อ่านเจตนา สว. ดึงเช็งเอื้อขั้วเก่า-ไหลสู่"นายกฯคนนอก"?
09 ส.ค. 2566 | chairat_pat

นักวิชาการร่วมสะท้อนมุมมองบทบาท สว. ทำหน้าที่โหวตนายกฯ สรุปแล้วทำอยู่ในกรอบหรือเกินขอบเขต ชี้ปรากฏการณ์มีแววไหลสู่คนนอกเข้านั่งบริหารประเทศ
การเมือง
09 ส.ค. 2566 | chairat_pat

นักวิชาการร่วมสะท้อนมุมมองบทบาท สว. ทำหน้าที่โหวตนายกฯ สรุปแล้วทำอยู่ในกรอบหรือเกินขอบเขต ชี้ปรากฏการณ์มีแววไหลสู่คนนอกเข้านั่งบริหารประเทศ
9 สิงหาคม 2566 "รศ.ดร.ภูมิ มูลศิลป์" คณบดีคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในฐานะนักกฎหมายชื่อดัง ให้ความเห็นผ่าน "เนชั่นทีวี" กับบทบาท สว. ต่อการมีส่วนร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยถ้าดูเชิงความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งฝ่ายบริหารก็ต้องการฝ่ายนิติบัญญัติที่ไว้ใจ ในการเลือกเข้ามาบริหารประเทศ ว่าควรไว้ใจหรือไม่ไว้ใจ ซึ่งไปสู่การดูนโยบายที่นำเสนอช่วงหาเสียง
ทั้งนี้ กติกาประเทศทำให้มีหลายพรรคการเมือง และหลายนโยบาย จึงต้องมาดูว่านโยบายนั้นเป็นไปได้หรือไม่ ทว่า การที่ สว. มองไกลเกินไปนั้น ต้องไม่ลืมว่าทุกนโยบายของแต่ละพรรค ก็ยังมีระเบียบราชการที่ต้องผ่าน ดังนั้น ในบทเฉพาะกาล ถ้าดูหลักการ สส. ทำหน้าที่โหวต แต่พอมีคำถามพ่วงมา จึงทำให้เป็นปัญหา
"ผมมองว่า สว. ไม่ควรเกี่ยวข้องกับการโหวตนายกฯ ควรมีหน้าที่กลั่นกรองตรวจสอบกฎหมาย แต่ละพรรคการเมืองเอง จะเอานายกฯ จากพรรคไหน ควรเป็นฝ่ายสภา ตามกลไกปกติ ได้สส.เกินกึ่งหนึ่ง ก็มีความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาล และสว.ควรเป็นอิสระจากพรรคการเมือง โดยเฉพาะการโหวตนายกฯ เพื่อไม่ทำให้ถูกมองว่าการได้มานายกฯ ต้องไปอิงกับ สว." รศ.ดร.ภูมิ กล่าว
อย่างไรก็ตาม การให้มีกลไก สว. ร่วมโหวต ควรเป็นแค่กิจการบางอย่างเท่านั้น หากให้ สว. เห็นชอบคุณสมบัติ ที่กำหนดไว้ในกฎหมาย แต่ก็ไม่ควรก้าวล่วงไปถึงนโยบาย หรือจะให้ สว. มาฟังวิสัยทัศน์แคนดิเดตนายกฯก็ได้ แต่ถ้าหลักการนิติรัฐ ควรไปเน้นเรื่องของกฎหมาย แต่พอมาเพิ่มในคำถามพ่วง ไม่ควรตีกรอบเกินฝ่ายนิติบัญญัติในกรอบของสภา
ขณะที่ "ศ.ดร.ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์" อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ส่วนตัวมีความสังหรณ์เล็กๆ ว่า "ขั้วอำนาจเก่า" อาจจะต้องการให้ตำแหน่งนายกฯ ไหลไปหาคนนอก เพราะอย่างน้อยที่สุดคงไม่ให้ทั้งคนจากพรรคก้าวไกลและเพื่อไทยเป็นนายกฯ
สำหรับแคนดิเดตของภูมิใจไทย ที่เสนอชื่อ "นายอนุทิน ชาญวีรกูล" หัวหน้าพรรคเพียงคนเดียว ก็มีความเป็นไปได้ เพราะนายอนุทิน ไม่แสดงความทะเยอทะยาน มีความนิ่ง เป็นตัวช่วยได้ดี ส่วน "พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ" หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน แต่ตัวเลข สส.ของพรรคพลังประชารัฐ น้อยเกินไปสำหรับการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
ด้าน "นายคมสัน โพธิ์คง" อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มองว่า ประเด็นการทำหน้าที่ของ สว. ในการโหวตเลือกนายกฯ ที่กำลังถูกวิจารณ์ว่าทำหน้าที่เกินขอบเขตที่รัฐธรรมกำหนด เช่น การตรวจสอบนโยบายของพรรคการเมือง ยังไม่ถึงขั้นเข้าไปตรวจสอบแบบลึกซึ้งอะไร แต่ในส่วนของการเลือกนายกฯ มีความจำเป็นต้องเกี่ยวเนื่องกับเรื่องนโยบายของพรรคเป็นธรรมดา
"เพราะการจะเลือกใครขึ้นมานั่งตำแหน่งนายกฯ สว.ก็ย่อมต้องดูว่ามีนโยบายเป็นอย่างไรบ้าง เหมาะสมหรือไม่ สว.แค่ระบุว่า ถ้ามีนโยบายนี้ จะไม่เลือกเป็นนายกฯก็เท่านั้น" นายคมสัน ระบุ
สำหรับข้อเสนอที่ควรให้ สส. กับ สว. แยกกันโหวตนายกฯ กันคนละรอบนั้น ไม่ใช่เรื่องควรหรือไม่ควรแยกกัน แต่รัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าการเลือกนายกฯ ต้องเลือกในการประชุมรัฐสภาเท่านั้น ดังนั้น ไม่สามารถแยกได้ และมันไม่ใช่เรื่องควรหรือไม่ควร