"ดร.หิมาลัย" กล่าวถึงการหาเสียงในพื้นที่ของ เสธ.นุ ว่า ได้พยายามเต็มที่ เสธนุเป็นทหารตั้งใจทำงาน ไม่ว่าอยู่จุดไหนตำแหน่งอะไรท่านตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ครั้งนี้การที่เสธนุ ประกาศตัวว่าจะลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านทำอย่างเต็มที่เช่นกัน เรามีหน้าที่เดินไปบอกแสดงความตั้งใจให้ประชาชนได้เห็น ทุกเขตของจังหวัดกาญจนบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ มีความตั้งใจที่จะรับใช้ประชาชนทุกเขต ซึ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะให้โอกาสกับพรรคของเราหรือไม่
"เสธหิ" อ้อนขอความเห็นใจจากคนกาญจนบุรี โดยกล่าวว่า ที่ผ่านมาประชาชนอาจจะให้โอกาสพรรคอื่นไปบ้างแล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้ลองให้โอกาสพรรครวมไทยสร้างชาติได้ทำงาน เพราะถ้าประชาชนเอาไข่ไปวางในตะกร้าใบเดียวทั้งหมด ถ้าตะกร้าตกแตกไข่มันก็จะสูญหมด ซึ่งประชาชน อาจจะเอาไข่มาวางไว้ที่ตะกร้าของพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งเป็นตะกร้าใบที่ 5 บ้าง
พรรคจะทะนุถนอมไข่ในตะกร้าอย่างดี ส่วนเป้าหมายที่พรรครวมไทยสร้างชาติ คิดไว้จะได้ ส.ส.จังหวัดกาญจนบุรีทั้งหมด 5 เขตหรือไม่นั้น "ดร.ดร.หิมาลัย" กล่าวว่า แนวทางทำพรรคการเมือง เป็นเรื่องธรรมชาติ ทุกพรรคอยากได้ ส.ส.ทุกเขต แต่สุดท้ายขึ้นอยู่กับประชาชนจะให้ความเมตตากับพวกเราอย่างไร จึงตอบแทนประชาชนไม่ได้ แต่เรามีหน้าที่ที่จะนำเสนอสิ่งดีไปให้และพร้อมรับใช้ประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดอย่างไรกับคำว่า "ตกปลาในบ่อเพื่อน" เสธ.หิ ตอบว่า ผมบอกได้เลยว่า พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นมาใหม่ หลายคนเห็นว่าพรรคนี้เป็นอย่างไรมีอุดมการณ์อย่างไร ก็อยากที่จะเข้ามาร่วมก็เป็นเรื่องธรรมดา คำว่าตกปลาในบ่อเพื่อน พรรคเพิ่งตั้งขึ้นมาให้แล้วเราจะไปตกที่ไหน แต่เพียงแต่ว่าพรรคของเราเพิ่งตั้งมาใหม่และเราอยู่ที่ต่ำ เพราะพรรคของเราใครๆก็มองว่าต่ำอยู่แล้ว มันเป็นธรรมชาติเมื่อพรรคอยู่ที่ต่ำ น้ำก็ไหลมารวมกัน บางทีปลามันก็ไหลมาด้วย ซึ่งเราไม่ได้ไปตกที่บ่อใคร ปลาเขาอยากมาเขาก็มาเพราะน้ำที่นี่มันใส อยู่ได้อยู่เย็นสบายก็มาอยู่ก็แค่นั้นเอง
"เสธหิ" กล่าวต่อว่า หากถามว่า ส.ส.ที่มา ตลอดเวลาที่ผ่านมา ส.ส.ทุกคนมีวิจารณญาณของตัวเอง คำพูดนี้ผมไม่อยากให้ใช้กับทางการเมือง เพราะทุกคนที่เป็น ส.ส.หรือทุกคนที่มาลงสมัคร ส.ส.เขาเป็นผู้หลักผู้ใหญ่พอ และหลายท่านผมเชื่อว่าผู้ที่เป็น ส.ส.อยู่ในสภาไม่ได้อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่กำเนิด ตั้งแต่เป็น ส.ส.จนถึงขั้นสุดท้ายในการเล่นการเมือง หลายคนเปลี่ยนพรรคไปพรรคมา
เพราะฉะนั้นอย่าใช้คำพูดนี้อีกเลย เพราะว่าคำพูดนี้ผมเชื่อว่ามันใช้กับผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไม่ได้ เพราะทุกท่านมีวิจารญาณของตัวเอง ต้องให้เกียรติและกรุณาให้เกียรติความคิดของทุกคน ตรงนี้ผมว่ามันสำคัญกว่า
ส่วนกระแสข่าวโจมตีเรื่องการไปเช่าพื้นที่บริษัทที่เชื่อมโยง กับส.ว.คนดัง เช่าสถานที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติ แม้ว่าสุดท้ายจะยกฟ้องส.ว.คนดังกล่าวก็ตาม จะยกเลิกไม่เช่าหรือยังยืนยันเช่าต่อไปนั้น "ดร.หิมาลัย" กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรม ในการที่จะหาสถานที่ตั้งพรรค ผมถามว่าหัวหน้าพรรคต้องไปหาด้วยตัวเองหรือไม่ หัวหน้าพรรคผมมีตำแหน่งที่จะต้องทำงานให้รัฐบาล วันๆหนึ่งเวลาทานข้าวยังไม่มีเลย
"เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่จะไปหา เขาแค่ให้ความต้องการกว้างๆว่าต้องการที่อยู่บริเวณใด อย่าว่าแต่พรรคการเมืองเลย แค่บริษัทเล็กๆ เช่นบริษัทของผมเอง ผมยังไม่เคยไปดูที่ตั้งของบริษัทด้วยตัวเองเลย เราดูจากเจ้าหน้าที่ที่เสนอสถานที่ขึ้นมา เมื่อต้องการได้ที่ทำการพรรค เมื่อมีคนให้เช่าที่ หรือให้เช่าตึกที่อยู่ในทำเลที่เราต้องการเช่า ราคาเท่าไรก็เช่า ก็แค่นั้นเอง"
บางครั้งอาจจะมารู้ภายหลังก็ได้ว่าเป็นของใคร แต่เมื่อมารู้ก็ได้ทำสัญญาเช่าไปแล้ว ซึ่งมันไม่ได้เสียหายอะไร เพราะในวันที่เช่าไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะเรื่องที่เกิดเกิดภายหลัง ถามว่าเวลาพี่ไปเช่าที่หรือไปเช่าบ้านใคร มีไหมเจ้าของบ้านบอกว่า อย่ามาเช่าบ้านผม เพราะผมโดนคดีนั้นคดีนี้มา ผมถามว่ามีเจ้าของบ้านหลังไหนบอกอย่างนี้บ้างผมขอถามหน่อย
และที่สำคัญหัวหน้าพรรคของผมไม่มีเวลาที่จะไปหาที่เช่าด้วยตนเองหรอก แต่หัวหน้าพรรคบางพรรคท่านอาจจะมีเวลาว่างเยอะ ซึ่งท่านอาจจะมีเวลาไปเดินดูว่า จะไปเช่าตรงโน้นตรงนี้ ไปหากันเอาเองอันนั้นมันเป็นเรื่องความขยันของแต่ละท่าน เรื่องนี้ผมไม่รู้ แต่รู้ว่าพรรคของผมไม่มีเวลาแน่นอน แค่ให้เจ้าหน้าที่ไปจัดมาเสนอก็แค่นั้นเอง