ขณะเดียวกัน นโยบายที่พรรคการเมืองใช้หาเสียงนั้น จะต้องยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมถึงจะต้องระบุให้ชัดเจนถึงแหล่งที่มาของเงินจะนำมาใช้จ่ายในนโยบายที่หาเสียงด้วย แต่สิ่งที่พรรคเพื่อไทยกำลังทำนั้น ไม่ตรงกับสิ่งที่ยื่นไว้ต่อ กกต. ทำให้เกิดปัญหาตามมา ว่าเมื่อพรรคการเมืองใดมาเป็นรัฐบาลแล้วหากสามารถทำเช่นนี้ได้ ก็จะทำให้พรรคการเมืองทุกพรรคหมดความน่าเชื่อถือ เพราะเมื่อเป็นรัฐบาลแล้วสามารถทำในสิ่งที่ไม่ตรงกับที่เคยยื่นต่อ กกต. ได้ ไม่เป็นไร เรื่องนี้ กกต. จึงควรต้องออกมาชี้แจงด้วยว่าผิดกฎหมายหรือไม่ เพราะไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่า พอเป็นรัฐบาลก็จะเปลี่ยนเงื่อนไขอะไรก็ได้ อย่างนี้จะกระทบต่อความเชื่อถือของพรรคการเมืองอย่างมาก ทั้งในและต่างประเทศ
ขณะที่ "นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์" ที่ปรึกษา (ฝ่ายการเมือง) ของรองนายกรัฐมนตรี (นายภูมิธรรม เวชยชัย) ออกมาตอบโต้ "นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์" สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ตั้งคำถามรัฐบาลว่าหากเงินดิจิทัลจำเป็นจริงทำไมไม่ออกเป็น พ.ร.ก. แทน พ.ร.บ. และมองว่าเป็นเรื่องก่อหนี้สนองนโยบายหาเสียง โดยตนสงสัยถึงท่าทีของนายจุรินทร์ กับกรณีเงินดิจิทัลอยู่เหมือนกัน
"คราวก่อนตัวท่านเองที่ออกมาบอกรัฐบาลว่า จะแจกเงินดิจิทัลก็แจก แต่อย่าเอาประชาชนเป็นโล่กำบัง พอรัฐบาลผ่านการหารือ และกำหนดกรอบการดำเนินโครงการ โดยจะออกเป็น พ.ร.บ.กู้เงิน ก็ออกมาตั้งคำถามอีก อยากให้นายจุรินทร์ เก็บคำถามไว้ใช้ในกระบวนการรัฐสภา น่าจะดีกว่า ท่านเองจะได้ทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ทำหน้าที่ฝ่ายแค้นประเภทติทุกดอก ถ้าติเพื่อก่อ ก็ไม่ว่าอะไร แต่ถ้าติเพื่อหวังผลการเมืองอันนี้รับไม่ได้" นายพร้อมพงศ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายจุรินทร์ ก็เคยเป็นรองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ น่าจะมองเห็นและเข้าใจถึงความลำบากของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด และภาวะศึกสงครามที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยก็ด้วย สภาพคล่องทางการเงินของประเทศ แย่ลงอย่างเห็นได้ชัด หลายประเทศก็มีวิธีและใช้เครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจที่แตกต่างกันไป โดยญี่ปุ่นมีมาตรการกระตุ้นด้วยการปรับลดภาษี และแจกเงินให้กับครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำ
ขณะที่ สิงคโปร์อัดฉีดงบประมาณเตรียมแจกเงินเพื่อช่วยแบ่งเบาปัญหาเงินเฟ้อ และค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น กรณีเงินดิจิทัลที่รัฐบาลจะออกเป็น พ.ร.บ.กู้เงิน ก็เพื่อเป็นการเอาเงินใหม่เข้าสู่ระบบ ถ้าช้งบประมาณที่เป็นงบปกติก็ไม่ได้ทำให้เงินในส่วนนั้นเพิ่มขึ้น เหมือนตักน้ำในบ่อเทลงบ่อ แล้วน้ำในบ่อมันจะไปเพิ่มได้อย่างไร ดังนั้น การกระตุ้นรอบใหม่ก็ต้องใช้น้ำในบ่อใหม่ ถึงจะถูก การออกเป็น พ.ร.บ. ก็ต้องผ่านกระบวนการรัฐสภา ที่มีนายจุรินทร์ นั่งทำหน้าที่ฝ่ายค้านอยู่ก็ถือเป็นเรื่องดีที่จะได้ตั้งคำถามเพื่อตรวจสอบได้เต็มที่
"ผมไม่อยากให้นายจุรินทร์ ทำตัวเป็นหมอดู ทำนายทายทัก คาดเดาปัญหาที่ยังไม่เกิด เพื่อเตะตัดขารัฐบาล รัฐบาลมาจากพี่น้องประชาชน หาเงินได้ ใช้เงินเป็น ท่านควรจะรอทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภา น่าจะดีกว่าการออกมากวนน้ำให้ขุ่น แล้วอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากฝากถึงนักร้องทั้งหลาย ที่ดาหน้าออกมาทำงานกันในช่วงนี้ด้วยว่า อยากให้ท่านทั้งหลายช่วยเห็นใจพี่น้องตาดำๆ หรือผู้ประกอบการที่เขารอเงินดิจิทัลกันด้วย นโยบายเงินดิจิทัลเป็นนโยบายที่ดี ออกมาเพื่อสร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจ ท่านควรจะส่งเสริมหรือสนับสนุนถึงจะถูก" นายพร้อมพงศ์ ระบุ
ทั้งนี้ รัฐบาลในอดีตบริหารมีเรื่องให้ร้องให้ตรวจสอบตั้งมากมาย ตอนนั้นคนพวกนี้อยู่ตรงไหน พอเป็นรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ คนเหล่านี้รวมถึงนายจุรินทร์ กลับมาค้าน มาด้อยค่า ตนสงสัยว่าทำเพราะอคติหรือเพราะกลัวว่า ถ้ารัฐบาลทำดี บริหารเป็น และประสบความสำเร็จ เหมือนโครงการในอดีตที่เคยทำให้เห็นกันมาแล้ว จะทำให้ได้คะแนนจากประชาชนกันแน่