63 เสียงจุดพลิก "ก้าวไกล" เสียเก้าอี้ "ประธานสภา"
20 มิ.ย. 2566 | thanita_boo

กติกาการเลือกประธานสภา มีความเฉพาะเจาะจง ไม่เหมือนการเลือกนายกฯ ทำให้ผลของการคัดเลือก มีโอกาสพลิกผันได้เสมอ ไม่ว่าจะตกลงกันจากนอกสภามาอย่างไรก็ตาม
การเมือง
20 มิ.ย. 2566 | thanita_boo

กติกาการเลือกประธานสภา มีความเฉพาะเจาะจง ไม่เหมือนการเลือกนายกฯ ทำให้ผลของการคัดเลือก มีโอกาสพลิกผันได้เสมอ ไม่ว่าจะตกลงกันจากนอกสภามาอย่างไรก็ตาม
1.การลงคะแนน เป็นการลงคะแนนลับ คุมเสียงยากมาก และจับมือใครดมไม่ได้ ว่าใครโหวตให้ใคร
2.การเสนอชื่อ โดยปกติพรรคจะไม่เสนอชื่อคนของตัวเอง เพราะเรื่องนี้เป็นธรรมเนียม เพราะประธานสภา รองประธานสภา ต้องเป็นกลาง ถือว่าเป็นประธานของสมาชิกทุกคน ไม่ใช่ของพรรคใดพรรคหนึ่ง จึงนิยมให้ ส.ส.ต่างพรรคเสนอชื่อผู้เหมาะสมเป็นประธานสภา
3.ไม่ว่าเพื่อไทย กับก้าวไกล จะตกลงกันได้หรือไม่ อาจเกิดปรากฏการณ์นี้ขึ้น เช่น มี ส.ส.ที่ไม่ใช่ฝ่ายว่าที่พรรคร่วมรัฐบาล เสนอชื่อคนของเพื่อไทยเป็นประธานสภา ซึ่งอาจแข่งกับคนของก้าวไกลที่ตกลงกันไว้ว่าจะเสนอ เผลอๆ ฝ่ายว่าที่พรรคร่วมรัฐบาลอาจต้องโหวตแข่งกันเอง ระหว่างคนของก้าวไกล กับเพื่อไทย หรืออาจรวมถึง อ.วันนอร์
หากฝ่ายเพื่อไทยชนะ ได้เสียงสนับสนุนมากกว่า ก้าวไกลจะสูญเสียสถานะการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลไปเลย
หลังจากนั้นจะเป็นงานยากในการประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี
ขั้นตอนการเลือกประธานสภา เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 ซึ่งเป็นฉบับปัจจุบัน
หมวด 1 การเลือกประธานสภาและรองประธานสภา
ข้อ 5-8 สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
การเลือกประธานสภาและรองประธานสภาครั้งแรก ให้เลขาธิการสภา เชิญสมาชิกที่มีอายุสูงสุดซึ่งอยู่ในห้องประชุม เป็นประธานชั่วคราว เพื่อดำเนินการเลือกประธานและรองประธานสภา โดย ส.ส. แต่ละคน มีสิทธิเสนอชื่อสมาชิกได้ 1 ชื่อ เพื่อดำรงตำแหน่งประธานสภา โดยต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่า 20 คน
ส่วนกรณีถ้าประธานชั่วคราวได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานสภา ให้สมาชิกที่มีอายุสูงสุดลำดับถัดไปซึ่งอยู่ในที่ประชุม มาทำหน้าที่ประธานชั่วคราวแทน ให้ผู้ถูกเสนอชื่อ แสดงวิสัยทัศน์ภายในเวลาที่ประธานชั่วคราวกำหนด โดยไม่มีการอภิปราย ถ้ามีการเสนอชื่อเพียงชื่อเดียว ให้ถือว่าผู้ถูกเสนอชื่อเป็นผู้ได้รับเลือก แต่ถ้ามีการเสนอหลายชื่อ ให้ออกเสียงลงคะแนนเป็นการลับ
ให้ประธานชั่วคราวประกาศชื่อผู้ได้รับเลือกต่อที่ประชุม และการเลือกรองประธานให้ทำแบบเดียวกัน
เมื่อได้ชื่อประธานและรองประธานสภาแล้ว เลขาธิการสภาส่งชื่อไปที่นายกฯ เพื่อนำความขึ้นกราบบังคับทูลฯ
