เนชั่นทีวี

การเมือง

นายกฯย้ำฟังทุกเสียงก่อนเดินหน้าแลนด์บริดจ์เต็มตัว

23 ม.ค. 2567 | chairat_pat

นายกฯย้ำฟังทุกเสียงก่อนเดินหน้าแลนด์บริดจ์เต็มตัว

"ภาคประชาชน" บุกพบนายกฯ ขอให้ใจเย็นๆ ควรศึกษารอบด้านก่อนเดินหน้าแลนด์บริดจ์ ด้าน "เศรษฐา" รับปากพร้อมรับฟังทุกเสียง ขณะที่ สว. ตั้งคำถามสุดท้ายแล้วคุ้มค่าจริงหรือไม่ ส่วน "โฆษกรัฐบาล" เผยบริษัทยักษ์จากดูไบเตรียมเข้าศึกษาพื้นที่ในเดือนหน้า

23 มกราคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "นายเศรษฐา ทวีสิน" นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ได้มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ระหว่างลงพื้นที่ จ.ระนอง โดยก่อนการประชุมนั้น ได้มีกลุ่มประชาชนที่ค้านโครงการแลนด์บริดจ์ จากพื้นที่ อ.หลังสวน อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร และ อ.เมือง จ.ระนอง รวมตัวเพื่อรอยื่นหนังสือถึงนายกฯ เพื่อขอให้รัฐบาลชะลอโครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง พร้อมทั้งขอให้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการศึกษาที่มีตัวแทนจากประชาชนในพื้นที่ นักวิชาการ นักการเมือง และข้าราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อมาทำการศึกษา

โดย นายสมโชค จุงจาตุรันต์ แกนนำเครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ กล่าวว่า วันนี้ (23ม.ค.) ประชาชนต้องการมาชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อปกป้องนายกฯ เพราะเกรงว่าจะได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและจะโดนหนูหลอก เพราะรายงานบางส่วนที่เกิดจาก กมธ. หรือ สนข. ไม่ตรงกับความเป็นจริง และมองว่าโครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง ขาดความชอบธรรมหลายประการ ทั้งการมีส่วนร่วมของชาวบ้านไม่ทั่วถึง ทำให้ชาวบ้านเกิดความเคลือบแคลงสงสัยในประเด็นต่างๆ มาโดยตลอด ซึ่งทางผู้พัฒนาโครงการไม่ได้ชี้แจงในหลายประเด็น

 

"เราจึงจะมีข้อเสนอและข้อกังวลถึงนายกฯ โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการที่ลงมาในพื้นที่ ไม่ได้ให้เวลาการมีส่วนร่วมของชาวบ้านอย่างเต็มที่ ดูเร่งรีบสรุปรายงาน จึงทำให้เกิดรายงานที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง" นายสมโชค กล่าว

 

อย่างไรก็ตาม อยากเสนอให้นายกฯ มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการที่มีประชาชนในพื้นที่ เพื่อทำให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วมกับกระบวนการอย่างแท้จริง สะท้อนความต้องการของคนในพื้นที่ ให้สอดคล้องกับการพัฒนา รวมถึงมีนักวิชาการที่เป็นกลางทางการเมือง มีนักการเมือง รวมถึงข้าราชการที่เกี่ยวข้องมาคุยกันว่าศักยภาพในพื้นที่เหมาะสมจะทำอะไรกันแน่    

นอกจากนี้ ส่วนตัวมีความกังวลถึงกฎหมาย SEC ที่เป็นกฎหมายพิเศษ ทำให้นายทุนสามารถนำแรงงานจากต่างประเทศเข้ามาได้ จึงไม่มีอะไรการันตีว่าคนในพื้นที่ จะมีงานทำจากการมีโครงการขนาดใหญ่เช่นนี้เกิดขึ้น รวมถึงการยกเว้นกฎหมายอีกหลายฉบับ เพื่อเอื้อให้เกิดนิคมอุตสาหกรรม จะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อทรัพยากรธรรมชาติอย่างแน่นอน

 

"อยากบอกให้นายกฯ ใจเย็นๆ ก่อน รอให้การศึกษาทั้งหมดเสร็จสิ้น แล้วจะจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุดเพื่อศึกษาข้อเท็จจริงแบบจริงจังและเข้มข้น ไม่ใช่ลงพื้นที่มาเพียงชั่วโมงกว่าแล้วมาตัดสิน ผมยอมรับไม่ได้ แล้วนายกฯ ต้องเลิกปักธงว่าจะต้องทำโครงการนี้ให้ได้ เพราะเมื่อท่านปักธงมาแบบนี้ มันกดดันไปถึงกระบวนการ EIA และ EHIA ผมมองว่ามันไม่ชอบธรรม" นายสมโชค กล่าว

