"ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเอาบู๊หรือจะเอาบุ๋น ตนไม่ได้กังวลใจอะไร เพราะพรรคเราไม่ใช่พรรคที่มีเจ้าของ หรือสืบทอดอำนาจได้ มีข้อบังคับพรรค มีกฎหมายควบคุมอยู่" นายพิธา กล่าว
นายพิธา กล่าวถึงกระแสข่าวที่เตรียมจะขับ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ออกจากพรรคก้าวไกล เพื่อรักษาตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ไว้ และได้ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านด้วย นายพิธา กล่าวว่า ต้อง รอหลังการประชุมวิสามัญของพรรคเพราะเป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ที่จะต้องหารือกับนายปดิพัทธ์ แล้วต้องฟังความคิดเห็นจากนายปดิพัทธ์ด้วย
เมื่อถามว่า ตามข้อกฎหมายสามารถเป็นไปได้ใช่หรือไม่ นายพิธา กล่าวว่ารัฐธรรมนูญเขียนไว้แบบนั้น
ทั้งนี้ ในอนาคตหากศาลรัฐธรรมนูญคืนสถานะสส.ให้แล้วจะกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า เป็นเรื่องของอนาคต และก็ไม่ใช่เรื่องของตนคนเดียว เป็นเรื่องของข้อบังคับพรรคและสมาชิกพรรค
ส่วนที่ลาออกจากหัวหน้าพรรคเพราะไม่มั่นใจ คำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ ในคดีถือหุ้นสื่อ itv ใช่หรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า จะโยงแบบนั้นคงไม่เกี่ยวข้องกัน เรายังมั่นใจเกิน100 ที่จะทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้าน ส่วนเรื่องของคดีความก็ต้องรอกระบวนการที่ขับเคลื่อนไป ฝ่ายกฎหมายของเราก็ทำงานอย่างเต็มที่ และคิดว่าไม่ได้มีปัญหาอะไร ไม่ว่าจะดูคำวินิจฉัยภายในของกกต. ก่อนที่จะหันไปดู Backdrop กกต.แล้วกล่าวพร้อมหัวเราะไปด้วยว่า "นี่ก็ตลกนะ เรามาแถลงอยู่หน้างานของกกต." ตนคิดว่า กระบวนการของกกต.ที่ได้ทำมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ itv ทั้งวัตถุประสงค์ รายได้ และสัมปทาน ถ้าบริสุทธิ์ยุติธรรมตนก็เชื่อมั่นทั้งสองเรื่องทั้ง เรื่องที่จะได้กลับมาเป็นสส.และเรื่องของการขับเคลื่อนพรรคภายใต้หัวหน้าพรรคคนใหม่
เมื่อถามถึง มีชื่อติดหนึ่งในร้อยลำดับผู้ทรงอิทธิพลแห่งอนาคต ของนิตยสาร Time นายพิธา กล่าวว่า ดีใจที่ทั่วโลกที่ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย มีความพยายามที่จะเขย่าการเมืองไทย และพร้อมที่จะขยับเขยื้อนให้ประเทศไทย มีส่วนสำคัญในบริบทอาเซียน และบริบทโลก และการถ่วงดุลอำนาจ มหาอำนาจเพื่อให้ประเทศไทยไปสู่อนาคตได้
นอกจากนี้ นายพิธา ยังฝากถึงผู้ที่ติดตามว่า "ต่อไปนี้ เจอกันทั่วประเทศ เจอกันทั่วโลก และจนกว่าเราจะกลับมาเจอกันใหม่"