เนชั่นทีวี

ข่าว

‘ทรัมป์’ เผยลงนามจบศึกผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ท่ามกลางรอยร้าวอิสราเอล-เดโมแครตไล่บี้สัญญาลับ

16 มิ.ย. 2569 | apirak_pra

‘ทรัมป์’ เผยลงนามจบศึกผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ท่ามกลางรอยร้าวอิสราเอล-เดโมแครตไล่บี้สัญญาลับ

สรุปความเคลื่อนไหวสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านรอบวัน ทรัมป์ลั่นลงนามแบบดิจิทัลจบศึกเปิดน่านน้ำช่องแคบฮอร์มุซ ทว่าฝ่ายอิสราเอลป่วนหนัก เนทันยาฮูลั่นไม่ถอนทัพพ้นเลบานอน บีบแวดวงการเมืองโลกจับตาความเปราะบางอย่างยิ่ง

สรุปความเคลื่อนไหวสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านรอบวัน ทรัมป์ลั่นลงนามแบบดิจิทัลจบศึกเปิดน่านน้ำช่องแคบฮอร์มุซ ทว่าฝ่ายอิสราเอลป่วนหนัก เนทันยาฮูลั่นไม่ถอนทัพพ้นเลบานอน บีบแวดวงการเมืองโลกจับตาความเปราะบางอย่างยิ่ง

KEY

POINTS

  • ทรัมป์ประกาศลงนามข้อตกลงยุติสงครามกับอิหร่านผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีเป้าหมายเพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
  • พรรคเดโมแครตในสหรัฐฯ โจมตีข้อตกลงดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยเรียกว่าเป็น "สัญญาจำนน" และเตรียมเข้าตรวจสอบรายละเอียดสัญญาลับ
  • นายกรัฐมนตรีอิสราเอลประกาศไม่ยอมรับข้อตกลงและยืนยันว่าจะไม่ถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอน สร้างความตึงเครียดและรอยร้าวครั้งสำคัญ

มหากาพย์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ข้ามทวีปดำเนินมาถึงจุดพลิกผันครั้งใหญ่ หลังจากทำเนียบขาวและกรุงเตหะรานเดินหมากทางการทูตยุติศึกสงครามภาพรวมล่วงหน้า ทว่าสภาวะภาคพื้นดินและการเมืองโลกยังคงเดือดพล่านเต็มไปด้วยข้อกังขา ความขัดแย้งในการตรวจสอบสัญญาจากพรรคเดโมแครต และท่าทีดื้อแพ่งของรัฐบาลอิสราเอลที่พร้อมทำลายกลไกสันติภาพทุกเมื่อ แฝงปมปริศนาสำคัญ... ข้อตกลงหยุดยิงครั้งนี้จะนำไปสู่ความสงบสุขที่แท้จริง หรือเป็นเพียงชนวนระเบิดเวลาลูกใหม่?

และนี่คือการสรุปแหล่งข้อมูลประเด็นสำคัญรอบวันที่ต้องจับตา

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ

1. ทรัมป์ลงนามแบบดิจิทัล ยืนยันลงนาม MoU อิเล็กทรอนิกส์จบศึก

กระบวนการทูตสายฟ้าแลบสัมฤทธิ์ผลอย่างเป็นรูปธรรมเมื่อ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ออกมาแถลงข่าวใหญ่เคียงข้างประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ในระหว่างการเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดผู้นำ G7 โดยทรัมป์ยืนยันเด็ดขาดว่า บันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อยุติสงครามภาพรวมกับอิหร่านได้ถูก "ลงนามผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว"

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกในระบบเอกสารว่า ผู้ที่จรดปากกาดิจิทัลลงนามในข้อตกลงประวัติศาสตร์ความยาวประมาณ 1 หน้าครึ่งฉบับนี้ ประกอบด้วย

  • โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ
  • เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ
  • โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานสภาผู้แทนราษฎรอิหร่าน

ทั้งนี้ ทรัมป์ระบุว่า แวนซ์จะเป็นตัวแทนเดินทางไปร่วมพิธีลงนามอย่างเป็นทางการภาคพื้นดินอีกครั้ง ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ พร้อมสัญญาว่าน่านน้ำช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดฉากต้อนรับการเดินเรืออย่างสมบูรณ์แบบในวันเดียวกัน ขณะที่ฝั่งกาลิบาฟได้โพสต์ข้อความแสดงเกณฑ์ความสำเร็จว่า นี่คือก้าวสำคัญของอิหร่านหลังผ่านระบบการต่อสู้อันยาวนาน

