เนชั่นทีวี

การเมือง

รับรองส.ส. 500 คน-สู่เกมซ่อนแอบชิงประธานสภากำหนดชะตาใครนั่งนายกฯ

19 มิ.ย. 2566 | chairat_pat

รับรองส.ส. 500 คน-สู่เกมซ่อนแอบชิงประธานสภากำหนดชะตาใครนั่งนายกฯ

ถือว่าผิดคาดสำหรับ กกต. ในการประกาศรับรอง ส.ส. อย่างเป็นทางการ ครบ 500 คน แม้จะมี 82 คนในจำนวนนี้ ได้รับการปล่อยผีไปก่อน เพราะมีเรื่องร้องเรียนที่ต้องรอการพิสูจน์ แต่ในทางการเมืองนับเป็นนัยสำคัญ โดยเฉพาะต่อจากนี้กับการชิงเก้าอี้ประธานสภา ของ"ก้าวไกล" กับ "เพื่อไทย"

19 มิถุนายน 2566 "นายจตุพร พรหมพันธุ์" แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน เปิดเผยกับ "เนชั่นทีวี" ว่า การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. รับรอง ส.ส. ครบ 500 คน เป็นการใช้เทคนิคเดิมๆ เหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา อย่าง ปี 54 ปี 62 และก็ในปี 66 คือ "รับไปก่อนแล้วสอยทีหลัง" แต่ส่วนตัวอยากให้มองกระดานการเมือง เพราะทุกอย่างถือว่าเรียบร้อยแล้ว

จตุพร พรหมพันธุ์

ทั้งนี้ จะเห็นได้จากกรณีประธานสภา ที่ก่อนหน้านี้ระดับแกนนำพรรคเพื่อไทย เคยออกมาให้สัมภาษณ์ถึงตำแหน่งดังกล่าวต้องเป็นของเพื่อไทย แต่จู่ๆ ก็กลับลำแบบ 360 องศา ว่าให้พรรคที่เป็นอันดับหนึ่ง แล้วเพื่อไทยขอรองประธานสภา ทว่า การเลือกประธานสภานั้น แตกต่างจากการเลือกนายกฯที่ต้องเปิดเผยตัว

นายจตุพร กล่าวต่อว่า การเลือกประธานสภา ต่อจากนี้จะกลายเป็นการเล่นเกมซ่อนแอบ แม้เพื่อไทยจะบอกให้พรรคอันดับหนึ่ง แต่การเสนอชื่อแข่ง อาจจะมีพรรคเล็กเสนอ "นายสุชาติ ตันเจริญ" ก็ได้ ซึ่งไม่ใช่ทางซีก 312 เสียง หรือ 8 พรรคร่วมรัฐบาล แล้วจากนั้นเป็นการลงคะแนนลับ และก็ไม่มีรู้แล้วว่าใครเสนอใคร     
 

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการนับคะแนนลับอาจจะมีซีก 188 เสียง บวกด้วยเสียงส่วนหนึ่งจาก 312 เสียง มาสนับสนุนนายสุชาติ ซึ่งก็เกิน 251 เสียง ดังนั้น ใครที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานสภา จะเป็นตัวกำหนดว่าใครผู้ที่เข้ามาเป็นนายกฯ และเชื่อว่าหากก้าวไกล ได้ประธานสภา ก็โหวตเลือกนายกฯ จะเสนอกันหลายรอบ แต่หากเพื่อไทยได้ จะจบในรอบเดียว

ด้าน "โอฬาร ถิ่นบางเตียว" อาจารย์ภาควิชาการรัฐศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา มองว่า การที่ กกต.ออกมาแถลงประกาศรับรอง ส.ส.ครบทั้ง 500 คน เรียกได้ว่าเกินความคาดหมายของประชาชนทั่วไป หากดูจากหลักฐานเอกสารก่อนหน้านี้ ที่มีการแขวนชื่อ 71 ว่าที่ส.ส. มีเรื่องร้องเรียนอยู่ ซึ่งเราอาจวิจารณ์กันได้ แต่เอกสารดังกล่าวไม่ใช่เอกสารที่เป็นทางการซึ่ง กกต. สามารถอ้างได้ว่านั่น คือ เอกสารปลอม หรือเป็นเฟกนิวส์ได้ 

โอฬาร ถิ่นบางเตียว

ทั้งนี้ การรับรองส.ส. ทั้ง 500 คน เป็นสิ่งที่เป็นทางการก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่า 500 คน จะผ่านอยู่ยาวหลังจากนี้ไปได้ทั้งหมด เพราะระยะเวลาภายใน 1 ปี กกต.ยังสามารถตรวจสอบเรื่องร้องเรียนต่างๆ ซึ่งหลังจากมีการสอบสวนกันแล้ว อาจมีการแจกใบเหลือง ใบแดง หรือถึงขั้นมีการเลือกตั้งใหม่ก็เป็นได้ ดังนั้น กระบวนการทางกฎหมายยังอยู่ หรือเรียกว่า "รับรองก่อน ค่อยสอยทีหลัง"


 

ขณะเดียวกัน หากมาดูฟากฝั่งการเมือง ต้องบอกว่าขณะนี้ กกต.ได้ ผลักแสงสปอร์ตไลท์กลับมาที่ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล เพราะหลัง กกต. รับรองส.ส. แล้ว ถือว่าเป็นการปิดทางในประเด็นที่มีการคาดการณ์กันว่า อาจมีการพลิกโผจำนวน ส.ส. เพื่อไทยอาจขึ้นมาเป็นพรรคอันดับหนึ่ง ทำให้ขณะนี้ต้องกลับมาจับตากระบวนการทางการเมือง ท่าทีของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลจะไปอย่างไรต่อ โดยเฉพาะเรื่องตำแหน่งประธานสภา 

อย่างไรก็ตาม เพื่อไทยจะยืนยันตามหลักเกณฑ์ตามเดิมหรือไม่ ให้พรรคอันดับหนึ่ง อีกทั้ง ยังต้องดูท่าที ส.ว.ด้วย ซึ่งทางฝ่ายก้าวไกลจะต้องหาเสียงหนุนจาก ส.ว. ให้ได้ ถึง 70 เสียงเพื่อยกมือโหวตหนุนให้ "นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์" หัวหน้าพรรคก้าวไกลเป็นนายกฯ แต่ถ้าเสียง ส.ว. ที่จะโหวตหนุนได้ไม่ถึง ก็ต้องกลับไปคุยกันใน 8 พรรคร่วมรัฐบาล ว่าจะปรับกลยุทธ์ทางการเมืองอย่างไร
 

ข่าวล่าสุด