ตามรอย "แลนด์บริดจ์" โครงการอสังหาฯ "รัฐบาลเศรษฐา"
26 ต.ค. 2566 | tinakit_rat

ตามรอยโครงการ "แลนด์บริดจ์" โครงการอสังหาฯ "รัฐบาลเศรษฐา" จุดยุทธศาสตร์ของมหาอำนาจโลก ที่จีน-สหรัฐฯ ยอมกันไม่ได้
การเมือง
26 ต.ค. 2566 | tinakit_rat

ตามรอยโครงการ "แลนด์บริดจ์" โครงการอสังหาฯ "รัฐบาลเศรษฐา" จุดยุทธศาสตร์ของมหาอำนาจโลก ที่จีน-สหรัฐฯ ยอมกันไม่ได้
26 ตุลาคม 2566 หลังจากที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้นำเสนอโครงการแลนด์บริดจ์นักลงทุนจีนและสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก “เนชั่นทีวี” พาตามรอย “แลนด์บริดจ์” ซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญของ “รัฐบาลเศรษฐา” ในการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว โครงการนี้ยังเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ ที่ 2 มหาอำนาจโลก จีนและสหรัฐอเมริกา ต่างยอมกันไม่ได้ต้องขอมีเอี่ยว
“แลนด์บริดจ์” หรือโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน เป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่วงเงิน 1,001,206.47 ล้านบาท เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประตูและทางเชื่อมโครงข่ายคมนาคมและโลจิสติกส์ของภูมิภาค ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญที่รัฐบาลใช้เป็นแม่เหล็กดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ
ตามรอย นายกฯ ขายโครงการ “แลนด์บริดจ์”
ระหว่างเยือนจีน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 18 ต.ค. นายกฯ ได้พบ ทีมผู้บริหารบริษัท “CHEC” บริษัทอันดับ 1 ของเอเชียด้านก่อสร้าง พร้อมเชิญให้มาลงทุนในโครงการ “แลนด์บริดจ์” รวมถึงก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และเปิดสำนักงานภูมิภาคในประเทศไทย เพื่อร่วมเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในภูมิภาค โดยนายกฯ ขอให้บริษัทติดต่อกับหน่วยงานของไทยในการเข้ามาลงทุน เพื่อขอรับสิทธิพิเศษการลงทุนตามนโยบาย เช่น กระทรวงคมนาคม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI เป็นต้น
สำหรับ บริษัท CHEC ได้เสนอนโยบายของบริษัทในการดำเนินโครงการต่าง ๆ ดังนี้
วันเดียวกัน(18 ต.ค.) นายกฯ ทวีตX ข้อความและภาพวาด โดยระบุว่า “ผมลองวาดเส้นทางของ Landbridge ให้กับทางผู้ประกอบการรถไฟในประเทศจีนให้เข้าใจง่ายขึ้น ทำให้เห็นภาพของโครงการสองท่าเรือแต่นับรวมเป็นหนึ่ง โครงการจะลดปัญหาการจัดการซ้ำซ้อน (Double Handling) ได้ครับ พร้อมระบุ รีบวาดรีบคุยให้เข้าใจ แม้ภาพออกมาไม่ค่อยสวยเท่าไรแต่สื่อสารได้ผลดีเลยครับ”
สหรัฐฯหงุดหงิดไทยข้ามหน้าข้ามตา
ทั้งนี้จากข่าวการเยือนจีนของนายกฯและชวนจีนลงทุนในโครงการ “แลนด์บริดจ์” ทำให้สหรัฐอเมริกาเกิดอาการน้อยอกน้อยใจ ถึงขั้นหงุดหงิด เพราะมองว่า ไทยควรเสนอโครงการนี้บนเวที APEC ที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐฯ เดือนหน้า แต่กลับไปเริ่มที่จีนก่อน
ต้องไม่ลืมว่าโครงการนี้ ส่งผลทั้งทางเศรษฐกิจของไทยและของโลก เพราะลดต้นทุนโลจิสติกส์ และย่นเวลาเดินทางของเรือขนส่งสินค้ามหาศาล โดยมีบางประเทศเสียประโยชน์ด้วย จึงส่งผลกระทบต่อความมั่นคงเช่นกัน
ประเทศที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือ จีน สหรัฐฯจึงต้องมีเอี่ยว
โครงการนี้เชื่อมโยงถึงยุทธศาสตร์ปิดล้อมจีนของสหรัฐฯ เพราะแม้จะปิดช่องแคบมะละกาได้ แต่จีนยังมีทางออกทะเล และค้าขาย ส่งกำลังบำรุงได้ (น้ำมัน / อาวุธ กรณีมีสงคราม) โดยใช้แลนด์บริดจ์
ประเทศไทยจึงมีความสำคัญมากขึ้นไปอีก ในฐานะจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ด้านคมนาคมขนส่ง และภูมิรัฐศาสตร์โลก
ขณะที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แม่ทัพภาคใต้ของภูมิใจไทย กล่าวว่า ในฐานะคนใต้ มีฐานเสียงภาคใต้ และมีเครือข่ายธุรกิจมากมายในพื้นที่ สนับสนุนโครงการแลนด์บริดจ์ มั่นใจ 4 ปีนี้เกิดแน่ ซึ่งแนวก่อสร้างเป็นแนวที่รัฐบาลประยุทธ์ศึกษาไว้ เพราะแนวเดิมแถวคอคอดกระ คลองกระ จ.ระนองนั้น ประชิดพรมแดนเมียนมามากเกินไป จะมีปัญหาความมั่นคง และอาจมีปัญหาอื่นตามมา เช่น กลุ่มนอกกฎหมายเรียกค่าคุ้มครอง ค่าผ่านทาง ทำให้ต้นทุนการขนส่งไม่ลดจริง
นายพิพัฒน์ ระบุด้วยว่า สำหรับกลุ่มทุนที่จะเข้ามาลงทุน จีนมาแน่ๆ และอาจจะมีจากทางฝั่งสหรัฐ หรือชาติตะวันตกร่วมด้วย เนื่องจากเป็นโครงการใหญ่มาก
เปิดไทม์ไลน์ “รัฐบาลเศรษฐา” เอาแน่ โครงการแลนด์บริดจ์ มูลค่า ล้านล้านบาท
ตามไทม์ไลน์รัฐบาลตั้งเป้าไว้ว่า หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2566 ให้ความเห็นชอบโครงการ “แลนด์บริดจ์” หลังจากนี้จะมีการรับฟังความเห็นจากนักลงทุนต่างประเทศ จัดทำกฎหมายและจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายและสำนักงานนโยบายระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (Southern Economic Corridor : SEC) โดยมีระยะเวลาดำเนินการดังนี้
ทั้งนี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกหนังสือด่วนที่สุด ถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา เรื่อง โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) ซึ่งกล่าวถึงเหตุผลและวัตถุประสงค์โครงการ โดยมีเนื้อหาดังนี้