บรรยากาศที่ช่องแคบฮอร์มุซ

2. ปลดล็อกช่องแคบฮอร์มุซ: กองเรือน้ำมันเริ่มขยับตัว

ท่ามกลางเกณฑ์ระเบียบระบบใหม่ หลังสหรัฐฯ สั่งยกเลิกมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรืออิหร่านเป็นกรณีพิเศษเพื่อแสดงความจริงใจ สื่อท้องถิ่นฝั่งเตหะรานรายงานด่วนว่า เรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่ (VLCC) ของอิหร่านจำนวน 3 ลำ และเรือสินค้าอีก 2 ลำ ได้เริ่มขยับตัวแล่นผ่านพิกัดเส้นเขตปิดล้อมเดิมในน่านน้ำช่องแคบฮอร์มุซออกสู่ทะเลสากลได้อย่างไร้อุปสรรค ซึ่งรัฐบาลอิหร่านประเมินว่านี่คือ "สัญญาณแห่งความหวังและความจริงใจ" จากวอชิงตัน

อย่างไรก็ตาม ซามาน เรซาอี ประธานสหภาพแรงงานพาณิชย์นาวีแห่งอิหร่าน (IMMS) ได้ออกมาแจ้งเตือนระบบโลจิสติกส์โลกผ่านอัลจาซีราว่า ช่องแคบฮอร์มุซ "จะไม่มีวันกลับไปสู่สภาวะเหมือนช่วงก่อนเกิดสงครามได้อีกต่อไป" เนื่องจากโครงสร้างการเดินเรือและโครงสร้างพื้นฐานของท่าเรือและคลังพลังงานทั้งสองฝั่งอ่าวเปอร์เซียโดนระเบิดพังพินาศยับเยินจากพิษสงคราม จำเป็นต้องใช้งบประมาณมหาศาลและกรอบเวลาซ่อมแซมยาวนานหลายสัปดาห์หรืออาจเป็นเดือน อีกทั้งระบบความปลอดภัยหลังจากนี้จะต้องขึ้นตรงต่อเกณฑ์ระเบียบใหม่ที่ให้สิทธิ์ประเทศชายฝั่ง (Coastal states) เข้ามามีบทบาทควบคุมน่านน้ำเข้มงวดขึ้น

เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ

3. เปิดรายละเอียดสัญญาลับ 1.5 หน้า: เงินแสนล้าน-เปิดตรวจนิวเคลียร์

แม้ตัวบทสัญญาฉบับเต็มจะยังไม่ถูกประกาศสู่สาธารณะ แต่แหล่งข้อมูลรายงานเชิงลึกจากสำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีระบุโครงสร้างเงื่อนไขและผลประโยชน์แลกเปลี่ยนดังนี้

  • มาตรการหยุดยิง: สั่งระงับศึกปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบ รวมถึงพื้นที่ประเทศเลบานอน พร้อมเปิดน่านน้ำช่องแคบฮอร์มุซแบบปลอดค่าธรรมเนียมและไร้การเรียกเก็บค่าคุ้มครองตลอดกรอบเวลาเจรจา 60 วันข้างหน้า

  • ข้อตกลงลับผลประโยชน์: สหรัฐฯ ยอมตกลงที่จะทยอยปลดล็อกคืนสินทรัพย์ต่างประเทศที่ถูกอายัดไว้ของอิหร่านมูลค่าสูงถึง 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 9 แสนล้านบาท) พ่วงด้วยมาตรการผ่อนปรนคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันดิบในช่วงเวลาที่กำหนด ทว่า เจดี แวนซ์ และ คิมเบอร์ลี ฮาลเคตต์ ผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวยืนยันเด็ดขาดว่า ของรางวัลทั้งหมดนี้เป็นระบบ "Performance-based" หรือจ่ายตามผลงานเท่านั้น จะยังไม่มีการโอนเงินหรือยกเลิกคว่ำบาตรในวันศุกร์นี้ แต่จะเกิดขึ้นต่อเมื่ออิหร่านปฏิบัติตามระบบตรวจสอบและยอมลดสัดส่วนแร่ยูเรเนียมในกรอบเจรจา 60 วันเสร็จสิ้น