หากพรรคก้าวไกลพ่ายในศึกชิงเก้าอี้ประธานสภา แล้วพรรคเพื่อไทยคว้าเก้าอี้นี้ไปครอง เพราะชนะโหวตในสภา ซึ่งการจะชนะได้ ต้องได้เสียงโหวตจากฝั่งพรรคร่วมรัฐบาลเดิมด้วย
นั่นคือสัญญาณของการพลิกขั้ว-เปลี่ยนแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หลังมีประธานสภาคนใหม่แล้ว ซึ่งหากเพื่อไทยคว้าเก้าอี้ประธาน งานก็จะง่ายไปอีกขั้น
ปัจจุบัน 8 ว่าที่พรรคร่วมรัฐบาล มีเสียงรวมกัน 312 เสียง ประกอบด้วย
ก้าวไกล 151
เพื่อไทย 141
ประชาชาติ 9
ไทยสร้างไทย 6
เพื่อไทรวมพลัง 2
เสรีรวมไทย 1
เป็นธรรม 1
พลังสังคมใหม่ 1
ส่วนฝ่ายที่ไม่ได้รับเชิญ 10 พรรค มีเสียงรวมกัน 188 เสียง ประกอบด้วย
ภูมิใจไทย 71
พลังประชารัฐ 40
รวมไทยสร้างชาติ 36
ประชาธิปัตย์ 25
ชาติไทยพัฒนา 10
ชาติพัฒนากล้า 2
พรรคใหม่ 1
ประชาธิปไตยใหม่ 1
ท้องที่ไทย 1
ครูไทยเพื่อประชาชน 1
หากเพื่อไทยไม่โหวตประธานสภาที่เป็นคนของก้าวไกล และฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลเดิมโหวตให้ก้าวไกลทั้งหมด ฝ่ายก้าวไกลจะเหลือ 171 เสียง
แต่ถ้าเพื่อไทยดีลกับพรรคร่วมรัฐบาลเดิม เป็นสูตร 3 พรรค เพื่อไทย ภูมิใจไทย พลังประชารัฐ จะได้เสียง 252 เสียง เกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรเพียงเท่านี้ก็ชนะแล้ว
ส่วนพรรคที่เหลือ ไม่นับรวมไทยสร้างชาติ ล้วนเคยประกาศว่าจะหนุนพรรคที่รวมเสียงได้เกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร ทั้งประชาธิปัตย์ ชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนากล้า ส่วนพรรคเล็กอีก 4 เสียง ไปไหนไปกัน เพราะรวมเป็นกลุ่มนัมเบอร์วัน แม้จะยังลงชื่อตกลงกันไม่ครบ แต่ประธานกลุ่มคือพลังสังคมใหม่ หัวหน้าพรรคเป็นคนน่าน ก็น่าจะหนุนนพ.ชลน่าน และย้ายขั้วมาอยู่ฝ่ายนี้
นับรวมเสียงทั้งหมดจะได้ 294 เสียง (บวกประชาธิปัตย์ ชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนากล้า และ 4 พรรคเล็ก + พลังสังคมใหม่) เท่ากับเพื่อไทยครองเสียงข้างมากในสภาล่างแทนก้าวไกลโดยสมบูรณ์ ก็เหลือแค่วัดใจพรรคประชาชาติ ไทยสร้างไทย เพื่อไทรวมพลัง เสรีรวมไทย และพรรคเป็นธรรม
ทั้งนี้หากไล่ดู ประชาชาติก็คือหน่อเนื้อเพื่อไทย ไทยสร้างไทยก็ศิษย์เก่าคนสำคัญ เพื่อไทรวมพลัง ก็คือเพื่อไทยสาขา 2 เป็นธรรม ก็พรรค “เสธ.แมว” พลโทภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการ สมช. สายตรงคนแดนไกล เสรีรวมไทย ก็เคยมีข่าวต่อสายคุยกับคนอยู่ไกล
สุดท้ายน่าจะปิดดีลตั้งรัฐบาล เหลือฝ่ายค้านคือก้าวไกล กับรวมไทยสร้างชาติ ซึ่งทำงานด้วยกันแทบไม่ได้เลย ก็จะกลายเป็น “ฝ่ายค้านอ่อนแอ”
รัฐบาลใหม่สบายแฮด้วยประการฉะนี้ ส่วนการตกลงเก้าอี้ ไม่ให้บาดใจกองเชียร์ ก็อาจจะมีออปชั่นรอบ 2-3-4 เป็นเก้าอี้ดนตรีวนให้ภูมิใจไทย โดยไม่เข้ามาล็อตใหญ่ตั้งแต่ตั้งรัฐบาล