 

ด้าน นายเศรษฐา กล่าวว่า การมายื่นหนังสือข้อเสนอในวันนี้ หลายคนอาจจะข้อสงสัยในหลายข้อ โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ มีความครอบคลุมเป็นอิสระหรือไม่ และมีความต่อเนื่องไปจนถึงอนาคตหรือไม่ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมของประชาชน และภาคประชาคม ซึ่งรัฐบาลพร้อมรับและจะนำไปประกอบการพิจารณาศึกษา เพื่อให้ทุกฝ่ายมีความกระจ่างในจุดประสงค์ของการทำโครงการแลนด์บริดจ์

ขณะเดียวกัน รวมถึงจะพูดคุยเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาคใต้ นอกเหนือจากโครงการแลนด์บริดจ์ มั่นใจว่า รัฐบาลจะทำอย่างต่อเนื่อง ทั้งมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว การสร้างสนามบินอันดามัน ที่ จ.พังงา ซึ่งมีการดำเนินการแล้วในรัฐบาลนี้ รวมถึงเรื่องการประมง ตลอดจนเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ วัฒนธรรม อาหาร กีฬา ถูกบรรจุไว้ในนโยบายของรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าทุกเสียงของประชาชนจะได้รับการรับฟังไตร่ตรองที่ดีจากรัฐบาลนี้

ถัดมาที่การประชุมวุฒิสภา โดย "นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ" สมาชิกวุฒิสภา ได้หารือต่อที่เพื่อเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้พิจารณาต่อการดำเนินโครงการแลนด์บริดจ์ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามันด้วยความรอบคอบ และรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายให้รอบด้าน ทั้งหน่วยงานของรัฐ , สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ , นักลงทุน , นักวิชาการ

นอกจากนี้ ส่วนตัวตั้งข้อสงสัยต่อระยะเวลาในการขนส่งสินค้าจะสั้นลงจริงหรือไม่ เพราะแม้สภาพทางภูมิศาสตร์ประเทศไทย จะมีระยะทางที่สั้นลง เมื่อเทียบกับช่องแคบมะละกา 1,000 กิโลเมตร สามารถร่นระยะเวลาเดินเรือเหลือเพียง 2-3 วัน แต่ต้องใช้การขนถ่ายสินค้าไปอีกฝั่งมหาสมุทรหนึ่ง ซึ่งจะใช้เวลาขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ 3 วัน จากนั้นต้องใช้การขนส่งทางรถ และรถไฟอีก 1 วัน เมื่อถึงท่าเรือต้องขนถ่ายสินค้าลงเรือ อีก 3 วัน ซึ่งรวมเวลา 7 วัน

 

"การที่กระทรวงคมนาคมแจ้งว่า จะสั้นลงนั้น จริงหรือไม่ เพราะต้องใช้เวลาเพิ่มมากขึ้นถึง 5 วัน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขนถ่ายสินค้าอีก 6 ครั้งด้วย จึงไม่มั่นใจว่า จะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้จริง" นายสุรเดช กล่าว 

 

ส่วนกรณีที่ กมธ.แลนด์บริดจ์ของสภาผู้แทนราษฎร ศึกษา และระบุโครงการดังกล่าว จะสำเร็จได้ เมื่อมีอุตสาหกรรมหลังท่า หรือ เอสอีซีนั้น นายสุรเดช ขอให้พิจารณาจุดแข็งของพื้นที่ ที่นำไปสู่ความสำเร็จ เมื่อเทียบกับโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่ดำเนินการ 10 เมือง แต่ยังไม่พบความสำเร็จ ขณะที่ โครงการ EEC ที่มีโครงการปิโตรเคมีด้วย แต่จนถึงวันนี้ ก็ยังไม่สำเร็จเท่าที่ควร

รวมถึงผู้ร่วมลงทุน จากที่มีมติ ครม. ให้ทำโรดโชว์ในต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมานายกฯ ได้เดินทางไปแล้ว 4 ประเทศ จึงขอเรียกร้องให้นายเศรษฐา ชี้แจงว่ามีนักลงทุน หรือประเทศใดสนใจหรือไม่ เพราะตามข้อมูลของกระทรวงคมนาคม กำหนดเงื่อนไขให้เอกชนลงทุน 100%  ดังนั้น ควรรับฟังข้อมูลให้รอบด้าน ทั้งผู้ที่ได้รับผลกระทบ และผู้สนับสนุน และเมื่อสร้างเสร็จแล้ว จะต้องดำเนินการต่อไม่ทำให้รกร้าง ขณะที่สิงคโปร์ยังมีการปรับปรุงพื้นที่ เพื่อรองรับการเดินเรือที่เพิ่มมากขึ้น

