ประเทศไทย สว.ใหญ่สุด? "ชี้เป็นชี้ตาย" นายกฯ ควรเป็นใคร
09 ส.ค. 2566 | thanita_boo

สถานการณ์การเมืองในไทย ณ เวลานี้ ชัดเจนว่า ประชาชนไม่ได้เป็นคนเลือกนายกฯ แต่กลายเป็น สว.ต่างหากที่เป็นผู้กำหนด ในระดับ "ชี้เป็นชี้ตาย"ว่าผู้นำประเทศไทย ควรจะเป็นใคร
การเมือง
09 ส.ค. 2566 | thanita_boo

สถานการณ์การเมืองในไทย ณ เวลานี้ ชัดเจนว่า ประชาชนไม่ได้เป็นคนเลือกนายกฯ แต่กลายเป็น สว.ต่างหากที่เป็นผู้กำหนด ในระดับ "ชี้เป็นชี้ตาย"ว่าผู้นำประเทศไทย ควรจะเป็นใคร
ที่ผ่านมามีนักวิชาการบางคนสนับสนุนว่า สิ่งที่ สว.ทำนั้น ไม่ได้ผิด เพราะการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ประชาชนไม่ได้เลือกนายกฯโดยตรง แต่ประชาชนเลือก สส. แล้ว สส.มาเลือกนายกฯอีกที ส่วนการเลือกตั้งโดยตรง ต้องเป็นประชาธิปไตยระบบประธานาธิบดี
คำอธิบายนี้ก็ถูกบางส่วน แต่ความจริงแล้วประเทศไทยเราใช้ "ระบบผสม" เนื่องจากมีการเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งโดยวัตถุประสงค์จะคล้ายกับการเสนอโฉมหน้า “ว่าที่ ครม.” ของพรรค หากได้เป็นรัฐบาล และเท่านั้นยังไม่พอ ยังมีการให้พรรคการเมืองเสนอ “แคนดิเดตนายกฯ” และใช้ในการรณรงค์หาเสียงด้วย
เหตุนี้เอง การที่ประชาชนเลือกพรรคก้าวไกลจนได้ สส.มากเป็นอันดับ 1 และคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ก็มากที่สุดเหนือทุกพรรคด้วย แม้จะยังไม่เกินครึ่ง หรือเกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร และไม่ถึงครึ่งของจำนวนผู้มาออกเสียงทั้งหมด แต่ก็ต้องถือว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ ที่ได้ความนิยมสูงสุดในกลุ่มก้อนประชากรที่ออกมาเลือกตั้ง
รองลงมาคือแคนดิเดตของพรรคเพื่อไทยทั้ง 3 คน นี่คือสิ่งที่เรียกว่า “เจตจำนง” ของประชาชน แม้จะไม่ได้เป็นฉันทามติ หรือเกินกึ่งหนึ่ง แต่ต้องยอมรับว่าทิศทางเป็นแบบนั้น
ฉะนั้นจึงควรพยายามช่วยกันให้ประเทศไทยได้นายกฯตามเจตจำนงที่แสดงผ่านผลการเลือกตั้งมากที่สุด หากจะบิดเบี้ยว คลาดเคลื่อนไปบ้าง ก็ควรอยู่ในเส้นทางที่ควรจะเป็น เช่น พรรคอันดับ 2 ไม่ใช่ไปพรรคอันดับ 3 หรือ 4 ทั้งๆ ที่ไม่ใช่พรรคที่ได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์มากเป็นอันดับ 3 และ 4 คือ ภูมิใจไทยได้อันดับ 4 แพ้รวมไทยสร้างชาติด้วยซ้ำ และพลังประชารัฐได้อันดับ 7 แพ้พรรคประชาชาติเสียอีก
"สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นก็คือ การเลือกนายกฯทำท่าจะยืดเยื้อออกไปเรื่อยๆ ไม่ใช่เฉพาะปัญหาจากข้อกฎหมาย หรือกระบวนการคัดเลือกที่ซับซ้อนเท่านั้น แต่ปัจจัยสำคัญมากที่สุดกลายเป็น “ท่าทีของ สว.” "
ย้อนดูท่าทีของ สว. ตั้งแต่เริ่มเลือกนายกฯ ครั้งแรกหลังการเลือกตั้งทั่วไป ในวันเลือกตั้ง 14 พ.ค.2566
โหวตครั้งที่หนึ่ง 13 ก.ค.
