“นายอาทิติ ยืนยันชัดเจนว่า นางดรุณี ไม่ได้ให้เงินเพื่อจูงใจ ให้ลงคะแนนเสียงให้นางดรุณี แต่อย่างใด ก่อนหน้านี้ก็เป็นพิธีกรในงานปราศรัยต่างๆ หลายครั้ง และคิดว่ายังมีค่าจ้างค้างอยู่ แต่ที่จริงได้รับครบถ้วนแล้ว จึงขอยืมเงิน 3,000 บาท และจะชำระคืนโดยการทำงานเป็นพิธีกร จากนั้นนางดรุณี ได้โอนเงินมาให้ ยืนยันว่า ไม่ได้ส่งข้อความลักษณะจูงใจให้ไปลงคะแนนเสียง หรือพูดเกี่ยวกับการเลือกตั้งแต่อย่างใด
หลังจากนั้นยังได้นำเงินสด ไปคืนให้นางดรุณี เนื่องจากไม่ได้ทำงานเป็นพิธีกรให้นางดรุณี อีกต่อไป เพราะมีพิธีกรครบแล้ว ต่อมาทีมงานนางขวัญเรือน ได้ว่าจ้างให้เป็นพิธีกร ในเวทีปราศรัยหาเสียง 4 ครั้ง ได้ค่าจ้างครั้งละ 1,000 บาท แต่หลังจากนายชูวิทย์ แถลงข่าว จนถึงปัจจุบันไม่ได้เป็นพิธีกรอีกเลย”
กรณีนี้พรรคภูมิใจไทย และนางดรุณี เป็นผู้เสียหาย ดังนั้นก็จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และจะเห็นได้ว่า มีการวางแผนเป็นกระบวนการ โดยมีเจตนาที่จะบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อมุ่งหวังให้พรรคภูมิใจไทยเสียคะแนนนิยม อันมิใช่การใช้สิทธิโดยสุจริต แต่เป็นการอาฆาตมาตร้ายเพื่อที่จะทำลายความน่าเชื่อถือของพรรคในการเลือกตั้งครั้งนี้