นายราเมศ กล่าวต่อว่า เมื่อมีการเสนอชื่อต่อที่ประชุมจะให้บุคคลที่ถูกเสนอชื่อเป็นหัวหน้าพรรค แสดงวิสัยทัศน์คนละไม่เกิน 7 นาที ก่อนจะลงคะแนนเสียง ซึ่งยอมรับว่าชื่อที่มีการนำเสนอผ่านสื่อ มีบางคนที่มีคุณสมบัติไม่ครบ แต่หากมีเสียงสนับสนุนจากที่ประชุมตามข้อบังคับพรรค ก็ไม่มีการปิดกั้น โดยในวันดังกล่าว จะเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคที่ไม่ได้เป็นองค์ประชุมมีสิทธิ์เข้าฟัง โดยจัดที่นั่งสำหรับสมาชิกและผู้สังเกตการณ์เป็นสัดส่วน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่ามีชื่อใครที่จะสมัครแข่งขันตำแหน่งหัวหน้าพรรคบ้าง จะทราบเป็นทางการในช่วงเช้าพร้อมกันในที่ประชุม ไม่เหมือนสมัยของ "นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" อดีตหัวหน้าพรรค ที่มีการไปหยั่งเสียงสมาชิกทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นการประกาศตัวก่อนจะถึงวันเลือกหัวหน้าพรรค แต่ครั้งนี้เนื่องจากเวลาจำกัด จึงใช้การรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกทั่วประเทศ และเข้ามาเป็นองค์ประชุม
สำหรับกระแสข่าวที่นายอภิสิทธิ์ จะหวนกลับมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคนั้น โดยนายอภิสิทธิ์เป็นอดีตหัวหน้าพรรค และเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าทุกคนทราบว่าเป็นบุคคลที่มีศักยภาพ และเป็นคนที่มีความเป็นประชาธิปัตย์อย่างมาก มีเสียงสะท้อนจากสมาชิกหลายคนที่อยากให้กลับมา อาจจะมีสมาชิกอีกกลุ่มที่สนับสนุนบุคคลหนึ่ง ก็เป็นเรื่องธรรมดา
"หากนายอภิสิทธิ์จะกลับมาลงแข่งขันตำแหน่งหัวหน้าพรรค ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการข้อบังคับพรรค และ เชื่อว่า สมาชิกยินดีที่จะให้บุคคลเสนอชื่อ เข้ามาแข่งขันกัน แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่านายอภิสิทธิ์จะลงแข่งขันหรือไม่ เพราะตามข้อบังคับพรรคไม่ได้ระบุ ให้ผู้ที่จะสมัครเป็นหัวหน้าพรรค มายื่นใบสมัครต่อสำนักงานเลขาธิการพรรค แต่เป็นการเสนอชื่อต่อที่ประชุมและขอเสียงรับรอง" นายราเมศ กล่าว