นายชยธรรม์ กล่าวว่า อีกส่วนจะวกกลับผ่านช่องแคบมะละกาไปทางยุโรป เอเชียกลาง และเอเชียใต้ ซึ่งประเทศไทยอยู่ตรงกลางจึงมีโลเคชันที่ได้เปรียบ อีกทั้งสินค้าที่ต้องผ่านช่องแคบมะละกามีจำนวนมากขึ้นและในอนาคตอาจจะมีปัญหาการส่งสินค้าได้ จึงเป็นจังหวะที่ประเทศไทยได้เปรียบ หากสามารถดึงสิ่งที่อยู่ในเส้นทางเดินเรือโลกมาผ่านประเทศไทยได้ โดยโครงการแลนด์บริดจ์จะทำให้เส้นทางการขนส่งสินค้าสั้นลงประมาณ 5 - 10 วัน และหากได้ทำโรดโชว์โครงการนี้ให้นักลงทุนเห็น และมาลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทย ก็มีโอกาสที่โครงการนี้จะเกิดขึ้นได้และประเทศจะได้ประโยชน์
นายชยธรรม์ กล่าวว่า นอกจากนี้ที่นายกฯ พูดในหลายๆเวที ก็มีหลายประเทศให้ความสนใจ รวมทั้งสหรัฐอเมริกาก็ให้ความสนใจในเรื่องนี้ จึงเป็นเหตุผลที่มาโรดโชว์ในสหรัฐอเมริกา เพื่อต้องการมารับฟังความเห็นของนักลงทุนว่า ถ้าต้องการมาลงทุนในประเทศไทย มีปัจจัยอะไรที่ต้องการ และจะให้เราเตรียมอะไรรองรับ โดยมุมหนึ่งในการพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์คือ เรื่องกฎหมาย จะต้องมีกฎหมายพิเศษที่เป็นลักษณะเดียวกับเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีซีซี ) จากนั้นจะนำความเห็นจากการโรดโชว์ไปประมวลว่า สิ่งใดสามารถทำได้ภายใต้กฎหมายปัจจุบัน หรือมีอะไรที่จะต้องเพิ่มเติม
เมื่อถามว่า จะมีมาตรการภาษีเพื่อสร้างแรงจูงใจด้วยหรือไม่ ปลัดกระทรวงคมนาคม ชี้แจงว่า จะต้องคุยกันว่าเขามีความประสงค์หรือไม่ อย่างไรก็ตาม โครงการแลนด์บริดจ์ นอกจากจะนำเรือเดินสินค้า มายังประเทศไทยแล้ว ส่วนที่นายกฯ มองคือให้เขามาลงทุนในโครงการแลนด์บริดจ์แล้วส่งออก ซึ่งจะทำให้ต้นทุนต่างๆถูกลง อีกทั้งลดระยะเวลาการเดินทาง และสิ่งนี้จะทำให้โครงการแลนด์บริดจ์น่าสนใจมากขึ้น
เมื่อถามถึง เป้าหมายของนักลงทุนจะเป็นต่างชาติ 100 เปอร์เซ็นต์หรือไม่ นายชยธรรม์ กล่าวว่า นั่นคือสิ่งที่เรามอง โดยเรามองว่า เมื่อสร้างเสร็จต้องมีคนมาใช้ ดังนั้นคนที่จะมาลงทุนจะต้องเป็นคนที่อยู่ในธุรกิจนี้อยู่แล้ว
เมื่อถามว่า โครงการนี้จะเกิดได้เมื่อไร ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า หลังโรดโชว์เสร็จสิ้น ก็จะกลับไปประมวลว่า จะต้องทำกฎหมายพิเศษอย่างไร เมื่อทำเสร็จแล้วจะเชิญชวนนักลงทุนเข้ามาลงทุน ซึ่งภายในระยะเวลา 2 ปีจะมีความชัดเจน โดยในกรอบของกฎหมาย จะมีการตั้งหน่วยงานและคณะกรรมการที่จะมารับผิดชอบในเรื่องนี้ ซึ่งโครงการนี้มีความเกี่ยวข้องหลายกระทรวง โดยจะมีการรายงานนายกฯ โดยตรง สำหรับเป้าหมายประเทศที่อยากให้มาลงทุนในโครงการดังกล่าวมีทั้งตะวันออกกลาง จีน ยุโรป อเมริกา
ขณะที่ นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลบทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์ก็เป็นโปรเจคสำคัญ โดยนายกฯ ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมและบีโอไอทำงานร่วมกัน เพื่อเชิญชวนนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งโครงการแลนด์บริดจ์เป็นโครงการที่ใหญ่มากที่มีทั้งท่าเรือ การคมนาคมขนส่ง รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมบริเวณโดยรอบ ที่จะมารองรับกลุ่มงานอุตสาหกรรมที่มาลงในพื้นที่ บีโอไอจะมีส่วนเชิญชวนให้นักลงทุน ทั้งในการก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐาน เช่น ท่าเรือ ถนน ระบบโลจิสติกส์ ซึ่งการออกโรดโชว์โครงการแลนด์บริดจ์ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก