เนชั่นทีวี

การเมือง

กางคิว"เศรษฐา"เยือนญี่ปุ่นกระชับสัมพันธ์ดึงลงทุนผลิตรถEVในไทย

14 ธ.ค. 2566 | chairat_pat

กางคิว"เศรษฐา"เยือนญี่ปุ่นกระชับสัมพันธ์ดึงลงทุนผลิตรถEVในไทย

"เศรษฐา" ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-ญี่ปุ่น สมัยพิเศษ และกระชับสัมพันธ์ไทย-เจแปน พร้อมดึงบริษัทรายใหญ่ร่วมลงทุนรถEV ในประเทศ ขณะที่ 18 ธ.ค. เข้าพบจักรพรรดิและจักรพรรดินีของญี่ปุ่น ก่อนเดินทางกลับ

14 ธันวาคม 2566 "นายเศรษฐา ทวีสิน" นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ก่อนเดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่น ว่า ในครั้งนี้ว่ามีการพูดคุยกันหลายเรื่อง ทั้งเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพราะเป็นการเยือนญี่ปุ่นครั้งแรก และจะมีการพบปะเป็นการส่วนตัวกับนายกรัฐมนตรีของประเทศกัมพูชา และผู้นำในอาเซียนอื่นๆ 

ทั้งนี้ การที่เดินทางไปล่วงหน้าก่อน 2 วัน เป็นการเจรจาการค้าญี่ปุ่น และเรื่องเกี่ยวกับทางด้านยานยนต์ และหวังว่าจะมีการลงทุนจากบริษัทยานยนต์ของญี่ปุ่นมาลงทุนมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะรถEV

ส่วนที่เคยบอกว่าการเดินทางไปต่างประเทศจะพานักธุรกิจไปด้วยนั้น นายเศรษฐา กล่าวว่า ครั้งนี้ก็มีเดินทางไปเอง เช่น ประธานของฮอนด้า , ประธานของโตโยต้า และมีอีกหลายคนที่จะไปช่วยเจรจา แต่เรื่องของการแบกความหวัง ปากท้องของประชาชนทั้ง 68 ล้านคน เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องทำต่อไปเรื่อยๆ

สำหรับการเยือนญี่ปุ่นในครั้งนี้ ถือว่าเป็นแสงสว่างทางเศรษฐกิจของไทยหรือไม่นั้น นายเศรษฐา กล่าวว่า ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่มาลงทุนสูงสุดในประเทศไทยตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ก็พยายามทำให้ความสัมพันธ์นี้เข้มแข็งมากขึ้น ทางด้านการลงทุนของทั้งสองฝ่าย และรัฐบาลยังได้ประกาศว่า จะให้วีซ่าฟรีกับนักธุรกิจญี่ปุ่นที่เข้ามาลงทุนด้วย ก็ทำให้การเข้าออกทั้ง 2 ประเทศ ทั้ง 2 ทางง่ายยิ่งขึ้น มีความสะดวกซึ่งกันและกันมากขึ้น

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้สอบถามสื่อมวลชนว่า "เมื่อวานนี้ไปเที่ยวงานกาชาดมาสนุกไหม และกล่าวต่อไปว่า เป็นงานที่ดี เป็นเรื่องการท่องเที่ยวด้วย ซึ่งมีจนถึงวันที่ 18 ธันวาคมนี้ ที่ประเทศอังกฤษก็มี Winter Wonderland อยู่ที่ High Park คล้ายๆกันเดี๋ยวจะไปลองคุยกับทางคณะยุทธศาสตร์ Soft Power ที่จะนำมาทำเป็น Festival ได้หรือไม่เมื่อวานนี้ได้ไปเดินแค่นิดเดียวก็ชั่วโมงกว่าแล้ว"

เมื่อถามว่า จะฝากข้อกังวลหรือข้อเป็นห่วงใยอะไรหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ระหว่างทางเดินทางมาที่นี่ ตนได้ฝากมาตลอด ส่งข้อความถึงทุกคนทั้ง "นายอนุทิน ชาญวีรกูล" รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย รวมทั้งทีมงานที่อยู่ที่นี่ "นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง" ประธานที่ปรึกษาของนายกฯ ก็ได้ฝากเรื่องหนี้นอกระบบ-ในระบบ ฝากเรื่องฝุ่น PM 2.5 และวิธีการประเมินความคืบหน้าของโครงการที่รัฐบาลทำอยู่ทั้งหมด