  • กลไกตรวจสอบนิวเคลียร์: แวนซ์ระบุว่าข้อตกลง "อย่างแน่นอน" ครอบคลุมการส่งคณะเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เดินทางกลับเข้าสู่โรงงานนิวเคลียร์ในอิหร่านอย่างรวดเร็ว เพื่อทำลายคลังอาวุธแร่ยูเรเนียมเข้มข้นสูง พร้อมปัดกระแสข่าวลือที่ว่าสหรัฐฯ ยอมจ่ายเงินสด 300 ล้านดอลลาร์ให้อิหร่านว่าเป็น "ข่าวปลอมจากพรรคเดโมแครต"

ชัค ชูเมอร์ (พรรคเดโมแครต) ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภาสหรัฐฯ

4. เดโมแครตเปิดศึกไล่บี้ทรัมป์ ตราหน้า "สัญญาจำนน"

มรสุมการเมืองภายในสหรัฐฯ เดือดพล่านทันที เมื่อ สส. และ สว. ฝั่งพรรคเดโมแครต นำโดย ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภาสหรัฐฯ และริชาร์ด บลูเมนทาล ร่วมมือกันออกมากดดันทำเนียบขาวอย่างหนักหน่วง โจมตีว่าทรัมป์กำลังพาสหรัฐฯ เผชิญหน้ากับความล้มเหลวทางนโยบายต่างประเทศเหมือนวิกฤตการณ์คลองสุเอซ (Suez Crisis) ในอดีต โดยชี้ชัดว่าสงครามรอบนี้ผลาญงบประมาณแผ่นดินไปมหาศาลและคร่าชีวิตคนบริสุทธิ์ แต่ผลลัพธ์ที่ทรัมป์ได้มากลับเป็นเพียงสัญญาหน้ากระดาษที่อ่อนแอกว่าดีล JCPOA ปี 2015 ของโอบามาเสียอีก

ขณะที่ สว. จอน ธูน ฝั่งรีพับลิกันระบุว่า รัฐสภาเตรียมขยับมาตรการเรียกตรวจเนื้อหาข้อตกลงทั้งหมดก่อนวันศุกร์ และอาจมีการเปิดลงมติโหวตระบบรับรองทางกฎหมายเนื่องจากสัญญาฉบับนี้มีข้อบัญญัติที่ผูกโยงกับความมั่นคงทางนิวเคลียร์ขั้นรุนแรง

นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล

5. ฝ่ายอิสราเอลเดือดจัด "เนทันยาฮู" ลั่นไม่ถอนทัพพ้นเลบานอน

พิกัดดราม่าขัดแย้งที่อันตรายที่สุดในสันติภาพรอบนี้ คือท่าทีของนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล ที่ใช้เวลาซุ่มเงียบกว่า 20 ชั่วโมงก่อนจะออกมาแถลงการณ์ต่อประชาชน โดยเนทันยาฮูประกาศจุดยืนหักดิบข้อตกลงของทรัมป์ ดันให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ระงับความมั่นคงอย่างรุนแรง เนื่องจากเขายืนยันเด็ดขาดว่า "กองทัพอิสราเอลจะไม่มีวันถอนกำลังออกจากพื้นที่ยึดครองตอนใต้ของเลบานอน" และพร้อมสั่งใช้มาตรการจู่โจมทางทหารทันทีหากพบพฤติกรรมล้ำเส้นของกลุ่มฮิซบอลเลาะฮ์

หมากดื้อแพ่งของเนทันยาฮูได้รับแรงสนับสนุนอย่างเต็มที่จากรัฐมนตรีฝั่งขวาจัดในคณะรัฐบาลและกลุ่มพรรคฝ่ายค้านที่ไม่ยอมรับสัญญาหยุดยิงของทรัมป์ ตราหน้าดีลนี้ว่าเป็นความพ่ายแพ้ทางการเมืองครั้งย่อยยับ ขัดแย้งกับสภาวะหน้างานที่ประชาชนชาวเลบานอนจำนวนมากเริ่มขนย้ายข้าวของเครื่องใช้เดินทางกลับสู่บ้านเกิดเมืองนอนท่ามกลางซากปรักหักพัง ดันให้เสถียรภาพภาพรวมในตะวันออกกลางดิ่งสู่ความเปราะบางและสุ่มเสี่ยงจะโดนแทรกแซงพังทลายลงได้ทุกวินาที

ข่าวล่าสุด