สำหรับการอภิปรายเริ่มด้วย สส. ฝั่งรัฐบาล โดย "นายโสภณ ซารัมย์" สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายถึงวิกฤตยาเสพติด ว่า ถ้าอยู่ในชนบทจะเห็นเด็กหนีเรียนเสพยา ซึ่งถือเป็นเรื่องร้ายแรงมาก ดังนั้น รัฐต้องกลับมามอง เพราะวันนี้ (5ม.ค.) เด็กชั้นประถมติดยาเสพติด เพราะหาได้ง่าย อีกทั้ง การลงโทษยังน้อย และถ้าให้มองตอนนี้ คือ งบประมาณมีความกระจัดกระจาย ซึ่งแผนงบบูรณาการป้องกันปราบปรามและบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด 4,357 ล้านบาท โดยกระทรวงกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ไป 10 ล้านบาท ส่วนกระทรวงแรงงานได้ 20 ล้านบาท
"ถามว่าเอาไปทำไมเงินเท่านี้ แล้วจะไปบูรณาการกับใครได้ วันนี้ถ้าเราไม่มีเจ้าภาพหลักที่จะแบ่งหน้าที่งานยาเสพติดอย่างชัดเจน ก็อย่าหวังว่าจะแก้ปัญหานี้ได้ และตำรวจที่ดูแลเรื่องนี้งบก็น้อย ขวัญกำลังใจก็น้อย ถึงแม้งบจะน้อยแต่ถ้าขวัญกำลังใจมีนั้น งานก็จะสำเร็จไประดับหนึ่ง ดังนั้น จึงเสนองานด้านการปราบปรามยาเสพติดขอให้มีเจ้าภาพหลัก คือยกงานป้องกันปราบปรามเป็นของตำรวจ แล้วจัดงบให้" นายโสภณ กล่าว
ส่วนที่มีการนำเข้ายาเสพติดผ่านทางชายแดนนั้น ให้เป็นหน้าที่ของทหาร รวมถึงงานบำบัดดูแล เพราะเชื่อว่าทหารมีทุกหน่วยในจังหวัด ให้ผู้ที่ติดยาเสพติดนั้นไปเข้าค่ายใช้ชีวิต และงานรักษาให้โรงพยาบาลดูแลต่อไป ส่วนงานสร้างสุขให้ชุมชนเข้มแข็งควรให้เป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย