภาพของประเทศ
ทั้งนี้ แต่ไม่ยืนยันว่ากรณีของ "นายทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกฯ จะถูกนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยหรือไม่ เพราะจะต้องพิจารณาประเด็นการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมด้วย โดยย้ำว่า จะทำหน้าที่ให้ประชาชนไม่ผิดหวัง และไม่ต่ำกว่ามาตรฐานการทำงานพรรคก้าวไกล ในฐานะฝ่ายค้านก่อนหน้านี้
ปัด ''ก้าวไกล'' ออมมือตรวจสอบปม "ทักษิณ"
นายพิธา ยังกล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของพรรคก้าวไกลอ่อนแอลง โดยเฉพาะการตรวจสอบกรณีนายทักษิณ โดยยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เพราะพรรคก้าวไกล ยังคงทำงานอย่างตรงไปตรงมา และ "นายชัยธวัช ตุลาธน" ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ก็ได้มีการตั้งกระทู้ถามเรื่องดังกล่าวไปแล้ว และพรรคก้าวไกล ได้มองเรื่องดังกล่าวเป็นปัญหาของระบบ ที่ควรจะมีความเสมอภาคกันของผู้ที่ถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง และหลายคนต้องลี้ภัยในทางประเทศ ไม่ได้มองเป็นตัวบุคคลใดหรือบุคคลหนึ่ง
ดังนั้น จึงเป็นสาเหตุที่พรรคได้เสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน และไม่ให้ประเทศไทยเป็นนิติรัฐของอภิสิทธิ์ชน พร้อมยอมรับว่านายทักษิณ ถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองด้วยความ 2 มาตรฐาน แต่ไม่ได้หมายความว่า 2 มาตรฐานที่เกิดขึ้นในวันนี้ จะไปสามารถลบล้าง 2 มาตรฐานในอดีตได้ และไม่ควรเกิดขึ้น โดยควรป็นมาตรฐานเดียวกัน
ส่วนกรณีการเปรียบเทียบระหว่างวุฒิสภา ที่ทำหน้าที่ฝ่ายค้านได้ดีกว่าพรรคก้าวไกลโดยเฉพาะประเด็นของนายทักษิณนั้น นายพิธา เห็นว่า พรรคยังมีเวลาทำงาน และประสิทธิภาพการทำงาน ไม่ได้ขึ้นกับว่า ใครเริ่มทำก่อนหรือทำทีหลัง แต่จะต้องตรงเป้าหมายมากกว่า พร้อมตั้งข้อสงสัยย้อนกลับไปยังวุฒิสภา ว่าทำหน้าที่มาหลายปี แต่เพิ่งเคยเห็น สว.เปิดอภิปรายตรวจสอบรัฐบาลเป็นครั้งแรก และมั่นใจว่า การทำหน้าที่ของพรรคไม่เคยทำให้ประชาชนผิดหวัง