ส่วนจะมีปัจจัยใด ที่จะทำให้การนำจัดตั้งรัฐบาลโดยพรรคเพื่อไทยล่าช้าออกไปอีกหรือไม่นั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า หลังพ้นห้วงวันหยุดยาวจนถึงกลางสัปดาห์นี้ จะมีความชัดเจน และเสร็จสิ้นการเลือกนายกรัฐมนตรี ก่อนวันที่ 15 สิงหาคมนี้ แต่การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีนั้น เชื่อว่า ยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ที่จะต้องขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีคนใหม่
และยืนยันด้วยว่า การขึ้นมาทำหน้าที่เป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐของตนเองนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมสัมพันธ์ไปร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย เพราะการปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคฯ ได้พิจารณามาตั้งแต่เสร็จสิ้นการเลือกตั้งแล้ว เพื่อให้พรรคกลับมาเติบโตเหมือนเดิม โดยเป็นคนละเรื่องกับการจัดตั้งรัฐบาล
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวถึงกระแสข่าวที่ พล.อ.ประวิตร มีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ว่า พรรคพลังประชารัฐ จะต้องให้สิทธิ์พรรคเพื่อไทยในการนำจัดตั้งรัฐบาลก่อน โดยพรรคพลังประชารัฐ จะไม่เสนอชื่อแข่ง ซึ่งหากพรรคเพื่อไทยสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ หรือไม่ได้ก็จะถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่พรรคพลังประชารัฐ มี สส.เพียง 40 เสียงเท่านั้น พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวที่พรรคพลังประชารัฐ มี สส.งูเห่าจากพรรคก้าวไกลมาถึง 30 เสียง
ส่วนโอกาสการไปร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยนั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า จะต้องรอให้รัฐสภาลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีเสร็จสิ้นก่อน และขึ้นอยู่กับพรรคเพื่อไทยว่า จะเชิญพรรคพลังประชารัฐ ไปร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่ และเชื่อว่า การทำงานร่วมกันจะไม่มีปัญหา เนื่องจาก สส.พรรคพลังประชารัฐส่วนหนึ่ง ก็เคยเป็น สส.พรรคเพื่อไทยมาก่อน แต่มีเงื่อนไขว่า พรรคพลังประชารัฐ จะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคที่มีจุดยืนแตกต่างกับพรรคฯ ไม่เฉพาะกับพรรคก้าวไกลเท่านั้น