"วราวิทย์" คุณศิธาดูอะไรครับ
"ศิธา" คือผมรู้อยู่แล้วว่าผมจะพูดอะไร ผมก็ดูไลฟ์แชทผมก็รู้ว่าคอมเมนต์คิดยังไง ทีนี้คนก็บอกผมไปช่วยก้าวไกล ลองคิดดีๆนะตอนไปเจอ"คุณหมอชลน่าน" พอแกพูดเราไม่ไปกับ 2 ลุงแน่ คนก็แห่กันผมถ่ายคลิปนะ แล้วผมก็ airdrop ไป 30 กว่าคน ปรากฎพอคุณจอมขวัญไปจี้ แกก็แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก ในเน็ตก็เอ้าๆๆๆ ตัว ค.ควาย ที่เคยเกิดขึ้นกับอีกฝั่งหนึ่งมันเกิดขึ้นกับตรงนี้แล้ว ผมบอกแบบนี้ไม่ได้เราจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้
"วราวิทย์" คือหมอชลน่านตอบในฐานะหัวหน้าพรรคแล้วแกก็ให้คำมั่นสัญญาว่าถ้าพรรคไปทำอะไรนอกเหนือที่ผมพูดจะแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก
"ศิธา" ใช่
"วราวิทย์" แต่พอพี่จอมขวัญถามจี้ ตกลงที่พูดในนามส่วนตัวหัวหน้าพรรคหรือมติของพรรค "คุณหมอ"บอกพรรคมีกระบวนการ ก็เลยเหมือนกับว่า"คุณหมอ"รับผิดชอบอยู่คนเดียวแต่ในความเป็นพรรคไม่รู้ ผู้พันปุ่นก็ไปช่วยเขากดดัน ตรงนี้ทำไมถึงข้ามไปวิจารณ์พรรคเพื่อไทยต้องชัด
"ศิธา" ถ้าฟังผมจะพูดเลยว่า พี่หมอผมมาจากเพื่อไทยนะ แล้วในความรู้สึกของผมเพื่อไทยก็เป็นสถาบันการเมืองมีคนเข้ามาเลือกเยอะแยะเราก็ควรจะสื่อสารตรงไปตรงมา ทีนี้มาบอกผมก็ย้อนกลับไปเหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งเดียวนะ
เหตุการณ์แบบนี้เป็นมาตรฐานประชาธิปัตย์ มาตรฐาน"คุณอภิสิทธิ์" ผิดถูกไม่ได้ว่ากันแต่ว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ คือครั้งแรกบอกว่าถ้าเกิดผมเลือกตั้งแล้วไม่ได้อย่างนี้ ผมจะลาออกจากหัวหน้าพรรค แล้วแกก็ลาออก แต่อีกไม่กี่วันพรรคมีมติตั้งมาเป็นหัวหน้าพรรคใหม่ แสดงให้เห็นว่าพูดไปเพื่อให้ได้คะแนนเสียงพอถึงเวลาก็ลาออกแล้วก็กลับมาเป็นใหม่
พอมาปี 62 บอกเสร็จก็ออก พอออกก็บอกไม่ใช่มติพรรค แต่ว่าขณะเดียวกันหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ปัจจุบันคุณจุรินทร์ก็ไปพูดในปี 62 เหมือนกันในเมื่อพรรคมีมติแบบนี้แล้ว ประชาธิปัตย์จะไปขัดมติพรรคได้ยังไง เพราะฉะนั้น"จุรินทร์"ก็ต้องตามมติพรรค แต่พอถึงเวลาก็ขาน"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" เป็นนายกฯ
ทีนี้กลับมาที่กรณี"หมอชลน่าน" หนักกว่าอีกสิ เพราะบอกลาออกคือลาออกจากอะไร ถ้าลาออกจากหัวหน้าพรรคก็มาตราฐานน้อยกว่า"คุณอภิสิทธิ์"ครั้งที่แล้ว เพราะเขาลาออกจากส.ส.ด้วยครั้งนี้ก็ไม่ได้ลง เพราะพอเป็นแบบนี้ก็คลุมเครือ แล้วผมก็พูดบนเวทีสื่อสารชัดเจน ไม่เอา"พี่หมอ"ทำอย่างนี้คะแนนก็ไม่บาลานซ์ แล้วผมก็เห็นว่าทัวร์ลงในคอมเมนต์
ชมคลิป >>>
"เพื่อไทย"เอาให้ชัด ไม่จับมือ 2 ลุง