งานนี้ “วงในมหาดไทย” เล่าให้ฟังว่า สาเหตุที่ทุกฝ่ายรุมโต้ “ปลัดเก่ง” แบบ “สามัคคีชุมนุม” เหมือนไม่ได้นัดหมาย แท้ที่จริงแล้วเป็นบัญชาจาก “มท.หนู” ที่มีประวัติกับ “ปลัดเก่ง” มาก่อน ย้อนกลับไปดูเส้นทางที่ทั้งสองคนวนมาบรรจบกันที่มหาดไทย คือ
ย้อนเส้นทาง “ปลัดเก่ง-มท.หนู” ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ
คุณอนุทิน รับตำแหน่งรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่มี นายกฯเศรษฐา ทวีสิน เป็นผู้นำรัฐบาล ตั้งแต่ปลายปี 2566 ช่วงนั้น “ปลัดเก่ง” ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย อยู่ก่อนแล้ว ข่าววงในเผยว่า “ปลัดเก่ง” เป็นคนแข็ง และไม่สนใจฝ่ายการเมือง ทำให้ “มท.1” ในยุคนั้น แทบจะสั่งอะไร “ปลัดเก่ง” ไม่ได้เลย ไม่ใช่แค่ “สั่งไม่ได้” แต่ “ฝากฝัง” ทั้ง “คนและนโยบาย” ก็ไม่ได้เลยเช่นกัน
สาเหตุเพราะ “ปลัดเก่ง” สายแข็ง เติบโตมาจากกรมการพัฒนาชุมชน ซึ่งทำงานเกี่ยวกับซอฟต์พาวเวอร์ และสนองงานของบุคคลในแวดวงชั้นสูงของบ้านเมือง แรงส่งจากกรมการพัฒนาชุมชน ทำให้ “ปลัดเก่ง” ผงาดขึ้นเป็นปลัดมหาดไทย ในปี 2564 และนั่งยาว 3 ปี จนถึงปี 2567
ก่อนนั่งอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ก็เคยเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ทำให้รู้เส้นสนกลใน และมีความผูกพันกับกรมนี้ โดยเจ้าตัวนั่งเป็นอธิบดีช่วงปี 2560 ตอนนั้นยังไม่มีปมทุจริตฉาวโฉ่ “ปลัดเก่ง” ไม่ใช่แค่ไม่แคร์การเมือง แต่ยังปากร้าย และมีภรรยารวยมาก เคยยื่นบัญชีทรัพย์สินระดับ หมื่นล้าน ต่ำๆ ก็ 6,200 ล้าน จนได้ฉายา “ปลัดหมื่นล้าน”
โดยภรรยา คือ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ เป็นนักธุรกิจหญิงระดับแถวหน้าในธุรกิจพลังงานสะอาด และมีโครงการโซลาร์ฟาร์ม จำนวนมาก ได้รับฉายา “เจ้าแม่โซลาร์ฟาร์ม” เป็นประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG
ปากร้าย...ไม่ไว้หน้าฝ่ายการเมือง
ด้วยความที่มีความพร้อมทั้งฐานะ และแรงหนุน หรือ “ลมใต้ปีก” ทำให้ “ปลัดเก่ง” ไม่แคร์ฝ่ายการเมือง และยังหักผู้บังคับบัญชาจากฝ่ายการเมืองกลางวงประชุมอยู่บ่อยๆ แม้แต่ “มท.1” ก็ยังเคยโดน ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ ทำให้คนวงในมหาดไทยรู้กันดีว่า ทั้ง “ปลัดเก่ง” และ “มท.หนู” เหมือนเดินคนละทาง บางกระแสวิจารณ์กันถึงขั้นว่า “ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ” กันเลยทีเดียว
วีรกรรมความปากร้ายของ “ปลัดเก่ง” คือเคยตกเป็นข่าวดัง กรณีตำหนิผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยถ้อยคำรุนแรง กลางวงประชุมกระทรวง ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งปลัดมหาดไทย โดยด่าลูกน้องว่า “โง่เป็นควาย - ไร้คุณภาพ” และยังลามพาดพิงไปถึงสถาบันการศึกษาที่จบมา กระทั่งศิษย์เก่าของสถาบันแห่งนั้นรวมตัวกันฟ้องร้อง
ผลงานเด่นช่วงที่ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย คือ ผลักดันนโยบายสำคัญอย่าง "โคก หนอง นา โมเดล" ซึ่งเป็นการนำหลักการของ “เกษตรทฤษฎีใหม่” มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระดับฐานราก
และจุดนี้เองที่ทำให้ “ปลัดเก่ง” ได้รู้จักกับ อดีตนายอำเภอบ้านสร้าง เสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ เพราะเคยผลักดันให้มีการมอบรางวัล “นายอำเภอดีเด่น” สำหรับอำเภอต้นแบบที่มีผลงานยอดเยี่ยมในการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และ “โคก หนอง นา โมเดล” มาปฏิบัติจนเห็นผล โดย นายอำเภอเสฏฐวุฒิ เคยได้รับรางวัลนี้
ศึกสิงห์ดำ คนกันเอง!
เป็นที่น่าสังเกตว่า “ปลัดป๊อป” อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ นั้น จริงๆ แล้วเคยสนิทสนมกับ “ปลัดเก่ง” และอยู่ฝ่ายเดียวกันมาก่อน ในช่วงที่ทั้งคู่ยังอยู่ในราชการ แต่ครั้งนี้ต้องออกมาให้สัมภาษณ์ตอบโต้อดีตผู้บังคับบัญชา น่าจะเพราะมีใบสั่งการเมือง และวันนี้ “ปลัดป๊อป” คือ คนสนิทของนายกฯอนุทิน เรียกว่าเป็นข้าราชการระดับปลัดกระทรวงที่สนิทสนม รู้มือ รู้ใจ กันที่สุดแล้ว ไปไหนไปกัน ยิ่งกว่าเงาตามตัว
นอกจากนั้น ทั้งปลัดป๊อป อธิบดีเซมเบ้ และปลัดเก่ง ล้วนเป็น “สิงห์ดำ” จบรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาด้วยกัน เพียงแต่ต่างรุ่น แต่วันนี้กลับต้องมาปะทะคารมกัน เพราะประเด็นการเมืองและปัญหาในกระทรวง ซึ่งเกี่ยวโยงกับการเมืองนั่นเอง
สังเกตจากหางเสียงของ “ปลัดเก่ง” ที่ให้สัมภาษณ์ล่าสุดวันนี้ ฝากถึงน้องๆ “สิงห์มหาดไทย” ให้ทำความดี อย่าไปกลัวอำนาจ และมุ่งทำเรื่องที่เป็น “แก่น” อย่าไปเสียเวลากับ “กระพี้”
แต่เมื่อนักข่าวให้ฝากถึงนักการเมือง “ปลัดเก่ง” กลับไม่ฝาก บอกว่าไม่รู้จะฝากไปทำไม