ด้าน "นายชัย วัชรรงค์" โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงโครงการแลนด์บริจด์ ที่นายกฯ ได้ลงพื้นที่ไปดูในจุดที่จะก่อสร้าง ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการโรดโชว์ โดยมีการโรดโชว์ไป 3 ที่แล้ว

  • ที่แรก ระหว่างไปประชุมเอเปคที่นครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
  • ลำดับต่อมาเป็นโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
  • ลำดับที่สาม ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างที่นายกไปประชุมก็อยู่ในช่วงของการเชิญชวน นำเสนอข้อมูลที่ศึกษาไว้เบื้องต้นที่มากพอแล้วที่จะนำเสนอให้แก่ผู้ที่สนใจจะมาลงทุนให้กับโปรเจกต์นี้


อย่างไรก็ตาม ย้ำว่าอยู่ในช่วงของการเชิญชวน และทำความเข้าใจกับผู้ที่สนใจจะมาลงทุน และประชาชนคนไทย ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ส่วนแผนการ คือ จะเชิญชวนให้ผู้ลงทุน ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ ระดับโลกเกี่ยวกับการบริหารท่าเรือบริหารการเดินเรือ ธุรกิจที่เกี่ยวกับโลจิสติกส์ ให้มาเป็นคู่ลงทุนบริหารจัดการโครงการทั้งระบบ

สำหรับการศึกษาวิจัยที่รัฐบาลในฐานะไม่ได้เป็นผู้ลงทุนโดยตรง ได้เป็นผู้เชิญชวนให้นักลงทุนมาลงทุนประเทศไทย ในจุดที่จะสร้างแลนด์บริจด์เป็นทำเลทอง ที่จะสร้างแลนด์บริจด์นี้เป็นทำเลทองสำหรับการขนส่งทางทะเล ดังนั้น ถ้ารัฐไปศึกษาวิจัยจนครบหมดเสมือนจะเป็นคนลงทุนเอง เมื่อถึงเวลาเขาก็มาลงทุน

 

"โจทย์เขาอาจจะไม่เหมือนเรา เราต้องเหลือพื้นที่ไว้ให้เขาเข้ามาตั้งโจทย์และทำการศึกษาในส่วนที่เหลือตามแนวทางที่บริษัทนั้น ๆ ผู้ลงทุนนั้น ๆ ต้องการศึกษาวิจัย และคำตอบสุดท้ายผู้ลงทุน เขาจะบอกเองว่า จะคุ้มหรือไม่คุ้ม ไม่ใช่เราเป็นคนไปบอกเขา" นายชัย กล่าว

 

สำหรับเรื่องสิ่งแวดล้อม ทางกระทรวงคมนาคมแม้ได้มีการศึกษาไว้แล้ว และจะต้องศึกษาในเชิงลึกด้านผลกระทบ แต่อย่างไรก็ตาม นายกฯได้ให้นโยบายว่า โครงการแลนด์บริจด์ถึงแม้จะมีประโยชน์มหาศาลต่อเศรษฐกิจของประเทศ แต่หากจะต้องเกิดผลกระทบใดๆกับประชาชน แม้จะไม่ใช่คนกลุ่มใหญ่ กลุ่มน้อย แต่ทุกคนที่ได้รับผลกระทบ แม้จะเป็นคนกลุ่มน้อยก็ต้องได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด ชดเชยให้มากพอเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับประชาชน อย่างไรก็ตาม สิ่งแวดล้อมก็เป็นข้อศึกษาเพิ่ม

ส่วนตัวเลขการศึกษาของทาง สนข. มีมากเพียงพอแล้วหรือไม่นั้น นายชัย ระบุว่า มีมากเพียงพอ ที่จะเชิญชวนนักลงทุน มากพอที่จะใช้เป็นสารตั้งต้น ตลอดระยะเวลาที่ไปโรดโชว์มีบริษัทหลาย 10 บริษัทที่เข้ามาสนใจ ยังไม่ปรากฏว่ามีบริษัทใดระบุว่ามีข้อมูลน้อยเกินไป และสื่อมวลชนในต่างประเทศที่จับตาดูโครงการนี้อยู่ ก็ไม่มีสื่อไหนมาวิพากษ์วิจารณ์ ว่ารัฐบาลไทยเอาข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนพอ ที่จะพิจารณาว่าควรจะเข้ามาศึกษาเพิ่มเติมหรือไม่ พร้อมยืนยันว่า หนึ่งในผู้สนใจโครงการแลนด์บริจด์ คือ บริษัทยักษ์ใหญ่ อย่าง บริษัทดูไบ พอร์ท เวิลด์ สนใจจะเข้ามาดูพื้นที่ด้วย ซึ่งจะมาในเดือนหน้า

 

ข่าวล่าสุด