"เป้าหมายแผนบูรณาการดับไฟใต้ เพื่อความสงบเรียบร้อยและราบคาบ แต่ผมมองว่าไม่พอ เพราะเป็นสันติภาพเชิงลบ ดังนั้น ต้องเพิ่มสันติภาพเชิงบวก ได้แก่ ความยุติธรรม เพราะเงื่อนไขคนต่อต้านก่อกบฏ เพราะคนไม่รับความเป็นธรรม ต้องคุ้มครองสันติภาพ แก้ไขกฎหมาย แต่การจัดงบของรัฐบาลทำให้เกิดสันติภาพเชิงลบและเชิงลดเท่านั้น" นายรอมฎอน กล่าว
สำหรับงบประมาณที่ใช้ดับไฟใต้ กำหนดไว้นอกแผนบูรณาการ 3 ใน 4 อยู่ใน กอ.รมน. รวมกว่า 5,000 ล้านบาท เช่น งบกำลังพล และการดำเนินงานของ กอ.รมน. วงเงิน 3,535 ล้านบาท ที่อาจเกี่ยวข้องกับบุคลากรผี คือ มีชื่อปฏิบัติงานในพื้นที่แต่ไม่ได้ทำงานจริง ดังนั้นขอให้ กอ.รมน. ชี้แจงว่ามีคนทำงานจริงเท่าไร หรือเป็นเพียงงบที่ใช้หากินเท่านั้น
"ผมขอตั้งคำถามไปยัง กอ.รมน. รับมือกับภัยคุกคามความมั่นคง ทำให้จำเป็นต้องมีภัยคุกคามเพื่อให้องค์กรดำรงอยู่ หากทิศทางการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง กอ.รมน. ต้องสกัดขัดขวางเพื่อไม่ให้การแสวงหาทางออกทางการเมืองเป็นไปได้" นายรอมฎอน กล่าว
ฟื้นคดีตากใบเข้าดีเอสไอ-แซะกอ.รมน.เหมือนไบโพลาร์
อย่างไรก็ตาม ยังพบว่ามีค่าตอบแทนพิเศษสำหรับผู้ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ใน 52 หน่วยงาน รวมงบประมาณ 1,527 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้คนในพื้นที่ดำเนินการในส่วนดังกล่าว โดยตนมีข้อเสนอไปยังรัฐบาลที่มีนโยบายด้านยุติธรรม ให้ฟื้นคดีตากใบ ที่อีก 10 เดือนจะหมดอายุความ
นายรอมฎอน กล่าวด้วยว่า โดยให้ริเริ่มเป็นคดีพิเศษ โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รวมถึงให้นายกฯ กำชับไปยัง กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ให้ยุติการฟ้องปิดปากเพื่อให้การเจรจาสันติภาพเกิดขึ้นได้จริง รวมถึงเปิดพื้นที่ทางการเมือง เจรจาหาทางออกร่วมกันระหว่างคนในพื้นที่ โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก รวมถึงปรับลดงบประมาณที่ซ้ำซ้อนของ กอ.รมน.
"ขอให้นายกรัฐมนตรี กำชับท่านแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ท่านทำ มันบั่นทอนกระบวนการสันติภาพ เป็นไบโพลาร์ เดี๋ยวอยากจะคุย เดี๋ยวก็อยากจะปิดปาก อันนี้ก็ต้องเป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีที่ต้องกำชับ ภายใต้เงื่อนไขงบประมาณนี้ ถ้านิติธรรมที่เข้มแข็งจริง เราอาจไม่ต้องใช้งบประมาณขนาดนี้" นายรอมฎอน ระบุ
นายกฯ ไม่รู้ กอ.รมน. เป็นไบโพลาร์หรือไม่ เพราะไม่ใช่หมอ ขอบคุณ สส. ห่วงปัญหาชายแดนใต้ ยันสงบแล้ว ฝ่ายมั่นคงก็ยังมีงานอื่นทำ
นายกฯขอบคุณสส.เสนอแก้ปัญหาชายแดนใต้
ด้าน "นายเศรษฐา ทวีสิน" นายกรัฐมนตรี อภิปรายชี้แจง ว่า งบประมาณในส่วนของกระทรวงกลาโหม และ กอ.รมน. นั้น ส่วนตัวขอบคุณสมาชิกที่ให้ข้อคิดเกี่ยวกับงบประมาณ และวิธีบริหารจัดการปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งหลายประเด็นน่านำมาพูดคุย แล้วให้ทีมงานไปขยายผลต่อ เพื่อปัญหาจะได้ลดลง
สำหรับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นปัญหาที่สะสมมานาน แต่ระยะหลังเรื่องความมั่นคงก็ลดลงอย่างมีนัยยะ ขอบคุณ สส. ทุกภาคที่เข้าไปมีส่วนร่วม ทำให้เกิดความสงบพูดคุยกับประชาชน ทำให้ปัญหาความรุนแรงลดน้อยลง และขอบคุณฝ่ายความมั่นคง รวมถึง กอ.รมน. แม้ฝ่ายค้านอาจไม่ค่อยเห็นด้วย แต่ตนเห็นความตั้งใจจริง และเชื่อว่าฝ่ายความมั่นคง รมวถึง กอ.รมน. ต้องการคืนความสงบ ความมั่งคั่ง ให้กับคน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
นายกฯ กล่าวต่อว่า 100 กว่าวัน ที่ดำรงตำแหน่งได้ไปลงพื้นที่ชายแดนใต้ ได้เจอนายกฯมาเลเซีย พูดคุยกันเกี่ยวกับความสงบ ความมั่นคง ความเรียบร้อย และปัญหาด้านเศรษฐกิจ การเชื่อมโยงการค้าระหว่างสองประเทศ ซึ่งตรงนี้ก็มีการพัฒนามาหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสะพานสุไหงโกลก 2 พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ และทำให้การเข้าเมืองของสองฝ่ายดี ขึ้น
"โดยในช่วงเสาร์-อาทิตย์ ที่มีการยกเลิกใบตม.6 ไป นักท่องเที่ยวมาเลเซีย แต่เดิมมาแค่ 10,000 กว่าคน เดี๋ยวนี้ 30,000 กว่าคน โรงแรมใน 3 จังหวัดเต็มหมด รวมไปถึงหาดใหญ่ ซึ่งถ้าประชาชนมีเงินในกระเป๋า มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ปัญหาความรุนแรงก็น่าจะลดน้อยลง ควบคู่ไปกับการทำงานของฝ่ายความมั่นคงสองประเทศ อีกทั้ว มาเลเซียก็ชื่นชมว่า ไทยมีพลเรือนเป็นหัวหน้าทีมเจรจา และยินดีทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง" นายกฯ กล่าว
"เศรษฐา"ยันกองทัพมีงานอื่นทำในพื้นที่-จิกไม่ใช่หมอจะรู้เรื่องอาการ
ทั้งนี้ ตนเชื่อว่า สส.ทุกคนมีความใส่ใจความสงบเรียบร้อยของประชาชนในชายแดนใต้ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าใคร ส่วนเรื่องงบประมาณจะขอน้อมรับไปพิจารณาพูดคุย ว่าจะทำอย่างไรต่อไป เพื่อให้งบมีประโยชน์สูงสุด ส่วนถ้าบ้านเมืองมีความสงบแล้ว ไม่รู้ว่า กอ.รมน. จะไปทำอะไรนั้น ขอไม่ต้องเป็นห่วง ตนพูดคุยกับผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ไปเรียบร้อยแล้ว มีหลายเรื่องที่ยังต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขอุทกภัย ภัยแล้ง ขุดบ่อเก็บกักน้ำ รวมถึงช่วยเหลือภัยพิบัติทางธรรมชาติ
ส่วนเรื่องไบโพลาร์ ที่ สส.เปรียบเปรยให้ กอ.รมน.นั้น ตนไม่ได้เป็นหมอเลยไม่รู้ว่าเป็นหรือไม่
ทั้งนี้ หลังจากนายกฯ ลุงขึ้นชี้แจงตอบคำถามนายรอมฏอนแล้ว เจ้าตัวใช้สิทธิชี้แจงเพิ่มเติมว่า เรื่องไบโพลาร์เป็นคำเปรียบเปรยในการทำงาน ไม่ใช่เรื่องสุขภาพ หรือเรื่องส่วนบุคคล ซึ่งทิศทางของ กอ.รมน.ในการทำงาน ตนยังกังวล และขอเรียกร้องให้นายกฯ ลงนามรับรองร่างกฎหมายยกเลิก กอ.รมน. ที่ถูกตีความว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน และส่งให้สภาด้วย