นายวิษณุ อธิบายเพิ่มว่า พ.ร.บ.อุ้มหาย มีหลายมาตรา และมาตราที่สำคัญ ไม่ใช่มาตราที่เลื่อนการบังคับใช้ โดยมาตราที่เลื่อนคือมาตราที่ 22 ถึงมาตราที่ 25 ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับหากจะจับกุมดำเนินคดีผู้ต้องหา จะต้องมีการบันทึกกล้อง ด้วยภาพและเสียงเอาไว้ตลอดจนกว่าจะส่งตัวไปยังพนักงานสอบสวน และต้องบันทึกไว้จนกว่าคดีจะจบอายุความ ซึ่งต้องมีการเตรียมความพร้อม ซักซ้อมและมีระเบียบรองรับ
โดยสาเหตุที่ต้องเลื่อนการบังคับใช้บางมาตราออกไปถึงเดือนต.ค.66 ว่า คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณในการซื้อกล้องไปจำนวน 444 ล้านบาท ด้วยระบบ e-bidding ห้ามเจาะจง ซึ่งต้องใช้เวลาหลายเดือน รวมไปถึงต้องมีการออกระเบียบรองรับ จึงเลื่อนออกไปให้บังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2566 มีรัฐบาลใหม่
พร้อมยืนยันว่า มาตราอื่นยังคงบังคับใช้อยู่เหมือนเดิม ห้ามอุ้ม ห้ามฆ่า ห้ามทรมาน ห้ามซ้อม หรือห้ามทำตัวให้หายไป และคดีที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ก็ให้เอากฎหมายไปใช้โดยอนุโลม หากไม่เลื่อนการบังคับใช้ออกไป ในมาตรา 22 ที่บัญญัติไว้ว่า จะต้องมีการบันทึกภาพและเสียงขณะจับกุม รวมไปถึงอีกมาตราที่บอกว่าอะไรที่เกิดขึ้นก่อนวันที่พ.ร.บ.นี้บังคับใช้ ก็ให้บังคับใช้โดยอนุโลม จะมาเถียงกันว่า ที่จับกุมก่อนหน้านี้แล้วไม่เคยบันทึกภาพ จะทำอย่างไรนี่คือความยุ่งยากทั้งหมด