"ราเมศ"ย้ำทุกฝ่ายอย่าชี้นำกระบวนการยุติธรรมสอบคดีหุ้นสื่อ
12 มิ.ย. 2566 | chairat_pat

"โฆษกพรรคประชาธิปัตย์"ย้ำปมหุ้นสื่อให้จบที่กระบวนการยุติธรรม เตือนอย่าไปชี้นำ เพราะทำประชาชนเกิดความสับสน
การเมือง
12 มิ.ย. 2566 | chairat_pat

"โฆษกพรรคประชาธิปัตย์"ย้ำปมหุ้นสื่อให้จบที่กระบวนการยุติธรรม เตือนอย่าไปชี้นำ เพราะทำประชาชนเกิดความสับสน
12 มิถุนายน 2566 "นายราเมศ รัตนะเชวง" โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการดำเนินการในเรื่องของหุ้นสื่อของหัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่า หลักเรื่องนี้เป็นเรื่องของคุณสมบัติส่วนบุคคล ที่เมื่อตั้งใจเข้ามาลง ส.ส. ก็ต้องตรวจสอบสถานะของตนในทุกข้อห้ามตามรัฐธรรมนูญว่ามีคุณสมบัติต้องห้ามหรือไม่
ทั้งนี้ เมื่อมีการสงสัยในเรื่องคุณสมบัติ มีการยื่นเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบ ถือว่าเป็นหน้าที่โดยตรงของ กกต. ที่จะต้องไต่สวนพิจารณา ให้เกิดความกระจ่างชัดว่าเป็นอย่างไร และในเมื่อไม่สามารถวินิจฉัยคุณสมบัติของผู้สมัคร ส.ส. ของหัวหน้าพรรคก้าวไกลในช่วงที่ยื่นสมัคร ส.ส.ได้ แต่เมื่อ กกต. ได้ทราบเรื่องแล้วก็จำเป็นต้องตรวจสอบต่อไป ตามที่กฎหมายกำหนด
นายราเมศ กล่าวต่อว่า เมื่อได้ประกาศรับรองให้ หัวหน้าพรรคก้าวไกลเป็น ส.ส.แล้ว หาก กกต. เห็นว่ามีคุณสมบัติต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ก็มีอำนาจยื่นศาลรัฐธรรมนูญได้ตามมาตรา 82 วรรคท้าย แห่งรัฐธรรมนูญ ซึ่งให้อำนาจในการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ อีกช่องทางหนึ่ง ส.ส.ก็อาจจะเข้าชื่อกันจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 เพื่อให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญทำการวินิจฉัย ทั้งหมดมีกระบวนการรองรับตามรัฐธรรมนูญทั้งหมด
"เชื่อว่าในทุกกรณีก็จะไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อผลการวินิจฉัยออกมาเป็นเช่นไรแล้ว การดำเนินคดีอาญาก็มีกระบวนการ ซึ่งหากมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ข้อเท็จจริงทั้งหมดจะยุติไปในแนวทางเดียวกันสอดคล้องต้องกันได้" นายราเมศ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะมีข้อเท็จจริงปรากฏนอกสำนวนคดีอย่างไร อาจจะมีการนำเสนอของหลายฝ่ายผ่านสื่อ แต่ท้ายที่สุดศาลรัฐธรรมนูญก็จะมีหน้าที่โดยตรงในการพิจารณาวินิจฉัย ไม่อยากให้มีการชี้นำไปก่อนเพราะจะทำให้ประชาชนเกิดความสับสนได้