"บิ๊กป้อม" จี้ทส.เร่งชี้แจงหลังพบพิรุธ กรมอุทยานฯ ดองเรื่องทับลาน 26 ปี
24 ก.พ. 2566 | tinakit_rat

"บิ๊กป้อม" จี้ทส.เร่งชี้แจงหลังพบพิรุธ กรมอุทยานฯไม่ขยับ ดองเรื่อง ทับลาน 26 ปี เหตุไม่ทำตามรังวัดปี 43 ย้ำต้องเป็นธรรม
การเมือง
24 ก.พ. 2566 | tinakit_rat

"บิ๊กป้อม" จี้ทส.เร่งชี้แจงหลังพบพิรุธ กรมอุทยานฯไม่ขยับ ดองเรื่อง ทับลาน 26 ปี เหตุไม่ทำตามรังวัดปี 43 ย้ำต้องเป็นธรรม
24 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบาย แนวทาง และมาตรการการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ(คทช.) เพื่อหาแนวทางสรุปผล เรื่อง การปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1 : 4000 (One Map) พื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานทับซ้อนกับเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน
โดยรองนายกรัฐมนตรี ได้พิจารณาการแก้ไขปัญหาที่ดินทับซ้อนแนวเขตอุทยานฯ ทับลาน ตามแนวทางการแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน จากการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ ตามที่ครม. เห็นชอบเมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2565 ร่วมกับมติครม. วันที่ 2 ก.พ. 2564 ตามความเห็นของผู้ตรวจการแผ่นดิน สรุปมติดังนี้
1. เห็นชอบแนวทางการใช้เส้นปรับปรุงการสำรวจแนวเขต พ.ศ. 2543 ในการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1 : 4000 (One Map) พื้นที่อุทยานฯ ทับลาน
2. เห็นชอบการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม โดยไม่เกี่ยวข้องหรือมีผลต่อรูปคดีความต่าง ๆ ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมและการพิจารณาของศาลแต่อย่างใด และกำหนดแนวทางการคุ้มครองการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ที่ได้ดำเนินการจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย
3. เห็นชอบการดำเนินงานในพื้นที่ที่กันออกจากเขตอุทยานแห่งชาติ ให้ส่งมอบพื้นที่ให้ ส.ป.ก. ดำเนินการจัดที่ดินให้กับประชาชนตามแนวทาง คทช. สำหรับพื้นที่ที่มีสภาพป่าที่ผนวกกลับประมาณ 110,000 ไร่ ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสมต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
"ลุงป้อม"เล็งพิจารณา ช่วยชาวบ้าน"อุทยานทับลาน" หากครองที่ดินบริสุทธิ์ใจ
4. หลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบ ขอให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และ ส.ป.ก. ดำเนินการยืนยันหลักหมุดแนวเขต พ.ศ. 2543 ให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือนและดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
ทั้งนี้จะนำเสนอมติของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯให้คทช. และคณะรัฐมนตรีรับทราบและมีมติต่อไป
แหล่งข่าวจากคณะอนุกรรมการนโยบาย แนวทาง และมาตรการการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ กล่าวว่า ภายหลังจากการแก้ไขปัญหาการทับซ้อนของที่ดินแนวเขตอุทยานฯทับลาน จะมีประชาชนที่ได้รับประโยชน์มากกว่า 20,000 ครัวเรือน การดำเนินคดีกับผู้บุกรุกอุทยานแห่งชาติทับลาน มีจำนวนทั้งสิ้น 552 คดี เนื้อที่ประมาณ 12,527 ไร่ โดยพล.อ.ประวิตรเน้นย้ำว่า
“ไม่มีการละเว้นกับผู้กระทำความผิดหรือนายทุนที่เข้าไปครอบครองที่ดินรัฐ รวมถึงผู้ประกอบการรีสอร์ตที่อยู่ในเขตอุทยาน ซึ่งการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดจะเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม การดำเนินนโยบายการแก้ไขปัญหาที่ดินทับซ้อนตามนโยบายรัฐบาลจะไม่มีผลต่อรูปคดีความต่าง ๆ ที่อยู่ในระหว่างกระบวนการยุติธรรม”
แหล่งข่าวจากที่ประชุมประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายฯแจ้งว่า พล.อ.ประวิตรย้ำว่า "ต้องให้ความเป็นธรรมกับประชาชน เพราะประชาชนที่บริสุทธิ์เดือดร้อนเรื่องนี้ยี่สิบหกปีแล้ว ส่วนคนที่ผิดต้องดำเนินการตามกฎหมาย” เพราะพล.อ.ประวิตรและที่ประชุมวินิจฉัยด้วยการยึดรายงานสรุปความเป็นมาและการดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียน กรณีปัญหาการถือครองที่ดินของราษฎรบริเวณพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน จำนวนสี่สิบหกหน้าเป็นหลัก
