นายจตุพร กล่าวว่า และในวันที่ 22 ส.ค. ที่มีโหวตนายกรัฐมนตรี วันเวลาเดียวกันก็จะมีการตัดสินคำพิพากษาคดีทุจริตสร้างโรงพัก ดังนั้นการตัดสินใจของนายกทักษิณ ถ้าไม่ต้องการกลับอย่างเท่ ๆ สามารถเลือกวันอื่นได้ทุกวัน แต่ความเขี้ยวลากดิน ของการประกาศกลับบ้านไม่มีอะไรที่จะเสีย เพราะมีการประกาศมาเกินกว่า 20 ครั้ง
ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้ส่งผลว่าไม่มีอะไรที่จะเสียไปมากกว่านี้ และหลายคนอาจจะมีความเชื่อเพราะน.ส.แพทองธาร เป็นคนประกาศ แต่ต้องไม่ลืมว่า น.ส.แพทองธาร อยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เพราะตัวเองในฐานะแคตดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ได้ขึ้นเวทีปราศรัย ปิดสวิซต์สว. ปิดสวิซต์3ป. ประกาศไม่จับมือกับพรรครวมไทยสร้างชาติและพลังประชารัฐ อยู่ในทุกแพลตฟอร์มในโซเชียล ดังนั้นสถานการณ์ของแพทองธาร อยู่ในสถานการณ์ที่ติดลบไม่ต่างจาก เศรษฐา หรือ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และคนอื่น ๆ ในพรรคเพื่อไทย
"ยังยืนยันอีกครั้งว่า ถ้านายเศรฐายังไม่ถูกเปลี่ยนตัวไปโหวตจะไม่ผ่านโดยเสียงสว. จะไม่ได้เป็นนากยรัฐมนตรี และหลายคนตั้งคำถามว่าจะไปเจรจาแบ่งกระทรวงกันทำไมนั้น ก็เพราะตกลงแบ่งกันให้เรียบร้อยเวลาจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนแค่หัวเท่านั้น" นายจตุพร ระบุ