ส่งกฤษฎีกา ตีความ พ.ร.บ.เงินกู้ 5 แสนล้าน
หลังแถลงได้ไม่ทันข้ามวัน เสียงจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) นักการเมืองฝ่ายค้าน นักวิชาการการเงินการคลัง เศรษฐศาสตร์ นักตรวจสอบ ต่างตั้งคำถาม เป้าหมายการ กู้มาแจกของรัฐบาล กว่า 5 แสนล้านบาทนั้น จะเกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ได้จริงหรือไม่ ท่ามกลาง กระบวนการตรวจสอบ องค์กรอิสระ ลับดาบ เข้าคิวรอเชือด แง่มุมทางกฎหมายที่กางออกมาแล้ว ดูสุ่มเสี่ยงไม่น้อย
ทำให้รัฐบาลต้องส่งเรื่องนี้ให้กฤษฎีกาช่วยตีความว่า จริงๆแล้วสามารถออก พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านได้หรือไม่
กฤษฎีกา ย้ำให้ยึดตามพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง
9 ม.ค.2567 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าได้ส่งคำตอบเรื่องการออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท มาให้รัฐบาลแล้ว ซึ่งคำตอบกฤษฎีกาให้ความเห็นในเชิงกฎหมาย ไม่ได้เป็นการชี้ชัดว่าไฟเขียว หรือไม่ไฟเขียวให้ดำเนินการได้ เพียงแต่อธิบายให้เห็นว่ารัฐบาลจะต้องทำอย่างไรให้อยู่ในข้อกฎหมาย โดยยึดตามพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง
ป.ป.ช. สกัดดิจิทัลวอลเล็ต ชี้เสี่ยงทุจริต ขัดกฎหมาย
ขณะเดียวกันก็มีคนส่งเรื่องไปที่ป.ป.ช. จึงมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อศึกษาและรับฟังความเห็น โครงการดังกล่าว โดยมี น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช.เป็นประธาน ต่อมาเมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่ผ่านมา มีเอกสารหลุดออกมา อ้างว่าเป็นผลการศึกษา จำนวน 177 หน้า สาระสำคัญคือ ชี้ชัดว่าโครงการดิจิทัลวอลเล็ต มีความสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดทุจริตเชิงนโยบาย และขัดต่อข้อกฎหมาย อีกประเด็นคือ เศรษฐกิจไทยยังไม่วิกฤต โดยอ้างคำนิยามของธนาคารโลก จึงยังไม่จำเป็นต้องมากู้แจก
อย่างไรก็ตามในเอกสารระบุข้อแนะนำต่อโครงการดิจิทัลวอลเล็ตให้ปรับเปลี่ยนแนวทางแจกเงินหมื่น ให้กับกลุ่มเปราะบางผ่านเครื่องมือชี้วัดเส้นความยากจนแทน
บทสรุปของโครงการดิจิทัลวอลเล็ตจะเป็นอย่างไร รัฐบาลจะเลือกทางไหน ระหว่าง พับโครงการนี้ไป หรือจะเลือกเดินหน้าลุยไฟต่อ ซึ่งหากเลือกเดินต่อ จะเดินไปด้วยวิธีใด ให้ไม่สุ่มเสี่ยงต่อการผิดกฎหมาย รัฐบาลต้องต้องตัดสินใจ