สว.รุมถล่มเรื่องนโยบายการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ของพรรคก้าวไกล และท่าทีสนับสนุนการแก้ไขมาตรา 112 ของนายพิธา โดยให้น้ำหนักมากกว่าคุณสมบัติที่กำลังมีปัญหาเรื่องการถือหุ้นสื่อ (ไอทีวี)
โหวตครั้งที่สอง 19 ก.ค.
สว.และ สส.ฝั่ง 188 จับมือกันลงมติให้การเสนอชื่อนายกฯให้รัฐสภาโหวต เป็น “ญัตติ” ห้ามเสนอชื่อซ้ำในสมัยประชุมเดียวกัน เท่ากับ “ปิดสวิตช์พิธา” ทั้งๆ ที่ไม่มีบทบัญญัติห้ามในรัฐธรรมนูญ
หลัง 19 ก.ค. มีกระแสกดดันให้พรรคก้าวไกลส่งไม้ต่อให้เพื่อไทย ในฐานะพรรคอันดับ 2 ในการเสนอชื่อแคนดิเดตชิงเก้าอี้นายกฯต่อไป ปรากฏว่า สว.ปลุกกระแสต้าน โดยขยายเงื่อนไขเพิ่มว่า แม้จะเปลี่ยนแคนดิเดตให้สภาโหวตแล้ว แต่ในรัฐบาลชุดใหม่ ต้องไม่มีพรรคก้าวไกลร่วมอยู่ด้วย
22-23 ก.ค. ปฏิญญามินต์ช็อกที่เพื่อไทย เชิญพรรคการเมืองฝ่าย 188 จำนวน 4 พรรคไปพูดคุยหารือ ทุกพรรคประกาศไม่ร่วมรัฐบาล หากมีพรรคก้าวไกลร่วมอยู่ด้วย ตรงตามที่ สว.ตั้งเงื่อนไขเอาไว้
24 ก.ค.-1 ส.ค. กระแสกดดันพรรคเพื่อไทยหนักหน่วง พร้อมๆ กับกระแสโจมตีคุณเศรษฐา ว่าเคยประกาศว่าจะแก้ไขมาตรา 112 โดยมีการไปขุดคลิปที่เคยตอบคำถามสื่อช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง มาปลุกกระแสต้าน
2 ส.ค. พรรคเพื่อไทยตัดสินใจแถลงตัดพรรคก้าวไกลออกจากการร่วมรัฐบาล เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยไม่มีก้าวไกล
3-4 ส.ค. สว.ยังไม่จบ ประกาศไม่สนับสนุนแคนดิเดตของพรรคเพื่อไทย เพราะเกรงว่าจะเล่นเกมหลอก เรียกว่า “ลิงหลอกเจ้า” คือแสร้งตัดก้าวไกลทิ้ง เพื่อให้ สว.โหวตให้เพื่อไทยไปก่อน แต่พอตั้ง ครม.จริงๆ ก็ดึงก้าวไกลเข้าร่วมรัฐบาลเหมือนเดิม
ขณะที่คุณชูวิทย์ เริ่มเปิดประเด็นแฉคุณเศรษฐาอย่างหนักหน่วง รุนแรง ทำให้ สว.ฉวยโอกาสขู่ไม่โหวตให้แคนดิเดตของพรรคเพื่อไทย
7 ส.ค. สว.ตัวตึง “กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ออกมาแย้มคำทำนาย นายกฯคนที่ 30 ไม่ได้มาจากพรรคเพื่อไทย แต่อาจไหลไปถึงพรรคอันดับ 3 และ 4
8 ส.ค. พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สว.สายทหาร ส่งสัญญาณไม่โหวตสนับสนุนแคนดิเดตของพรรคเพื่อไทยเป็นนายกฯ เพราะไม่พอใจท่าทีของพรรคเพื่อไทย ที่ประกาศยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นงานแรกหลังได้ตั้ง ครม. / ถือเป็นการขยายประเด็นค้านนายกฯจากแคนดิเดตที่พรรคการเมืองเสนอ ให้กว้างออกไปเรื่อยๆ
สรุปเงื่อนไข สว. ในการโหวตเลือกนายกฯ
นอกจากประเด็นคุณสมบัติส่วนบุคคลแล้ว ยังเพิ่มเงื่อนไขอีกด้วย เช่น