ขณะเดียวกัน ส่วนตัวตั้งใจว่าจะเป็นหัวหน้าพรรค 2 ปีเท่านั้น เพื่อปรับพื้นฐาน สร้างแนวทางประชาธิปไตย สร้างคนรุ่นใหม่ นโยบายใหม่ วิสัยทัศน์ใหม่ จากนั้นจะลาออก เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่สืบสานงานต่อเพราะถึงเวลาของการเปลี่ยนแปลง และยอมรับว่าช่วงเปลี่ยนผ่านไม่ง่าย จากจุดต่ำสุด ที่เหลือ ส.ส. 25 คน ป๊อปปูลาร์โหวต แค่ 8 แสน ตกจากเกือบ 12 ล้าน ดังนั้น ไม่ใช่งานง่าย การปฏิรูปโครงสร้าง กระจายอำนาจไปยังสาขาพรรคทั่วประเทศ การเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ เช่น แอลจีบีที ต้องปรับเชิงระบบครั้งใหญ่
ส่วนกระแสข่าวมีชื่อ "นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์" ชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ด้วยนั้น ส่วนตัวก็ทราบตามข่าว ยังเป็นเพียงคนเดียวที่ประกาศลงสมัครอย่างเปิดเผย ขอเรียกร้องให้หลายๆ คนมาช่วยลงสมัคร และเปิดตัวอย่างชัดเจน และดีเบตในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคเหมือนในอดีตที่เคยทำ ซึ่งเข้าใจว่าจะทำให้ ปชป.ได้สะท้อนถึงความเป็นสถาบันทางการเมืองที่มีวัฒนธรรมประชาธิปไตยภายในพรรค
เมื่อถามว่า ในวันที่ 8-9 ก.ค.นี้ จะมีแฟนคลับของ "นายชวน หลีกภัย" และ "นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ไปร่วมประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรคด้วยนั้น นายอลงกรณ์ ระบุว่า การประชุมใหญ่ของพรรคถือว่าเป็นกิจกรรมสำคัญ สมาชิกสามารถไปร่วมสังเกตการณ์ได้อยู่แล้ว เหมือนทุกครั้ง แต่องค์ประชุมจะมีเกือบ 400 คน ที่เป็นตัวแทนของ 19 กลุ่ม เป็นโหวตเตอร์ที่มีสิทธิ์ในการเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ซึ่งถือว่าเป็นความงดงามที่สมาชิกพรรคสนใจมีส่วนร่วม
"ผมมีความมั่นใจในการฟื้นฟูปฏิรูปพรรค เพราะเป็นคนผลักดันและเสนอให้ปฏิรูปมาตั้งแต่ปี 2556 และเป็นรองหัวหน้าพรรค 4 สมัย ส.ส. 6 สมัย เป็นรัฐมนตรีมาแล้ว มั่นใจว่า 30 ปี ของการที่อยู่กับประชาธิปัตย์ ไม่เคยย้ายพรรคไปไหน ทุ่มเททำงานให้พรรค มีความเข้าใจปัญหาของพรรค แต่ก็เห็นว่าพรรคจำเป็นต้องปฏิรูป ต้องเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่" นายอลงกรณ์ ระบุ