เนชั่นทีวี

การเมือง

ปชป.ย้ำใครเสนอตัวชิงหัวหน้าต้องทำตามข้อบังคับรับ"มาร์ค"เสียงหนุนพรึบ

07 ก.ค. 2566 | chairat_pat

ปชป.ย้ำใครเสนอตัวชิงหัวหน้าต้องทำตามข้อบังคับรับ"มาร์ค"เสียงหนุนพรึบ

"ราเมศ" แจงขั้นตอนเลือกหัวหน้า ปชป.-กก.บห.ชุดใหม่ ยันประชาธิปัตย์ไม่ปิดกั้นใครเข้าชิงแต่ต้องทำตามข้อบังคับพรรค รับมีเสียงสะท้อนสมาชิกหนุน "อภิสิทธิ์" หวนคืนเก้าอี้

7 กรกฎาคม 2566 "นายราเมศ รัตนะเชวง" โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า การประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคประชาธิปัตย์ จะเริ่มขึ้นเวลา 08.30 น. ที่ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ โดยมี คณะกรรมการ 2 ชุด คือ คณะกรรมการจัดการประชุม ที่มี "นายองอาจ คล้ามไพบูลย์" เป็นประธานคณะกรรมการ

ส่วนคณะกรรมการอีกหนึ่งชุด คือ คณะกรรมการการเลือกตั้งของพรรค โดยมี "คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช" เป็นประธาน รวมถึงตนที่จะดูในส่วนขั้นตอนต่างๆ ซึ่งได้มีการหารือกันเสร็จสิ้นแล้ว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มียอดองค์ประชุมลดลงเหลือ 367 คน จากเดิมที่กำหนดไว้ และมีผู้แจ้งไม่สะดวกเข้าร่วม ซึ่งการดำเนินการประชุมตามข้อบังคับพรรค จะดำเนินการได้โดยต้องมีองค์ประชุม 250 คนขึ้นไป

สำหรับวาระสำคัญคือการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคและหัวหน้าพรรค ทั้งหมด 11 ตำแหน่ง จำนวน 41 คน โดยยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันการเมืองที่ยึดหลักประชาธิปไตย ไม่มีการกีดกันไม่ให้ใครลงสมัครหรือบิดเบือนข้อกำหนดพรรค ตามที่เป็นกระแสข่าว ซึ่งไม่เป็นความจริง

ทั้งนี้ เพราะข้อบังคับพรรคข้อที่ 31  ระบุไว้ชัดเจน ว่าผู้ที่จะเป็นกรรมการบริหารพรรคจะต้อง มีคุณสมบัติ อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี บริบูรณ์เป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 5 ปี จนถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่เคยเป็นกรรมการประจำสาขาพรรค เป็นหรือเคยเป็น ส.ส.ในนามพรรค เป็นหรือเคยเป็นรัฐมนตรีในนามพรรค เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกผู้บริหารท้องถิ่น ที่พรรคได้ส่งลงสมัคร เว้นแต่สมาชิกในที่ประชุมใหญ่ มีมติไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของที่ประชุม ให้ผู้นั้นสามารถลงสมัครแข่งขันได้ 

ขณะเดียวกัน ข้อกำหนดพรรค ข้อ 32 ระบุว่า บุคคลที่จะลงสมัครตำแหน่งหัวหน้าพรรค ต้องมีคุณสมบัติเป็นหรือเคยเป็น ส.ส. ในนามพรรค หรือหากไม่เคยเป็น ต้องใช้หลักเกณฑ์สมาชิกในที่ประชุมใหญ่มีมติไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของที่ประชุมให้บุคคลนั้นสามารถสมัครลงแข่งขันได้ 

ส่วนกระแสข่าวว่า จะมีสมาชิกกลุ่มหนึ่งใช้สิทธิในการยกเว้นข้อบังคับ 137 จากเดิมที่ใช้น้ำหนักเสียง ส.ส. 70% และสมาชิกที่เหลือ 30% เพื่อใช้ 1 สิทธิ์ ต่อ 1 เสียง นั้น สามารถทำได้ แต่ต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 รับรอง พร้อมย้ำว่าไม่ว่าจะมีการเสนอชื่อผู้แข่งขันตำแหน่งหัวหน้าพรรคเข้ามากี่คน ก็ต้องอยู่ใต้ข้อบังคับเดียวกันทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม การที่ "นายอลงกรณ์ พลบุตร" ประกาศตัวชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคนั้น ก็ถือว่ามีความกล้าหาญและมีมาหลายรอบแล้ว ตนขอยืนยันว่า ทุกคนมีสิทธิ์ในการสมัครแข่งขันทั้งหมด

นายราเมศ กล่าวต่อว่า เมื่อมีการเสนอชื่อต่อที่ประชุมจะให้บุคคลที่ถูกเสนอชื่อเป็นหัวหน้าพรรค แสดงวิสัยทัศน์คนละไม่เกิน 7 นาที ก่อนจะลงคะแนนเสียง ซึ่งยอมรับว่าชื่อที่มีการนำเสนอผ่านสื่อ มีบางคนที่มีคุณสมบัติไม่ครบ แต่หากมีเสียงสนับสนุนจากที่ประชุมตามข้อบังคับพรรค ก็ไม่มีการปิดกั้น โดยในวันดังกล่าว จะเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคที่ไม่ได้เป็นองค์ประชุมมีสิทธิ์เข้าฟัง โดยจัดที่นั่งสำหรับสมาชิกและผู้สังเกตการณ์เป็นสัดส่วน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่ามีชื่อใครที่จะสมัครแข่งขันตำแหน่งหัวหน้าพรรคบ้าง จะทราบเป็นทางการในช่วงเช้าพร้อมกันในที่ประชุม ไม่เหมือนสมัยของ "นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" อดีตหัวหน้าพรรค ที่มีการไปหยั่งเสียงสมาชิกทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นการประกาศตัวก่อนจะถึงวันเลือกหัวหน้าพรรค แต่ครั้งนี้เนื่องจากเวลาจำกัด จึงใช้การรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกทั่วประเทศ และเข้ามาเป็นองค์ประชุม 

สำหรับกระแสข่าวที่นายอภิสิทธิ์ จะหวนกลับมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคนั้น โดยนายอภิสิทธิ์เป็นอดีตหัวหน้าพรรค และเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าทุกคนทราบว่าเป็นบุคคลที่มีศักยภาพ และเป็นคนที่มีความเป็นประชาธิปัตย์อย่างมาก มีเสียงสะท้อนจากสมาชิกหลายคนที่อยากให้กลับมา อาจจะมีสมาชิกอีกกลุ่มที่สนับสนุนบุคคลหนึ่ง ก็เป็นเรื่องธรรมดา

 

"หากนายอภิสิทธิ์จะกลับมาลงแข่งขันตำแหน่งหัวหน้าพรรค ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการข้อบังคับพรรค และ เชื่อว่า สมาชิกยินดีที่จะให้บุคคลเสนอชื่อ เข้ามาแข่งขันกัน แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่านายอภิสิทธิ์จะลงแข่งขันหรือไม่ เพราะตามข้อบังคับพรรคไม่ได้ระบุ ให้ผู้ที่จะสมัครเป็นหัวหน้าพรรค มายื่นใบสมัครต่อสำนักงานเลขาธิการพรรค แต่เป็นการเสนอชื่อต่อที่ประชุมและขอเสียงรับรอง" นายราเมศ กล่าว  

 

ข่าวล่าสุด