"เราในฐานะที่เป็นฝ่ายค้าน สิ่งไหนที่เป็นประโยชน์กับประชาชน เราสนุบสนุน แต่สิ่งไหนที่ทำแล้วประชาชนไม่มีความสุข สถานการณ์บ้านเมืองไม่ดีชึ้น พวกเราก็ไม่สนับสนุน โดยก่อนหน้านี้พรรคประชาธิปัตย์ ได้มีการประชุมพรรค และมีมติร่วมกันแล้วว่าไม่สามารถรับหลักการได้ พร้อมฝากไปถึง 72 คณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่กำลังจะตั้งให้ดูแลงบประมาณส่วนนี้ด้วย" นายประมวล กล่าว
ขณะที่ "นายกัณวีร์ สืบแสง" สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม กล่าวยืนยันตามมติของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้าน คือ เสียงสะท้อนของประชาชนในการเลือกตั้งที่ผ่านมา อยากเห็นความเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ต้องเปลี่ยนแปลงจากการบริหารจัดการ จากเมื่อ 9 ปีก่อน ด้วยการไม่ยอมรับร่างงบประมาณฉบับนี้ แต่ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง จากการตั้งใจจริงของรัฐบาลชุดนี้
เมื่อถามว่า หากมี สส. โหวตสวนมติ จะมีมาตรการลงโทษอย่างไร นายชัยธวัช ตอบทันทีว่า คงไม่มี อย่าเพิ่งกังวล เพราะแต่ละพรรคมีการพูดคุยแล้ว มั่นใจไม่มีเสียงแตก
เมื่อถามว่า มั่นใจจะไม่มีเสียงแตกจริงหรือไม่เพราะคนก็จับตาพรรคประชาธิปัตย์ นายประมวล กล่าวย้ำว่า เมื่อวันที่ 2 ม.ค. พรรคได้มีการประชุมร่วมกันแล้วว่า จะไม่รับหลักการ และวานนี้ (4 ม.ค.) ก็ได้มีการประชุมอีกรอบหนึ่ง ตนคิดว่าน่าจะไปในทิศทางเดียวกัน
ขณะที่ นายชัยธวัช กล่าวเสริมว่า อย่างเพิ่งกังวลล่วงหน้า เพราะต้องบอกว่าในพรรคร่วมฝ่ายค้าน พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคแรก ที่มีมติไม่รับหลักการ จึงเชื่อว่าเป็นเอกภาพอย่างแน่นอน
โดยนายประมวล กล่าวชี้แจงอีกรอบว่า พรรคประชาธิปัตย์มี สส.ป่วย 1 คน อยู่โรงพยาบาล หากไม่ครบจะหาว่าไปไหนอีก พูดจบก็มีเสียงหัวเราะ จากแกนนำพรรคฝ่ายค้าน ทำให้นายชัยธวัช แซวว่า "ป่วยอยู่โรงพยาบาลชั้นไหนครับ"
อย่างไรก็ตาม นายชัยธวัช ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ในช่วงกลางเดือน ม.ค. จะมีการนัดประชุมแกนนำพรรคฝ่ายค้าน เพื่อวางแผนการทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ และทำงานตามความคาดหวังประชาชน
ส่วนได้ประเมินภาพรวมการอภิปรายของฝ่ายค้านในครั้งนี้อย่างไร เพราะประชาชนดูเหมือนว่ายังทำงานไม่เต็มที่ นายชัยธวัช กล่าวว่า มีความเห็นที่หลากหลาย ซึ่งหลายส่วนก็ชื่นชมว่า เป็นการอภิปรายที่มีฐานข้อมูลสร้างสรรค์ มีข้อวิพากษ์วิจารณ์ และมีข้อเสนอแนะ แต่หลายคนก็รู้สึกว่าไม่ได้ดุเดือด แต่อยากจะบอกกับประชาชนว่า เป็นการประชุมร่าง พ.ร.บ.ประมาณ ไว้ค่อยดูการอภิปรายที่ดุเดือดในอนาคต เพราะการอภิปรายงบควรจะให้ข้อมูลแก่ฝ่ายบริหาร และประชาชน ไม่ได้ดุเดือดเผ็ดร้อน