ส่วนปัญหาฝุ่นที่ "นายชัชชาติ สิทธิพันธ์" ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เสนอให้บริษัทใหญ่ทำงานแบบ work from home นั้น ซึ่งการ work from home เรื่องนี้ นายชัชชาติก็เสนอมาทางหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลก็เคยทำมาก่อนในช่วงโควิด แต่เวลานี้ก็ต้องช่วยกันทุกวิถีทาง และตนคงไม่มีคำสั่งอะไรออกไป คงแล้วแต่บริษัทหรือหน่วยงาน 

ส่วนที่ "พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช" ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มาเข้าพบ ก่อนเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นนั้น นายเศรษฐา กล่าวว่า เพราะมีเรื่องที่คุยกันค้างไว้หลายเรื่อง คดีต่างๆ มาตรวจสอบและทำงานร่วมกันต่อไป ซึ่งก็เชิญมาเพื่อให้รายงานความคืบหน้าด้วย เผื่อว่ามีความหนักใจอะไรหรือไม่ก็อยากฟังความคิดเห็น ก่อนเดินทางไปต่างประเทศ

นอกจากนี้ ในเรื่องการเสริมทัพของรัฐบาลจะมีเพิ่มขึ้นหรือไม่นั้น ย้ำยังไม่มี เพราะ 314 เสียง พูดจากันด้วยดีทุกพรรค ทำงานกันเต็มที่ ทราบกันดีอยู่ว่าความคาดหวังของประชาชนคืออะไร ไม่มีมาเล่นการเมืองในแง่ของพรรคเพื่อไทย 

ส่วนเหตุสภาล่มวานนี้ (13ธ.ค.) นั้น ตนเข้าใจว่าทุกคนรู้หน้าที่ดีอยู่แล้ว ว่าควรจะต้องทำอย่างไรบ้าง ตนก็คงไม่ไปก้าวก่าย เพราะเป็นฝ่ายบริหาร

อนึ่ง นายกฯ มีกำหนดการเดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่น เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนญี่ปุ่นสมัยพิเศษ พร้อมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์อาเซียนญี่ปุ่น ณ กรุงโตเกียว

โดยการเยือนครั้งนี้มีรัฐมนตรีร่วมเดินทาง ประกอบด้วย "นายปานปรีย์ พหิทธานุกร" รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม  เป็นต้น

สำหรับภารกิจนายกฯ โดยจะเดินทางตั้งแต่วันนี้ (14 ธ.ค.) และภารกิจแรกจะเริ่มขึ้นในวันที่ 15 ธ.ค. ซึ่งนายกฯ พบกับ รมว.เศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น พร้อมกล่าวปาฐกถาในงาน Thailand-Japan Investment Forum

จากนั้น นายเศรษฐา จะพบและหารือกับบริษัทเอกชนรายใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น 8 บริษัท อาทิ

  • บริษัท Toyota Motor Corporation
  • บริษัท Honda Motor จำกัด  
  • บริษัท Suzuki
  • บริษัท Nissan
  • บริษัท Mitsubishi
  • บริษัท Mitsui
  • บริษัท Isuzu
  • บริษัท Kubota เป็นต้น

ขณะที่ ในวันที่ 16 ธ.ค. นายกฯ พบหารือกับประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น ก่อนที่ช่วงค่ำ ที่พัก นายกฯเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ โดยนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นและภริยา เป็นเจ้าภาพ

ต่อมา วันที่ 17 ธ.ค. นายกฯ จะเข้าหารือทวิภาคีกับนายกญี่ปุ่น จากนั้นในช่วงเย็น นายกฯเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-ญี่ปุ่น สมัยพิเศษ เพื่อฉลองวาระครบรอบ 50  ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-ญี่ปุ่น (The Commemorative Summit for the 50th Year of ASEAN-Japan Friendship and Cooperation) โดยนายกฯ จะกล่าวถ้อยแถลงและร่วมรับรองเอกสารผลลัพธ์การประชุมฯ

ส่วนวันที่ 18 ธ.ค. นายกฯ จะร่วมประชุมหารือโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างทะเลอ่าวไทยและอันดามัน ส่วนช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายกฯ มีกำหนดการเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่น ที่พระราชวังอิมพีเรียล ก่อนเดินกลับช่วงคืนวันที่ 18 ธ.ค.

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 17.10 น. (ตามเวลาท้องถิ่น กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นเร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมง) นายเศรษฐา พร้อมคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว (ฮานาดะ) โดยมีนายโคมูระ มาซาฮิโร รมช.ต่างประเทศญี่ปุ่น นางปรางทิพย์ กาญจนหัตถกิจ อุปทูตรักษาการณ์ชั่วคราวสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว และข้าราชการสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ร่วมให้การต้อนรับด้วย

 

 

ข่าวล่าสุด