แหล่งข่าวจากที่ประชุมประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายฯ แจ้งว่า ใจความตอนหนึ่งของรายงานคือ ในหน้า34-35 คือการดำเนินการภายหลังจากที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีคำวินิจฉัยและข้อเสนอแนะนั้นมีรายละเอียดที่น่าสนใจคือ
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2563 นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ประชุมหารือร่วมกับ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายปรมินทร์ วงศ์สุวัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ นายประเสริฐ ศิรินภาพร รองเลขาธิการสำนักนโยบาย และแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เลขาธิการกองอ้านวยการรักษาความมั่นคง ภายในภาค 2 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินการตามคำวินิจฉัยและข้อเสนอแนะของ ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีปัญหาการถือครองที่ดินของประชาชนบริเวณพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน
โดยในการประชุมดังกล่าว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงข้อเท็จจริง และให้ความเห็นในประเด็นปัญหาและอุปสรรค ในการดำเนินการตามค้าวินิจฉัยและข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้แจ้งต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ดังนี้ (1)การปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน เป็นเหตุให้อุทยานแห่งชาติทับลานมีพื้นที่ลดลงจะมีผลกระทบต่อหลักเกณฑ์ในการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่
ผู้ตรวจการแผ่นดิน พิจารณาแล้วเห็นว่า อุทยานแห่งชาติทับลานเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่กลุ่ม ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ซึ่งได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ ในการประชุมคณะกรรมการ มรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 29 ระหว่างวันที่ 10-17 กรกฎาคม 2548 ณ เมืองเดอร์บัน ประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นการขึ้นทะเบียนโดยอาศัยคุณสมบัติโดดเด่น ตามข้อก้าหนดและหลักเกณฑ์ในการพิจารณาให้เป็นแหล่งมรดกโลก
ข้อที่ 10 กล่าวคือ การเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดสัตว์และพันธุ์พืชที่หายาก หรือที่ตกอยู่ในสภาวะ อันตรายแต่ยังคงสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ รวมถึงระบบนิเวศอันเป็นแหล่งรวมความอุดมสมบูรณ์ของพืชและสัตว์ ที่ทั่วโลกให้ความสนใจ โดยได้ใช้แนวเขตตามแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาฯ พ.ศ. 2524 ในการเสนอขอ ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มีหนังสือ ที่ 0910.2/3671 ลงวันที่ 1 มีนาคม 2548 ให้ข้อมูลต่อศูนย์มรดกโลกในเรื่องขอบเขตของผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ สรุปได้ว่า
จะมีการเปลี่ยนแปลงขอบเขตของผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ในอนาคตอันใกล้อย่างแน่นอน โดยจะมีการกันพื้นที่บริเวณทิศเหนือและทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอุทยานแห่งชาติทับลานซึ่งเป็นเขตชุมชนและ ป่าเสื่อมโทรมออก จำนวนเนื้อที่ 43,729.63 เฮคเตอร์ และผนวกพื้นที่บริเวณทิศเหนือของอุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติเข้ามา จำนวนเนื้อที่ 17,627 เฮคเตอร์
โดยขอให้คณะกรรมาธิการมรดกโลกถือว่า พื้นที่เดิม ที่เคยเสนอไว้ก่อนหน้านี้เป็นพื้นที่ของผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ไปพลางก่อน ซึ่งการปรับปรุงแนวเขตดังกล่าวจะเสร็จ สมบูรณ์ใน พ.ศ.2550 โดยพื้นที่ปรับปรุง ซึ่งอยู่ภายในแนวเขตปรับปรุงใหม่ จะได้รับการปกป้องดูแลอย่างดี เพื่อให้ มั่นใจว่า จะไม่มีการบุกรุกเพิ่มเติม หรือถูกทำลายจากบุคคลที่เข้ามาอาศัย และจะจัดให้มีแนวกันชนตลอดแนวเขตปรับปรุงใหม่
ดังนั้น การดำเนินการปรับปรุง แนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ตามคำวินิจฉัยและข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดิน จึงเป็นการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่สอดคล้องและเป็นไปตามแนวทางการ บริหารจัดการขอบเขตของแหล่งมรดกโลก ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เคยแจ้งไว้ต่อศูนย์มรดกโลก เพื่อประกอบการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ
นอกจากนี้การปรับปรุงแนวเขต ด้วยการกันพื้นที่ที่เป็นเขตชุมชนและป่าเสื่อมโทรม ซึ่งมิได้มีคุณค่าในเชิงอนุรักษ์ออกไป ยังเป็นการส่งเสริมให้ การบริหารจัดการพื้นที่มรดกโลกของประเทศไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย กรณีจึงมิอาจถือได้ว่า การดำเนินการตามคำวินิจฉัยและข้อเสนอแนะ ของผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อหลักเกณฑ์ ในการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่แต่อย่างใด
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชี้แจงข้อเท็จจริง และให้ความเห็นสรุปได้ว่า ในการขึ้นทะเบียนพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานให้เป็นมรดกโลก กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 3 ล้านไร่ อาศัยหลักเกณฑ์คุณค่าความโดดเด่น ข้อที่ 10 คือการเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดสัตว์ และพันธุ์พืชที่หายาก หรือที่ตกอยู่ในสภาวะอันตรายแต่ยังคงสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้
รวมถึงระบบนิเวศอันเป็นแหล่ง รวมความอุดมสมบูรณ์ของพืชและสัตว์ที่ทั่วโลกให้ความสนใจ ใช้เวลาในการพิจารณาขึ้นทะเบียนกว่า 10 ปี ในการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน อาจจะต้องมีการปรับลดขนาดพื้นที่มรดกโลก ซึ่งจะต้องมีการกรอกแบบฟอร์มการปรับขอบเขตมรดกโลก และเสนอต่อคณะกรรมการมรดกโลกเพื่อพิจารณา ซึ่งจะต้องระบุขนาด พื้นที่ รายละเอียด เหตุผลความจำเป็นต่าง ๆ พร้อมแนบแผนที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
และที่สำคัญ จะต้องไม่กระทบต่อคุณค่าอันโดดเด่นเป็นสากล (Outstanding Universal Value: OUV) ในการพิจารณาจะมีการ ส่งกรรมการหรือเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบพื้นที่ว่า กรณีดังกล่าวจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยยะส้าคัญและ ส่งผลกระทบต่อ OUV หรือไม่
ถ้าพื้นที่ดังกล่าว อยู่ในภาวะที่เป็นอันตราย ก็อาจถูกถอดถอนจากการเป็นมรดกโลก อีกทั้งมาตรการในการบริหารจัดการพื้นที่ดังกล่าวจะต้องเข้มข้น เนื่องจากจะต้องรายงานการบริหารจัดการ เพื่อรักษา OUV ให้คณะกรรมการมรดกโลกทราบเป็นประจำ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ชี้แจงข้อเท็จจริงและให้ความเห็น สรุปได้ว่า
หนังสือกรมอุทยานแห่งชาติ ที่ 0910.2 /3671 ลงวันที่ 1 มีนาคม 2548 เป็นเพียงการให้ข้อมูลต่อศูนย์มรดกโลก ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่คณะกรรมการมรดกโลกจะเห็นชอบให้ขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ เป็นมรดกโลก อีกทั้งมติดังกล่าวได้เห็นชอบให้ขึ้นทะเบียนตามแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน พ.ศ. 2524 โดยที่มิได้ระบุ ถึงเรื่องการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานแต่อย่างใด
สาระสำคัญ จึงอยู่ที่การมีแผนบริหารจัดการ ที่กลมกลืนและไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชี้แจงข้อเท็จจริงและให้ความเห็น สรุปได้ว่า ประเด็นสำคัญคือ
เหตุใดหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ยังมิได้ดำเนินการตราพระราชกฤษฎีกา ปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานดังกล่าว ให้มีผลตามกฎหมายและตรงตามสภาพความเป็นจริง ตามหลักเขตที่มีการดำเนินการร่วมกัน ระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาชน เมื่อ พ.ศ. 2543
ส่วนการปรับขนาดพื้นที่มรดกโลกแต่ยังสามารถรักษา คุณค่าความโดดเด่นอันเป็นมรดกโลกไว้ได้ ย่อมจะพูดคุยเจรจากับคณะกรรมการมรดกโลกได้ในภายหลัง หลังจากที่ได้มีการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานแล้ว
แหล่งข่าวจากที่ประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายฯ แจ้งว่า พล.อ.ประวิตร ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการและให้รายงานข้อเท็จจริงด้วยว่า เหตุใดกรมอุทยานฯไม่ดำเนินการ ตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอรายงานแก้ไขปัญหาอุทยานฯทับลาน และปล่อยไว้ 26 ปี จนประชาชนที่บริสุทธิ์เดือดร้อน และเรื่องนี้มีอะไรที่ทับซ้อนในการทำหน้าที่ของกรมอุทยานฯกับหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องหรือไม่ โดยขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯชี้แจงให้พล.อ.ประวิตรรับทราบโดยเร็ว