นายนิติพล ยังกล่าวอีกว่า สิ่งที่ต้องนำมาศึกษาด้วย คือยังไม่นับว่าผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น อาหารทะเลอาจปนเปื้อนได้ง่ายขึ้นหรือไม่ ที่ผ่านมาก็มีเหตุน้ำมันรั่วไหลบ่อยครั้ง จะป้องกันอย่างไร นอกจากนี้ แสงและเสียงจากท่าเรือจะทำให้พวกเขาหลับตานอนสบายได้เหมือนเดิมไหม เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาที่เรามีบทเรียนมาแล้วจากท่าเรือน้ำลึกภาคตะวันออก
"หากมองทางคณิตศาสตร์ ผมคิดว่าบางทีอาจต้องนำมาเทียบกันให้ชัดระหว่างการสร้างโครงการใหม่โดยคิดจากต้นทุนที่ต้องแลกดังที่ผมยกตัวอย่างไปข้างต้น กับการคงไว้แบบเดิมแล้วหาทางเลือกอื่นในการขับเคลื่อนพัฒนา เช่น การขายคาร์บอนเครดิตที่ไม่ใช่การฟอกเขียวให้กลุ่มทุน แต่เป็นเรื่องของชุมชนท้องถิ่น หรือแม้แต่การท่องเที่ยว ทั้งอันดามันและอ่าวไทยก็ยังเป็นเพชรน้ำเอกของการเดินทาง เพียงแต่เราจะหาโมเดลอะไรในการเพิ่มศักยภาพลงไป ซึ่งโครงการแลนด์บริดจ์ย่อมส่งผลตรงข้ามหากเรายังมองว่าการท่องเที่ยวคือเครื่องจักรทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่ภาคใต้เราทิ้งไม่ได้"
นายนิติพล ย้ำทิ้งท้ายว่า นี่ไม่ใช่การเห็นด้วยหรือคัดค้าน แต่เป็นการตั้งข้อสังเกตเอาไว้เพื่อความรอบคอบก่อนจะลงมือสร้างโครงการที่จะเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของภาคใต้ครั้งใหญ่ ซึ่งมันอาจออกมาเป็นบวกหรือลบก็ได้ การคิดให้รอบคอบรอบด้านก่อนลงมือจึงเป็นแนวทางที่ดีที่สุด