ป.ป.ช.ยันไม่คิดล้มรัฐบาลชี้เป็นเพียงข้อเสนอแนะ
ขณะที่ "นายนิวัติไชย เกษมมงคล" เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า คณะกรรมการป.ป.ช.ยังไม่ได้มีมติเกี่ยวกับความเห็นกรณีโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท โดยจะเข้าสู่การพิจารณานัดที่ 2 ในอีก 2-3 สัปดาห์นี้ และอยู่ที่คณะกรรมการป.ป.ช. ว่าจะสรุปความเห็นได้เมื่อใด ซึ่งยังไม่นิ่ง แต่คาดว่าภายในเดือนก.พ.นี้ น่าจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการได้ ถ้าเสร็จจากการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
ส่วนกรณีที่มีการเผยแพร่เอกสารสรุปรายงานของคณะกรรมการเพื่อศึกษาและดำเนินการรับฟังความเห็นเกี่ยวกับนโยบายที่มี "น.ส.สุภา ปิยะจิตติ" เป็นประธานนั้น ไม่ยืนยันว่าเป็นเอกสารตัวจริงหรือไม่ เพราะไม่เห็นรายละเอียด หากเป็นเอกสารทางการจริง ๆ ก็จะต้องมีการแถลง ดังนั้น ยังไม่รู้ว่าเป็นเอกสารที่ได้มาอย่างไร
ส่วนข้อสรุปหลายประเด็นที่ถูกเปิดเผยตรงกับข้อเท็จจริงที่คณะกรรมการนำเสนอต่อป.ป.ช.ชุดใหญ่หรือไม่นั้น ส่วนตัวยังไม่ขอให้คำตอบ เพราะเกรงจะมีผลขอรอให้นิ่งก่อน สำหรับกรณีข้อเสนอแนะที่หลุดออกมา ระบุว่าพบช่องโหว่ทุจริตเชิงนโยบายนั้น ป.ป.ช.ไม่ได้บอกว่าจะเอื้อ เพราะโครงการนี้ยังไม่ได้ดำเนินการใด ๆ และกฎหมายก็ต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎร ยังมีอีกหลายขั้นตอน
"ขอให้รอการแถลงอย่างเป็นทางการ อย่าเพิ่งนำข้อมูลที่ได้รับมาวิพากษ์วิจารณ์ เพราะจะเสียทั้งสองฝ่าย เนื่องจากมีทั้งคนที่อยากได้อยากจะทำ และอีกฝ่ายไม่อยากให้มีโครงการเกิด ดังนั้น ทำอะไร ป.ป.ช.ก็ต้องเป็นกลาง ต้องรอให้นิ่ง แล้วค่อยพิจารณาถึงข้อมูลว่า จะเป็นอย่างไรและประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจ หลังจากรับฟังข้อเสนอแล้ว" นายนิวัติไชย กล่าว
ส่วนข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ใช่หน้าที่ของ ป.ป.ช. ที่จะดำเนินการ ให้ความเห็นดังกล่าว นายนิวัติไชย กล่าวว่า รับฟังข้อมูลคำวิจารณ์ และต้องมาดูว่าข้อเสนอแนะที่ออกมามีอำนาจหน้าที่หรือไม่ แต่ที่ผ่านมา ป.ป.ช. ก็ทำหน้าที่ยึดมั่นตามกรอบกฎหมายและรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ยืนยันว่า ป.ป.ช. ไม่ได้ต้องการล้มรัฐบาล ขออย่าให้มองเป็นเจตนาเช่นนั้น เพราะเป็นเพียงข้อแนะนำ จะถือว่าข้อแนะนำไปล้มรัฐบาลคงเป็นเรื่องที่ไกลเกินไป
นอกจากนี้ การบริหารบ้านเมืองเป็นเรื่องของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และฝ่ายบริหาร อีกทั้ง ยังไม่ได้มีการดำเนินการขับเคลื่อนใดๆ ถ้าป.ป.ช.จะทำก็คือการให้คำเสนอแนะ ส่วนจะทำอะไรเป็นเรื่อง อำนาจหน้าที่ของรัฐบาล ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านมองว่าความเห็นของ ป.ป.ช. อาจเป็นหลังพิงให้รัฐบาลถอยนั้น แต่ละฝ่ายมีมุมมองคนละอย่าง แต่เราถือว่าเราทำตามหน้าที่ ไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
"ผู้ตรวจการแผ่นดิน"เผยตรวจแจกเงินดิจิทัลไม่คืบเหตุยังไร้ข้อสรุปดำเนินการ
ด้าน "นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต" ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินอยู่ระหว่างแสวงหาข้อเท็จจริง รายละเอียดโครงการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ว่ารัฐบาลจะดำเนินการรูปแบบใด ลักษณะใด เพื่อจะนำไปสู่การตรวจสอบกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องว่าขัดกับรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายการเงินการคลังหรือไม่ โดยข้อเท็จจริงเท่าที่ติดตามข้อมูล พบว่ารัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนในรายละเอียดการปฏิบัติ
ประธานผู้ตรวจการฯ กล่าวต่อว่า ดังนั้น จะต้องรอว่ารัฐบาลมีรายละเอียดโครงการเป็นอย่างไร จากนั้นจะขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับนโยบายดังกล่าวให้ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น ความเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อนำมาวิเคราะห์กับข้อกฎหมายว่าขัดหรือไม่ขัดรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายการเงินการคลังหรือไม่ ส่วนที่ต้องใช้เวลาในเบื้องต้น คือ ข้อเท็จจริงแห่งการร้องเรียน เนื่องจากยังไม่มีรายละเอียดเพียงพอที่พิจารณาได้
สำหรับที่รัฐบาลมีความไม่ชัดเจนการดำเนินโครงการ ผู้ตรวจจำเป็นต้องขยายกรอบให้รัฐบาลชี้แจง หรือส่งตามกำหนดเดิมคือสิ้นเดือน ม.ค.นี้ โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่า หากตราบใดที่รายละเอียดยังไม่ออก เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องเร่งและเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลต่อสาธารณะ โดยผู้ตรวจจะพิจารณาว่าเมื่อรัฐบาลดำเนินการแล้วผิดหรือไม่ ในชั้นนี้ยังไม่ได้ดำเนินการอะไร แต่การเร่งรัดดำเนินการของรัฐบาลก็เป็นกระบวนการในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือภาคประชาชนในอีกส่วน
เมื่อถามว่า ผู้ตรวจการจะสามารถได้ข้อสรุปภายในเดือนก.พ.นี้หรือไม่ ภายหลังรัฐบาลส่งคำชี้แจงมาแล้ว นายสมศักดิ์ กล่าวว่า คงไม่สามารถกำหนดวันไม่ได้แน่นอน เพราะต้องเริ่มว่ารัฐบาลได้กำหนดรายละเอียด วิธีการที่แน่นอน ไม่ใช่เป็นความคิดที่ตัดสินใจอะไรอย่างนั้น อย่างไรก็ตามรัฐบาลสามารถขอขยายระเวลาในการชี้แจงกับผู้ตรวจการแผ่นดินได้
"ในชั้นนี้เท่ากับว่า รัฐบาลยังไม่ได้ทำอะไรเลย ยังไม่ได้มีความผิดอะไรเลย ก็ไปเรื่อยๆ แต่ถ้าเมื่อใดรัฐบาลเริ่มดำเนินโครงการและมีข้อร้องเรียนว่าทำผิด จึงจะมีเรื่องเงื่อนเวลาเกิดขึ้น" นายสมศักดิ์ กล่าว
ส่วนในระหว่างที่รัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนถึงแนวทางดำเนินการเรื่องดังกล่าว ทางผู้ตรวจการแผ่นดินจะมีข้อเสนอไปยังรัฐบาลก่อน เหมือนคณะกรรมการรับฟังความคิดเห็นนโยบายดิจิทัล สำนักงาน ป.ป.ช.หรือไม่ นายสมศักดิ์ ระบุว่าในกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจผู้ตรวจการแผ่นดินในการเสนอแนะล่วงหน้า ดังเช่น ป.ป.ช.ในการป้องกันการทุจริต แต่ผู้ตรวจการจะดำเนินการกรณีมีกระทำละเมิดกฎหมายรัฐธรรมนูญแล้ว
สำหรับการพิจารณาของผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็จะนำข้อมูลและประมวลความคิดเห็นของภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน ทุกองค์กรมาวิเคราะห์วินิจฉัย นำมาประกอบการพิจารณา รวมถึงข้อเสนอของคณะกรรมการเพื่อศึกษาและดำเนินการรับฟังความคิดเห็นนโยบายรัฐบาล เกี่ยวกับเงินดิจิทัล สำนักงาน ป.ป.ช. มาพิจารณาด้วย โดยจะประมวลความเห็น เพราะเป็นเรื่องสำคัญของประเทศ เป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อประเทศชาติ และประชาชนจำนวนมาก จึงดำเนินการโดยมีข้อมูลที่ครบถ้วนและรอบคอบ
ส่วนจะมีการเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งผู้ร้องและผู้เชี่ยวชาญมาให้ชี้แจงหรือไม่นั้น อยู่ที่ข้อมูล การแสวงหาข้อเท็จจริงที่ได้รับ ถ้าข้อมูลกับเอกสารที่ได้รับมีความชัดเจนเพียงพอ ก็สามารถออกคำวินิจฉัยได้เลย แต่หากข้อเท็จจริงที่ได้รับเบื้องต้นยังไม่ครบถ้วน ไม่ชัดเจน ก็อาจจะมีการประชุมหารือร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อความรอบคอบ